สำหรับคำเดาของเขา ลั่วหลันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ นางใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจมองไปที่เหลิ่งอวี้ หวังว่าจะได้คำตอบจากแววตาของเขา
ใบหน้าของเหลิ่งอวี้ดำทะมึน เขายังคงไม่อาจเข้าใจ เหตุใดเสด็จพ่อจึงคิดสังหารผู้หญิงอันเป็นที่รักของเขา หรือเขาไม่รู้เลยว่า หากไร้ซึ่งลั่วหลัน ก็คงไม่มีเหลิ่งอวี้ในวันนี้
คิดได้ดังนั้น เขาแค่นเสียงทางจมูกเบา ๆ จากนั้นก็แสยะยิ้มเย็นชา ในเสียงหัวเราะนั้น แฝงไว้ด้วยความเย็นยะเยือกที่สามารถทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งได้
เมื่อเห็นดังนั้น หลิวเวยก็รีบก้มหน้าตอบกลับไปว่า
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยก็จนปัญญาจริง ๆ โปรดลงทัณฑ์ด้วยเถิด”
ต้าหมิงและเสี่ยวไป๋เห็นหลิวเวยกำลังขอโทษ พวกเขาก็พูดขึ้นพร้อมกันว่า
“ท่านอ๋องโปรดลงทัณฑ์ด้วยเถิด”
เหลิ่งอวี้จ้องมองคนทั้งสาม เขารู้ดีว่าคนเหล่านี้คือองครักษ์ผู้ภักดีข้างกายฮ่องเต้ ทั่วทั้งแคว้นต้าหนิง มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่สามารถสั่งการพวกเขาได้ ดังนั้น เมื่อพวกเขาเอ่ยปากขอให้เขาลงทัณฑ์ เขาจึงคาดเดาได้แล้วว่า คนที่ต้องการปลิดชีพลั่วหลันก็คือฮ่องเต้นั่นเอง
เหลิ่งอวี้มองชายทั้งสามตรงหน้า เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทีละคำ
“หลิ่วหรูเยียนผู้นั้นก็เป็นพวกเจ้าที่ส่งไปหุยชุนถังรึ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสี่ยวไป๋ก็อึกอักตอบกลับ
“ใช่… ไม่ใช่…”
เห็นเสี่ยวไป๋พูดจาตะกุกตะกัก เหลิ่งอวี้จึงตวาดถามอีกครั้ง
“ตกลงว่ามันอย่างไรกันแน่?”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของเขาที่เริ่มเปลี่ยนไป ต้าหมิงก็ใช้ศอกสะกิดเสี่ยวไป๋ พลางกระซิบกระซาบอย่างขุ่นเคืองว่า
“ก็เป็นเพราะความคิดพิเรนทร์ของเจ้า ตอนนี้ทำไมถึงได้เงียบไปเสียเล่า?”
เสี่ยวไป๋เห็นว่าตนเองกำลังจะกลายเป็นแพะรับบาป ก็ร้อนรนขึ้นมา รีบสวนกลับอย่างไม่พอใจว่า
“ความคิดนี้ก็เป็นเจ้ากับใต้เท้าที่เห็นพ้องต้องกันมิใช่หรือ? แล้วไฉนตอนนี้ถึงได้มากล่าวโทษข้า?”
“พอแล้ว”
เหลิ่งอวี้มองทั้งสองคนที่กำลังโต้เถียงกันไปมา ขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะผูกเป็นปม เขาจ้องมองหลิวเวยที่ก้มหน้างุดไม่เอ่ยอะไรออกมา แล้วตวาดเสียงกร้าวว่า
“องครักษ์หลิว เจ้าพูดมา เรื่องเป็นเช่นไรกัน?”
หลิวเวยเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยความจริงอย่างไม่ปิดบัง
“เรื่องราวมันเลยเถิดมาถึงเพียงนี้แล้ว ข้าน้อยก็ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ฝ่าบาททรงรับสั่งให้พวกข้าน้อยไปอวี้อ๋องกลับวังก่อนวันปีใหม่ แต่ฝ่าบาทกลับไม่อนุญาตให้แม่นางสุ่ยผู้นี้...”
“เรียกอวี้หวังเฟย”
เหลิ่งอวี้แทรกขึ้นทันควัน กำหมัดแน่นพลางตวาดใส่หลิวเวยอย่างโหดเหี้ยม
หลิวเวยถอนหายใจยาว พลางมองดูทั้งสองอย่างจนใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แฝงความรู้สึกสิ้นหวังว่า
“ภารกิจของเราล้มเหลวแล้ว กลับไปรายงานความผิดต่อฝ่าบาท มัวรออะไรอยู่เล่า?”
พูดจบประโยค เขาก็เก็บกระบี่คู่ใจเข้าฝัก หันหลังกลับอย่างเงียบเหงา มุ่งหน้าเดินออกไปทางประตู
“ใต้เท้า...”
ต้าหมิงและเสี่ยวไป๋รีบก้าวตามออกไปอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อเห็นแผ่นหลังของทั้งสาม ลั่วหลันก็ดึงชายเสื้อของเหลิ่งอวี้ พลางกระซิบหารือว่า
“ท่านพี่ พวกเขาไม่เคยทำร้ายหม่อมฉันเลย ท่านช่วยพวกเขาได้หรือไม่? มิเช่นนั้น... มิเช่นนั้นหากฝ่าบาททรงลงโทษพวกเขาจริง ๆ จะทำเช่นไร?”
“หึ!”
เหลิ่งอวี้ยกมุมปาก แล้วยิ้มอย่างเย็นชา “ให้ข้าช่วยพวกเขางั้นรึ? แล้วตอนที่พวกเขาคิดร้ายกับเจ้า ใครจะมาช่วยเจ้า?”
พูดจบ เขาก็หันมามองนาง เอื้อมมือปัดปอยผมที่ระหน้าผากนางออก แววตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู พลางเอ่ยว่า
“หลันเอ๋อร์ ข้าไม่ฆ่าพวกเขาก็ถือว่าปรานีมากแล้ว หากไม่เห็นแก่ที่พวกเขายังจงรักภักดีอยู่บ้าง คนที่คิดร้ายกับเจ้า ข้าจะไม่ปล่อยให้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว”
แม้ว่านางจะเห็นด้วยกับคำพูดของเขา แต่นางก็ไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเดือดร้อนเพราะตนเอง ราชโองการนั้น พวกเขาไม่อาจขัดขืนได้เลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...