“เจ้าเรียกข้าว่าเหนียงเหนียง? เจ้าเรียกข้าว่าเหนียงเหนียงถึงสองครั้ง เเม้เเต่คำว่าแม่เจ้าก็ไม่เต็มใจเรียกหรือ”
เหลิ่งอวี้ก้มหน้าลง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เหลิ่งอวี้ได้กราบทูลขอพระบรมราชานุญาตจากฮ่องเต้เเล้ว เพื่อลดฐานันดรของเหลิ่งอวี้ลงเป็นสามัญชน แล้วสามัญชนเช่นข้าจะกล้าเรียกเหนียงเหนียงว่าแม่ได้อย่างไร”
คำพูดของเขา ทำให้พระสนมฉางกุ้ยเฟยตกตะลึงมองเขา เขากราบทูลขอเป็นสามัญชน? ข่าวนี้ทำให้นางไม่รู้ว่าจะดีใจหรือกังวล
คนที่นางส่งไปลอบสังหารเขาระหว่างทาง ต่างก็ล้มเหลวกลับมาทั้งหมด หากเขาได้เป็นสามัญชนจริงๆ เขาก็จะไม่เป็นความกังวลในใจของนางอีกต่อไป
เเต่ฮ่องเต้จะทรงอนุญาตจริงๆหรือ ในใจของนางเริ่มไม่เเน่ใจ แต่ปากก็พูดอีกครั้งว่า
“ไม่เป็นท่านอ๋องดีๆ กลับอยากเป็นสามัญชน นี่เจ้าทำไปเพื่ออะไร หรือในวังหลวงนี้ไม่มีใครที่เจ้าอาลัยอาวรณ์เลย”
คนที่อาลัยอาวรณ์?
เหลิ่งอวี้หัวเราะเยาะในใจ หรือนางหวังว่าเขาจะอาลัยอาวรณ์นางผู้เป็นแม่ที่ไม่ใช่แม่แท้ๆของเขา นี่เป็นเรื่องตลกสิ้นดี
เขาเงยหน้าขึ้น มองนางอย่างเย็นชา มองคนที่เขาเรียกว่าเเม่มาตลอดกว่ายี่สิบปี ในใจรู้สึกว่างเปล่าเล็กน้อย
จู่ๆเขาก็อยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเม่แท้ๆของเขา แต่เขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า คนตรงหน้าจะไม่บอกความจริงกับเขา ทุกสิ่งทุกอย่างเขาต้องสืบสวนด้วยตัวเอง
เขาไม่เงยหน้า พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างไม่รีบร้อนว่า
“ตั้งเเต่บัดนี้ไปเหลิ่งอวี้จะเป็นเพียงสามัญชน วังหลวงแห่งนี้สำหรับข้าเเล้วเป็นสถานที่ที่สูงเกินเอื้อม ดังนั้นจะกล้าอาลัยอาวรณ์คนในที่แห่งนี้ได้อย่างไร ที่นี่สำหรับข้าเป็นเพียงอดีต”
หลังจากพูดจบ เขาก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ประสานมือทำความเคารพเเล้วกล่าวว่า
“หากไม่มีเรื่องอื่นใดเเล้ว เหลิ่งอวี้ขอทูลลา”
“เจ้า…”
พระสนมฉางกุ้ยเฟยกัดฟันมองเขา เเต่นางไม่ใช่แม่แท้ๆของเขา นางไม่เคยเลี้ยงดูเขา แม้แต่เวลาที่ได้พบกันก็น้อยมาก เป็นเพียงเเค่เเม่ในนามเท่านั้น ดังนั้นนางจึงไม่มีเหตุผลที่จะตำหนิหรือดุด่าเขา
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เหลิ่งอวี้ไม่สนใจความรู้สึกของนางเลย ขณะที่นางโกรธจนกัดฟัน เขาก็สะบัดชายเสื้อและเดินจากไป
ทันทีที่เหลิ่งอวี้ออกจากประตูตำหนักเต๋อหนิง เหลิ่งซีก็วิ่งมาหาเขาด้วยสีหน้าตื่นเต้น วิ่งไปตะโกนไปว่า
“พี่สี่ พี่สี่”
เหลิ่งอวี้หันกลับไป เมื่อเห็นเหลิ่งซี มุมปากของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มที่หาได้ยาก เหลิ่งซีมาถึงตรงหน้าเขา มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็พุ่งเข้ากอดเขา ตบหลังเขาด้วยมือทั้งสองข้าง ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นและพูดว่า
“พี่สี่ ในที่สุดก็ได้เจอพี่เเล้ว”
เหลิ่งอวี้ผลักเขาออกจากอ้อมกอดของตนเอง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยกมือขึ้นต่อยที่อกของเขาเบาๆ ในปากพูดพร้อมกับมีรอยยิ้มว่า
เหลิ่งอวี้ออกจากวังหลวง เเละตรงไปยังจวนอวี้อ๋อง
ขณะเดินอยู่บนถนน ลมอิสระพัดปะทะบนใบหน้า ในใจของเขากลับรู้สึกผ่อนคลายอยู่ครู่หนึ่ง
เเต่เขารู้สึกว่าอิสระและความผ่อนคลายนี้มาง่ายเกินไป ไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้จะคงอยู่ได้นานเเค่ไหน เมื่อเดินอยู่บนแผ่นดินที่เป็นของพระราชอำนาจแห่งเเคว้นต้าหนิง ในใจของเขายังคงมีความรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลางๆ
เป็นดังคาด ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในจวนอวี้อ๋อง อากังก็รีบวิ่งเข้ามาเเละพูดอย่างร้อนรนว่า
“ท่านอ๋อง คนจากในวังมา หนำซ้ำยังนำพระราชโองการมาด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อครู่ก็หายไป
เขาเดาได้ว่า เนื้อหาในพระราชโองการนี้ต้องเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากได้ยินอย่างแน่นอน
เขาก้าวเท้าช้าๆมาที่ลาน ขณะที่คิดว่ากำลังจะทำอย่างไร หลิวกงกงก็เดินออกมาจากห้องโถง ถือพระราชโองการมาปรากฏตรงหน้าเขา ยิ้มให้เขาเเละพูดเสียงดังว่า
“มีพระบรมราชโองการ ท่านอ๋องอวี้โปรดรับพระบรมราชโองการ”
“รูม่านตารูปงามของเหลิ่งอวี้หดเล็กลงทันที ความรู้สึกถูกพันธนาการกลับพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง
เขาสะบัดชายเสื้อ สีหน้าเคร่งขรึมคุกเข่าลงบนพื้น รอฟังหลิวสี่พูดอย่างสงบ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...