ได้ยินนางพูดแบบนี้ เหลิ่งอวี้ก็เอียงหน้ามองนาง และเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“หลันเอ๋อร์ แบบนี้จะสะดวกหรือ? ข้ากลัวเจ้าจะมีความกังวล”
“ไม่เป็นไร จวนอวี้อ๋องใหญ่เช่นนี้ อยู่สักสิบคนก็ยังเหลือเฟือ”
ได้ยินนางพูดแบบนี้ หลิวเต๋อชังก็พยักหน้าอยู่ตรงนั้นอย่างหนัก และพูดคล้อยตามว่า
“อวี้หวังเฟยพุดมีเหตุผล สุภาษิตกล่าวว่า ศาลาที่อยู่ใกล้น้ำย่อมได้ดวงจันทร์ก่อน เขาอาศัยอยู่ในจวนอวี้อ๋อง ยังช่วยไม่ให้อู๋หยวนจางทำอะไรในระหว่างนั้น เจ้าก็สามารถฉวยโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับเขา ขอแค่รับประกันได้ว่าเขาไม่ทำสิ่งเลวร้ายกับพ่อลูกแซ่อู๋นั่น หวงซื่อสยงที่เหลืออยู่นั้น ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว”
คำพูดของหลิวเต๋อชังเตือนสติเหลิ่งอวี้ เขาผงกหัว และกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า
“แม่ทัพหลิวพูดจามีเหตุผล ท่านรักษาชายแดนมาตลอด จวนแม่ทัพว่างเปล่า ไม่รู้ว่าท่านต้องการเพิ่มเติมสิ่งใดในจวนหรือไม่?”
หลิวเต๋อชังส่ายหน้าและโบกมือปัดทันที หรี่ตาอย่างเบิกบานใจและกล่าวว่า
“ไม่มี ไม่มี ถึงแม้ข้าจะไม่ได้กลับมาหลายปี แต่ได้ทิ้งข้ารับใช้ไว้ดูแล ดังนั้นจเลยไม่ต่างอะไรจากแต่ก่อน ไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร”
“แบบนี้ก็ดี หากแม่ทัพหลิวต้องการอะไร เอ่ยปากได้ตลอดเวลา เหลิ่งอวี้ต้องช่วยเหลือเต็มที่”
ประโยคนี้ ทำให้หลิวเต๋อชังถอนหายใจยาว เขาลุกขึ้น ประสานมือและกล่าวกับเหลิ่งอวี้ว่า
“ท่านอวี้อ๋อง ข้าเพิ่งกลับมาเมืองหลวง ยังไม่ได้กลับไปเยี่ยมที่จวนเลย ขอไม่อยู่ที่นี่นานนัก”
ได้ยินคำพูดนี้ เหลิ่งอวี้ก็ประสานมือคารวะตอบและกล่าวว่า
“เหลิ่งอวี้ประมาทแล้ว สามปีมานี้ ต้องขอบคุณท่านที่ดูแลลูกน้องทั้งสี่ของข้าที่หอหนิงกู่ ครั้งนี้ท่านกลับมาถึงเมืองหลวง เดิมข้าควรไป
หลิวเต๋อชังโบกมือพลางส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านอวี้อ๋องพูดแบบนี้ช่างดูห่างเหินยิ่งนัก ถึงแม้ข้าจะอายุเยอะกว่าท่านมาก แต่ค่อนข้างชื่นชมท่านที่อายุน้อยแต่กลับมีจิตวิญญาณที่กล้าหาญและเชี่ยวชาญการรบเป็นอย่างมาก ตอนสามปีก่อนอยู่ที่ชายแดนและทราบว่าเกิดเรื่องขึ้นกับท่าน ข้าก็คาดเดาว่า เรื่องนี้ต้องมีบางอย่างแอบแฝง ตอนนี้เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ ท่านไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลย!”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็ยกมือลูบไหล่ของเขาเบา ๆ พยักหน้าให้ลั่วหลัน และกล่าวด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ ว่า “เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน วันพรุ่งเจอกันที่งานเลี้ยงประจำปีในวังหลวง”
เหลิ่งอวี้รีบประสานมือคารวะตอบ “เจอกันวันพรุ่ง”
“แม่ทัพหลิวท่านนี้ดูแล้วน่าจะอายุราว ๆ ห้าสิบปี เขาไม่มีครอบครัวหรือ? เหตุใดในจวนจึงมีเพียงคนรับใช้?”
เหลิ่งอวี้เม้มริมฝีปาก ถอนหายใจ มองไปยังประตู ปากพึมพำว่า
“เรื่องของเขา ข้าเคยได้ยินมาจากซุนมามา กล่าวกันว่าปีนั้นแม่ทัพหลิวมีความดีความชอบในการรบโดดเด่น แต่กลับไปชอบหญิงชนบทธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เขาแต่งหญิงสาวคนนั้นเป็นภรรยา ทั้งสองรักกันมาก ต่อมาหลังจากแม่ทัพหลิวไปออกศึก ภรรยาของเขาก็คลอดลูกสาวให้เขาหนึ่งคน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลังจากนั้นไม่กี่เดือนจู่ ๆ ลูกสาวของเขาก็หายตัวไป ภรรยาของเขาเพราะคิดถึงลูกสาวมาก ไม่นานหลังจากนั้นก็เสียชีวิต ตอนเขากลับมา ก็ไม่มีภรรยากับลูกแล้ว เมื่อมองจวนแม่ทัพอันว่างเปล่า เขารู้สึกเสียใจมาก ตั้งแต่นั้นมา เขาเลยเลือกรักษาการณ์อยู่ตรงชายแดนตลอดปี ถึงแม้ต่อมาฝ่าบาทจะแต่งตั้งเขาเป็นฮู่กั๋วกง เขากลับไม่แต่งภรรยาอีกเลย”
ได้ยินแบบนั้น ลั่วหลันก็ชื่นชมแม่ทัพหลิวมาก ขณะเดียวกันเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า
“ทำไมลูกสาวของเขาถึงหายไปอย่างไม่มีสาเหตุ?”
เหลิ่งอวี้ขมวดคิ้ว จิบชาภายในมือ และพูดต่อว่า
“กล่าวกันว่าภรรยาของเขาอุ้มลูกสาว และพาคนรับใช้สองสามคนไปในวัดเพื่อจุดธูปขอพรให้เขา แต่หลังจากนางสวดมนต์ขอพร คนรับใช้ที่อุ้มลูกสาวของนางก็หายไปด้วยกัน พอนางทราบ ก็ตามหาทุกหนแห่งอย่างราวกับเป็นบ้า แต่ไม่พบอะไรเลย ปีนั้นศาลาว่าการก็เคยส่งคนตามหาในเมืองหลวง แต่ก็หาไม่พบ เฮ้อ:”
ลั่วหลันสีหน้าตึงเครียด รู้สึกห่อเหี่ยวใจมากขึ้น และกล่าวเบา ๆ ว่า
“เขาน่าสงสารจริง ๆ อายุห้าสิบแล้ว ข้างกายไม่มีญาติสักคน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...