เข้าสู่ระบบผ่าน

พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย นิยาย บท 251

“เหลิ่งอวี้ นี่หรือคือวิธีการต้อนรับแขกของจวนอวี้อ๋อง? เด็กคนนี้เป็นใครกัน? บังอาจไร้มารยาทต่อข้าถึงเพียงนี้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วหลันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบเดินเข้าไปดึงตัวเสี่ยวจื้อออกมา พร้อมกับอธิบายว่า

“เสด็จอาโปรดระงับโทสะ เด็กคนนี้ยังเยาว์นัก คำพูดไร้เดียงสา ท่านโปรดอย่าถือสาเขาเลย”

พูดจบ นางก็ก้มหน้า ดุเสี่ยวจื้อเสียงเข้มว่า

“รีบขอโทษเจิ้นหนานอ๋องเดี๋ยวนี้”

เสี่ยวจื้อกลับดื้อดึง เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ยอมเอ่ยสิ่งใด

เหลิ่งงอวี้ขมวดคิ้วมองเขา แววตาวาวโรจน์ เอ่ยเสียงเย็นชาว่า

“เสี่ยวจื้อ รีบขอโทษเจิ้นหนานอ๋องเดี๋ยวนี้”

เมื่อเห็นอาจารย์โกรธ เสี่ยวจื้อจึงก้มหน้า งึมงำเสียงแผ่วเบาว่า

“ขออภัยขอรับ!”

“หึ!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหลิ่งจื่ออันพลันสะบัดแขนเสื้ออย่างขุ่นเคือง พลางแค่นเสียง “ขอโทษแล้วเรื่องมันจะจบหรือ? ข้าเห็นว่าเด็กคนนี้มีคนบงการ จงใจลบหลู่ข้า”

ว่าแล้ว เขาก็หันไปสั่งคนรับใช้ข้างกาย

“ใครก็ได้ ลากเด็กคนนี้ออกไป โบยยี่สิบไม้ให้สาสม”

“ไม่ได้นะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น เหลิ่งอวี้รีบเอ่ยทัดทาน “เสด็จอา เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอ จะทนรับโทษโบยยี่สิบไม้ได้อย่างไร?”

ลั่วหลันจึงกล่าวเสริม “เสด็จอา เด็กคนนี้ล่วงเกินท่าน หม่อมฉันขอโทษแทนเขาด้วย”

แต่ทว่า เหลิ่งจื่ออันกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง พร้อมกับโบกมือปัดอย่างไม่แยแส “หึ! แค่เด็กตัวเล็ก ๆ ยังกล้าลบหลู่ข้า เห็นได้ชัดว่าจวนอวี้อ๋องนี้ ไม่มีใครเห็นข้าอยู่ในสายตาเลย วันนี้หากไม่สั่งสอนเจ้าเด็กนี่ ให้หลาบจำเสียบ้าง ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้”

ได้ยินดังนั้น เหลิ่งอวี้กำหมัดแน่นในแขนเสื้อ ส่วนลั่วหลันหัวใจแทบกระดอนออกมา

เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เสี่ยวจื้อจึงเชิดหน้าขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว

“จะฆ่าจะแกงก็เชิญ ข้าแค่พูดความจริง ท่านฟังแล้วขัดหู ก็ทุบตีข้าเถิด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับจวนอวี้อ๋อง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลั่วหลันก็กอดเสี่ยวจื้อไว้แน่นในอ้อมแขน หลิ่วเม่ยเอ๋อร์ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้คนร้อนรนจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก เมื่อเห็นว่าแผ่นไม้สูงเท่าคนถูกถืออยู่ในมืออาโฮ่ว นางก็ทุบเท้าลงกับพื้นด้วยความร้อนใจ

“ลงมือ”

แม้ใจจะเจ็บปวด แต่เหลิ่งอวี้ก็เค้นคำนี้ออกมาจากไรฟัน ใครใช้ให้เขาปากมาก ให้เขาได้จดจำไว้เป็นบทเรียนเถิด!

เสี่ยวจื้อหาได้หวาดกลัวไม่ สะบัดกายหลุดจากพันธนาการของลั่วหลัน ทิ้งร่างลงหมอบกับพื้น หลับตาแน่น รอคอยสัมผัสเจ็บปวดจากไม้เรียวที่จะฟาดลงบนร่างกาย

เขารู้ดีว่าไม่ควรพูดจาพล่อย ๆ ออกไป แต่การที่เจิ้นหนานอ๋องผู้นี้ก้าวเข้าจวนมาแล้วแสดงท่าทีเมินเฉยต่อพี่หญิงนั้น เขาเห็นชัดทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งยังจู้จี้จุกจิกกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ ความคับข้องใจเอ่อล้นจนเขาพลั้งปากออกไปโดยมิได้ยั้งคิด บัดนี้ เขาไม่ต้องการให้คำพูดเพียงคำเดียวของเขา นำพาความเดือดร้อนมาสู่จวนอวี้อ๋อง ดังนั้น ต่อให้ยี่สิบไม้นี้จะพรากลมหายใจไปจากเขา เขาก็จำต้องรับไว้

เมื่อเห็นว่าเสี่ยวจื้อหมอบราบไปกับพื้นอย่างไร้การขัดขืน เหลิ่งอวี้จึงพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับอาโฮ่ว อาโฮ่วก็ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ แม้จะรู้สึกสงสารเสี่ยวจื้ออยู่บ้าง แต่เหลิ่งอวี้ก็จำใจเงื้อไม้ขึ้น

ในชั่วขณะที่ไม้เรียวกำลังจะฟาดลงบนร่างของเสี่ยวจื้อ เสียงตะโกนก้อง “อย่าโบยนะ” ของหลิ่วเม่ยเอ๋อร์ก็ดังขึ้น นร่างของนางก็พุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มฝูงชนราวกับคนบ้า

เมื่อลั่วหลันเห็นดังนั้น ก็รีบขมวดคิ้วแน่นพลางตะคอกใส่

“หลิ่วเม่ย เจ้าอย่าได้ทำอะไรโง่ ๆ ถอยไป”

ครั้นได้ยินชื่อนั้น และได้เห็นสตรีผู้นั้น แววตาของเหลิ่งจื่ออันก็พลันแข็งค้าง ร่างทั้งร่างราวกับถูกฟ้าฟาด ยืนนิ่งงันราวกับรูปปั้น เขากะพริบตาถี่ ๆ มองนางอย่างไม่อยากจะเชื่อ ผ่านไปชั่วครู่ จึงยกนิ้วขึ้นชี้ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่ว่า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย