“ไม่มี ไม่มี ผู้หญิงพวกนั้นเป็นแค่ของไร้ค่า ไม่มีใครให้กำเนิดทายาทให้ข้าได้เลย เสี่ยวจื้อเป็นลูกชายคนเดียวของข้า ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องรับตัวเขากลับมา…”
“เป็นไปไม่ได้…”
เสียงของเสี่ยวจื้อดังมาจากหน้าประตู เขาโกรธจัดและวิ่งเข้ามา ยืนอยู่ข้าง ๆ หลิ่วเม่ยเอ๋อร์ มองไปที่เหลิ่งจื่ออัน พ่นลมหายใจทางจมูกอย่างเย็นชา
“เมื่อครู่ข้าได้ยินที่พวกท่านพูดกัน ท่านเป็นคนชั่ว ข้าจะไม่ไปกับท่าน”
เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น เหลิ่งจื่ออันก็เริ่มร้อนรน รีบพูดกล่อมด้วยเสียงต่ำ
“เสี่ยวจื้อ ข้าคือพ่อของเจ้า ข้าไม่ใช่คนชั่ว หลายปีนี้ข้าตามหาพวกเจ้าตลอด เจ้าเรียกพ่อสิ เรียกพ่อเร็วเข้า!”
เสี่ยวจื้อกลับถอยหลังไปสองสามก้าว ดึงชายเสื้อของหลิ่วเม่ยไว้ จ้องมองเขาอย่างเย็นชา กัดริมฝีปากและส่ายหน้าอย่างต่อเนื่อง
“ท่านไม่ใช่พ่อของข้า ท่านแม่บอกว่า ข้าไม่มีพ่อ ข้าไม่ต้องการรับคนชั่วอย่างท่านเป็นพ่อ”
พูดจบ เขาก็หันหลังไปพูดกับหลิ่วเม่ยว่า
“ท่านแม่ พวกเราไปกันเถอะ”
พูดจบ เขาก็เตรียมจะไปหยิบห่อผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ เหลิ่งจื่ออันก็ตะโกนเสียงดังขึ้นทันทีว่า
“หึ หากพวกเจ้ากล้าไป ข้าก็จะถล่มจวนอวี้อ๋องแห่งนี้ให้ราบ”
พูดจบประโยคนั้น เขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปด้วยความโมโห
เมื่อมองดูแผ่นหลังของเขา เสี่ยวจื้อก็มองหลิ่วเม่ยอย่างทำอะไรไม่ถูก “ท่านแม่ พวกเราจะทำอย่างไรดี?”
หลิ่วเม่ยตาแดงก่ำ ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
“แม่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี สิ่งที่เขาพูดออกมา เขาย่อมทำแน่นอน”
“เช่นนั้น พวกเราก็ไปไม่ได้แล้วหรือ?”
“ไปไม่ได้ เราจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับท่านอ๋องและหวังเฟยไม่ได้”
พูดจบ นางก็เอาห่อผ้าวางลงบนโต๊ะอย่างหนักหน่วง แกะเชือกที่ผูกไว้ออก แล้วค่อย ๆ หยิบของข้างในออกมาทีละชิ้น…
เรื่องราวของหลิ่วเม่ยและเหลิ่งจื่ออันนั้น ลั่วหลันรู้มาจากปากของเสี่ยวจื้อ
จากคำพูดตะกุกตะกักของเสี่ยวจื้อ ลั่วหลันถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเสี่ยวจื้อเป็นลูกชายของเหลิ่งจื่ออัน
ข่าวนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งนัก
ตกค่ำ ลั่วหลันก็รอเหลิ่งอวี้กลับมาที่ห้อง
เขาเพิ่งจะเดินเข้าประตูมา ก็บ่นพึมพำว่า
“เจิ้นหนานอ๋องผู้นี้ช่างเป็นคนประหลาดแท้ อารมณ์แปรปรวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตอนเช้าที่เพิ่งมาถึง วางท่าหยิ่งผยอง ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ พอตกบ่ายก็กลับกลายเป็นคนโมโหร้าย ตอนนี้ก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ไม่ยอมพูดจา ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งเรือนปีกตะวันตกตึงเครียดผิดปกติ บ่าวไพร่ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม”
ลั่วหลันม้วนปลายผมเล่นไปพลาง เลิกคิ้วมองเขา พลางพูดอย่างมีเลศนัยว่า
“ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้?”
“ไม่ได้”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ลั่วหลันก็ขัดขึ้นมาทันที นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“ท่านจะใช้ประโยชน์จากเสี่ยวจื้อไม่ได้ เขายังเป็นเด็กอยู่”
“ข้าไม่ได้ใช้เขาเป็นเครื่องมือ หากเหลิ่งจื่ออันร่วมมือกับตระกูลอู๋ จุดจบของเขาย่อมเห็นได้ชัดเจน หากเสี่ยวจื้อสามารถทำให้เขากลับตัวกลับใจได้ ก็นับว่าเป็นการช่วยเขาอีกทางหนึ่ง ดังนั้นนี่จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้เขาเป็นเครื่องมือ”
คำพูดของเขา ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ท้ายที่สุดแล้วพ่อลูกตระกูลอู๋มีความทะเยอทะยาน หากพวกเขาร่วมมือกับเจิ้นหนานอ๋องจริง ย่อมกลายเป็นภัยร้ายแรงต่อแคว้นต้าหนิงอย่างแน่นอน
ในเวลานี้ เหลิ่งอวี้จ้องมองนางอย่างเคร่งขรึมและหรี่ตาพูดว่า
“หลันเอ๋อร์ เจ้าหลับตาลง”
“เกิดอันใดขึ้น?”
“หลับตาลง อีกสักพักเจ้าก็จะรู้เอง”
แม้จะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่ลั่วหลันก็ยังคงหลับตาลง
หลังจากนั้นสักพัก เขาก็เดินมาข้างหลังนาง และสวมสร้อยคอทับทิมแวววาวเส้นหนึ่งไว้ที่คอของนาง จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเบาว่า
“ลืมตาขึ้นได้แล้ว”
ลั่วหลันอดที่จะหัวเราะไม่ได้ ถึงแม้ว่านางจะหลับตาอยู่ แต่นางก็ยังรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของเขาได้ แค่จะให้สร้อยคอเส้นหนึ่ง จำเป็นต้องทำอะไรดูลึกลับขนาดนี้ด้วยหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...