เข้าสู่ระบบผ่าน

พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย นิยาย บท 259

เมื่อฮ่องเต้พูดประโยคนั้น ใบหน้าของเหลิ่งจื่ออันก็เขียวคล้ำ เขาพูดเช่นนี้ต่อหน้าธารกำนัล เท่ากับเย้ยหยันที่เขาไร้ซึ่งโอรสสืบสกุล

หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงโมโหจนเลือดขึ้นหน้า สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป

แต่คราวนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะเขามีเสี่ยวจื้อแล้ว

เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าฮ่องเต้ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูด เขาจึงคิดจะพาเสี่ยวจื้อมาด้วยในเช้าวันนี้

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นหัวเราะอย่างลำพองใจ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะที่ไร้ที่มาที่ไป ฮ่องเต้ก็รู้สึกงุนงงว่าเกิดอันใดขึ้น

เมื่อเสียงหัวเราะสิ้นสุด เหลิ่งจื่ออันเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ สบตาฮ่องเต้ด้วยแววตาเป็นประกาย ใบหน้าแดงก่ำ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเป็นห่วงข้า แต่ถึงข้าจะมีลูกชายแล้ว ไม่เพียงแต่มีทายาทสืบสกุล เขายังเป็นเด็กฉลาด น่ารัก และว่องไว หน้าตาเหมือนข้าไม่มีผิด ทั้งกล้าหาญและองอาจ เชื่อว่าในภายภาคหน้าจะต้องได้เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่อย่างแน่นอน”

“อ้อ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้สาเหตุ เผยสีหน้าเย้ยหยันและดูหมิ่น

คนทั้งโลกรู้ว่าเหลิ่งจื่ออันไม่มีลูกชาย ตอนนี้เขากลับบอกว่าตัวเองมีลูกชาย คำพูดนี้คนตาดีล้วนดูออกว่าเขาพูดโกหก

ดังนั้น ฮ่องเต้ตากระตุกเล็กน้อย มองเขาด้วยสายตาใคร่รู้ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า

“ในเมื่อเจ้ามีลูกชายแล้ว เหตุใดจึงไม่พามาให้เราและทุกคนได้เห็นหน้า? ให้เขาได้ทำความรู้จักกับอวี้เอ๋อร์ ซีเอ๋อร์ และหมิงเอ๋อร์เล่า? มีสิ่งใดที่ไม่สะดวกหรือ?”

คำพูดของฮ่องเต้แฝงไปด้วยความเคลือบแคลงใจ เหลิ่งจื่ออันขยับริมฝีปากเล็กน้อย กระแอมเสียงดัง แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า

“ลูกชายของข้าอยู่ที่จวนอวี้อ๋อง เพียงแต่เขายังเด็กนัก ไม่ชอบงานเลี้ยงเช่นนี้ ข้าจึงไม่ได้พาเขามาด้วย…”

เรื่องนี้เกี่ยวข้องอันใดกับจวนอวี้อ๋อง?

ฮ่องเต้ประหลาดใจยิ่งนัก เขามองไปที่เหลิ่งอวี้ด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ พลางถามว่า

“บุตรชายของเจิ้นหนานอ๋องตกยากอยู่ชายแดนรึ? ช่างเป็นเรื่องประหลาดพิกล หรือว่าฝ่าบาททรงเอ่ยถึงเรื่องที่เจิ้นหนานอ๋องไร้ผู้สืบสกุล เจิ้นหนานอ๋องจึงคิดหาเด็กที่ไหนสักคนมาสวมรอย?”

หวงซื่อสยงผู้นี้ วัยราวห้าสิบกว่าปี ติดตามประจบฮ่องเต้องค์ก่อนออกรบตั้งแต่อายุเพียงสิบห้า ทั้งยังเคยช่วยชีวิตพระองค์ไว้ ทว่านิสัยของเขากลับไม่ค่อยน่าคบหา แม้จะเป็นคนตรงไปตรงมาแต่ก็หุนหันพลันแล่น มักพูดจาโดยไม่เกรงใจผู้ใด

ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงวิตกว่าเขาจะมิอาจรับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้องค์ปัจจุบันได้อย่างที่ควร อีกทั้งยังทรงเล็งเห็นถึงความอุตสาหะบากบั่นและความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ จึงพระราชทานบรรดาศักดิ์ผิงเหลียวอ๋องแก่เขา มอบหมายให้ปกป้องแคว้นต้าหนิงทางทิศตะวันออกสุด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาทุ่มเทกายใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง จนแคว้นน้อยใหญ่ทางตะวันออกที่ติดกับแคว้นต้าหนิงมิกล้าเหิมเกริมรุกราน ทว่าเมื่อเทียบกำลังพลในมือเขากับของอู๋หงและหลิวเต๋อชังแล้ว นับว่ายังน้อยกว่าอยู่มากนัก

หลายปีมานี้ เขาแทบไม่เคยย่างกรายเข้าสู่เมืองหลวง หากมิใช่ปีนี้ที่ฮ่องเต้ทรงมีประสงค์เชิญเสด็จ เขาก็คงไม่มา เขามิได้ละโมบในทรัพย์สิน มิได้ลุ่มหลงในสตรี เป็นเพียงบุรุษผู้หยาบกระด้างเกินกว่าจะหยาบกระด้างได้อีก

ดังนั้น แม้ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาจะฟังดูไม่รื่นหู ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินเขา ด้วยเพราะเขาถือครองกระบี่อาญาสิทธิ์พระราชทานจากฮ่องเต้องค์ก่อน ซึ่งสามารถใช้ฟาดฟันทรราชและลงทัณฑ์ขุนนางกังฉินได้

ก็เพราะนิสัยที่เป็นปัญหาของเขานี่เอง พ่อลูกตระกูลอู๋จึงไม่กล้าไปรบกวนถึงหน้าประตูบ้าน เกรงว่ายังไม่ทันได้ชักชวนเขามาร่วมมือ เรื่องที่พวกเขาคิดจะทำก็อาจจะล่วงรู้ไปทั่วเสียก่อน

ดังนั้น คำพูดที่ว่าบุตรชายของเจิ้นหนานอ๋องอยู่ที่จวนอวี้อ๋องนั้น หวงซื่อสยงผู้ที่ปกติมักพูดจาไม่ยั้งคิด จึงไม่เชื่อโดยง่ายดายนัก

น้ำเสียงของหวงซื่อสยงแสดงออกถึงความดูแคลนอย่างชัดเจน หน้าของเหลิ่งจื่ออันพลันเขียวคล้ำ เขาย่นคิ้วมองหวงซื่อสยง ก่อนแค่นเสียงทางจมูกด้วยความเหยียดหยันแล้วกล่าวว่า

“หาเด็กที่ไหนมาก็ได้งั้นหรือ? ผิงเหลียวอ๋องหมายความว่ากระไร? ข้าเหลิ่งจื่ออัน ยังไม่ตกต่ำถึงขั้นไปหาเด็กบ้านอื่นมาแอบอ้างเป็นลูกตัวเองหรอกกระมัง?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย