ทั้งสองมองตากัน ลุกขึ้นกล่าวกับขันทีคนนั้นว่า
“ตอนนั้นเจ้าได้ยินความเคลื่อนไหวอะไร?”
“มะ…ไม่มี”
ขันทีคนนั้นตกใจจนหน้าเขียว ต้องให้คนสองคนช่วยประคองถึงจะยืนไหว
เห็นท่าทางของเขาไม่เหมือนกับโกหก บางทีเขาฝันก็คงนึกไม่ถึงว่า แค่พาซื่อจื่อน้อยคนนั้นไปห้องน้ำ ก็สร้างความวุ่นวายใหญ่โตร้อนขนาดนี้ หากจัดการไม่ดีอาจถึงตายได้ด้วย
เหลิ่งอวี้รู้สึกว่า ไม่อาจถามความอะไรจากปากเขาได้แล้ว ดังนั้นจึงโบกมือใส่คนรับใช้ และกล่าวด้วยเสียงเย็นชาว่า
“พาเขาออกไปเถอะ”
ขันทีถูกพาตัวไปแล้ว เขาหันกลับมาทางหลิวเวยอีกครั้ง “พวกเจ้าเคยตามหาตรงไหนกันมาบ้าง”
หลิวเวยชี้นิ้วไปรอบ ๆ พลางกล่าวว่า
“หลังจากเด็กคนนั้นหายไปตอนเช้า พวกเราตามหาแถวนี้หมดแล้ว”
“หลังกำแพงได้หาหรือยัง?”
หลิวเวยส่ายหน้า “ยังเลย ตอนนั้นคนมาค่อนข้างเยอะ ทุกคนต่างพูดมาก บอกว่าเด็กคนนั้นไม่มีทางปีนกำแพงสูงขนาดนั้น ดังนั้นราชครูอู๋ผู้ได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทให้เป็นคน
ได้ยินคำว่าราชครูอู๋ หัวคิ้วของเหลิ่งอวี้ก็มืดมนทันที ความกังวลบนใบหน้าเพิ่มมากขึ้นเล็กน้อย
“หลังกำแพงเป็นที่ไหน?”
หลิวเวยรีบตอบว่า
“ตรงนั้นน่าจะเป็นสวนดอกไม้ เนื่องจากไม่มีทางเข้า ทั้งยังกั้นด้วยกำแพงสูง ดังนั้นจึงไม่มีคนไป ส่วนเป็นอย่างไรนั้น กระหม่อมก็ไม่ทราบ”
ได้ยินคำพูดของหลิวเวย ลั่วหลันก็อดเดาะลิ้นไม่ได้ นางมีความคิดบางอย่าง ตรงนี้อาจจะเจออะไรก็ได้
ขณะนี้ ลางสังหรณ์ร้ายทะลักขึ้นในใจ ทันใดนั้นเหลิ่งอวี้ก็ตวาดใส่หลิวเวยว่า
“สั่งให้คนเอาบันไดมาเดี๋ยวนี้”
ถึงแม้ว่าหลิวเวยและคนอื่น ๆ จะยังคิดว่าเสี่ยวจื้อไม่มีทางปีนขึ้นไปยังช่องลมสูงขนาดนั้นได้ และไม่มีทางปีนกำแพงสูงขนาดนั้นได้ แต่ก็ไม่กล้าลังเลต่อคำสั่งของอวี้อ๋อง ไม่นาน บันไดก็วางอยู่ข้างกำแพงนั้นแล้ว
เหลิ่งอวี้ห้ามหลิวเวยที่คิดจะปีนขึ้นไปคนแรก ยืนอยู่ใต้บันได เขาสูดลมหายใจเข้าลึก จับมือของลั่วหลัน ฝ่ามือของนาง เย็นเหมือนถูกจุ่มน้ำแข็ง นางกลัวว่าด้านหลังกำแพงนั้นจะมีเรื่องที่ทำให้นางคิดไม่ถึงจริง ๆ
นางไม่กล้าส่งเสียง มือทั้งสองปิดปาก นั่งยองอยู่บนสันกำแพง มองพวกเหลิ่งอวี้ค้นหาอยู่ในหญ้ารกร้างอย่างเงียบ ๆ
นางอธิษฐานในใจไม่หยุด : เสี่ยวจื้อต้องไม่เป็นอะไร เขายังเด็ก เขาแค่แปดขวบ เขาเฉลียวฉลาดขนาดนั้น
จู่ ๆ นางก็เสียใจเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะนางโน้มน้าว เขาก็ไม่มีทางเข้าวัง เขาไม่เข้าวัง ก็ไม่มีทางเกิดเหตุสุดวิสัย…
นางห้ามไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ นางรู้สึกว่าตัวเองหมดหนทางอย่างมาก ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด
ทันใดนั้น เสียงของเสี่ยวซวงจื่อที่อยู่ตรงมุมกำแพงก็ทำลายความเงียบตรงนี้
“ท่านอ๋อง อยู่ตรงนี้”
บรรดาคนที่กำลังตามหาอยู่ทางด้านล่างรีบวิ่งไปยังตำแหน่งของเสี่ยวซวงจื่อ ขณะนี้ดวงตาของลั่วหลันก็จ้องไปยังตำแหน่งของเสี่ยวซวงจื่ออย่างไม่ละสายตา
เห็นเขาอุ้มเด็กน้อยสวมเสื้อผ้าสีแดงเข้มขึ้นมาจากหญ้า สองมือของเขาห้อยลง อุ้มไว้ในอ้อมแขนของเสี่ยวซวงจื่อราวกับปุยฝ้าย ไม่ขยับเขยื้อนเลย
เมื่อเห็นภาพนี้ ลั่วหลันก็ปิดปากตัวเองไว้ นางไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือเสี่ยวจื้อที่ร่าเริงและน่ารักคนนั้น น้ำตาของนางไหลอาบแก้มไม่หยุด
อาไฉ่กับอาหงเห็นแบบนั้น ก็รีบพยุงนางลงจากบันได ขณะเดียวกัน เหลิ่งอวี้และคนอื่น ๆ ก็พาเสี่ยวจื้อกลับมาจากกองหญ้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...