นางหันกลับไปมองเหลิ่งจื่ออันที่โกรธจนหน้าดำด้วยสายตาไม่พอใจแล้วพูดเสียงเรียบเฉยว่า
“ท่านพูดแบบนี้หมายความว่าอะไร? ท่านคิดว่าข้ากำลังเอาชีวิตของเสี่ยวจื้อมาล้อเล่นหรือ?”
“แล้วไม่ใช่หรือ?”
เสียงของเหลิ่งจื่ออันแหลมขึ้นแล้วพูดต่อทันทีว่า
“เจ้ารักษาเขา ข้ารู้สึกขอบคุณเจ้ามาก แต่ห้าวันมานี้ เจ้าไม่ยอมให้ข้าเห็นแม้แต่หน้า ข้าสงสัยจริงๆ เจ้าจะรักษาเสี่ยวจื้อให้ดีได้หรือไม่ หรือ...หรือว่า...”
เขาพูดถึงตรงนี้เบ้าตาก็เริ่มแดง หางตามีน้ำตาอย่างเห็นได้ชัด เขาพูดต่อไปไม่ได้ เขากลัวคำพูดที่ตัวเองพูดออกไปจะกลายเป็นจริง
ดวงตาใสของลั่วหลันกะพริบไม่หยุด เห็นเขาพูดต่อไปไม่ได้ นางพูดแทนเขาโดยตรงว่า
“หรือว่าเสี่ยวจื้อไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว?”
ทันทีที่นางพูดออกไป จู่ๆ อารมณ์ของเหลิ่งจื่ออันก็พังทลาย เขาหมุนตัวไปรอบๆ พร้อมกับโบกมือไปมา และส่งเสียงตะโกนออกมา
“ไม่ว่าเป็นหรือตาย เจ้าให้ข้าเจอเขา เจ้าให้ข้ากอดเขา เขาแค่เรียกข้าว่าพ่อ ข้ายังไม่มีโอกาสกอดเขาดีๆ เลย!”
เขาพูดถึงตรงนี้ จู่ๆ ก็ยืนตัวตรงหยุดเสียงร้องไห้ ถลึงตาแดงก่ำมองลั่วหลัน โบกมือพูดกับคนข้างหลังว่า
“ทหาร บุกเข้าไป”
เขาเพิ่งพูดจบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ข้าจะดูว่าใครกล้า?”
ทุกคนมองตามเสียงไป เห็นเหลิ่งอวี้เดินมาทางนี้ใบหน้าบึ้งตึง แม่ทัพใหญ่สี่คนพร้อมกับกลุ่มสมุหราชองครักษ์
เหลิ่งจื่ออันเห็นเขามา ขมวดคิ้วแน่นบนหน้าผากมีรอยย่นอยากเห็นได้ด้วยตา เขาตะโกนเสียงดังอีกครั้งว่า
“เหลิ่งอวี้ เจ้าคิดจะทำอะไร? เจ้ากับผู้หญิงคนนี้ร่วมกันหลอกข้า พวกเจ้าโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ข้าคิดว่านางจะช่วยรักษาลูกชายของข้าได้ แต่คิดไม่ถึง......คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ใบหน้าครั้งสุดท้ายของลูกชายข้าก็ไม่ได้เห็น วันนี้แม้เป็นฝ่าบาทมา ข้าก็ต้องเข้าไป ข้าอยากจะดูว่า ลูกชายของข้าเป็นหรือตาย ผู้หญิงคนนี้ช่วยเขาไม่ได้ใช่ไหม และตอบฝ่าบาทไม่ได้ถึงจงใจถ่วงเวลาอยู่ที่นี่”
วันนี้ที่เหลิ่งจื่ออันอารมณ์รุนแรงขนาดนี้ เป็นเพราะเมื่อครู่ตอนมาที่นี่เจอพระสนมฉางกุ้ยเฟย นึกถึงคำพูดที่นางพูดกับตัวเอง เหลิ่งจื่ออันก็ยิ่งหงุดหงิด ความโกรธที่ข่มไว้นานก็พุ่งขึ้นมาในทันที
“วันนี้ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่ให้ท่านเข้าประตูบานนี้ หากท่านอยากเห็นจริงๆ ไว้ค่อยมาใหม่ในสามวันให้หลัง”
เหลิ่งจื่ออันเห็นท่าทีนางยังคงแน่วแน่ เขากัดฟันชี้ไปที่ประตูบานนั้นพูดเสียงดังว่า
“หรือเจ้าต้องการให้ข้าบุกเข้าไปจริงๆ หรือ?”
เขายังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ลั่วหลันก็เชิดหน้าพูดเสียงดังว่า
“ท่านอยากให้ลูกชายของท่านตายก็บุกเข้ามาได้เลย”
นางพูดคำนี้จบก็ดึงเหลิ่งอวี้ไปยืนอยู่ด้านข้าง พูดด้วยสีหน้านิ่งสงบ
“หากแม้แต่สามวัน เสด็จอาก็ไม่ยอมรอ อย่างนั้นท่านก็บุกเข้าไปเถอะ แต่หลังจากที่ท่านก้าวเข้าประตูบานนี้ ความเป็นความตายของเสี่ยวจื้อ ข้าสุ่ยลั่วหลันจะไม่สนใจอีก”
ตอนที่พูดถึงประโยคนี้ สีหน้าของนางจริงจังเคร่งขรึมเป็นพิเศษ ในดวงตาสวยเต็มไปด้วยลึกลับและทำให้คนไม่กล้าสบตา
เวลาหยุดลงตรงนี้ ทุกคนที่อยู่ต่างกลั้นหายใจ เหลิ่งจื่ออันก็กำลังครุ่นคิดคำพูดเมื่อครู่ของลั่วหลัน ลังเลตัดสินใจไม่ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...