เหลิ่งอวี้กุมมือของนางเอาไว้แน่น เหมือนพยายามให้นางใจเย็นลง
นึกถึงเสี่ยวจื้อ จู่ๆ เหลิ่งจื่ออันก็ใจอ่อน วันที่เสี่ยวจื้อได้รับบาดเจ็บ ทุกคนต่างส่ายหน้าถอนหายใจ มีเพียงลั่วหลันคนเดียวที่บอกว่านางรักษาได้ หากเขาบุกเข้าไปทั้งแบบนี้ ตามนิสัยของลั่วหลัน นางจะต้องบิดหน้าเดินไป หากเสี่ยวจื้อเมื่อกับที่นางบอก กำลังดีขึ้นแล้ว อย่างนั้นเขาที่เป็นพ่อคนหนึ่งกำลังทำร้ายลูกชายของตัวเองไม่ใช่หรือ?
เขานึกถึงตรงนี้ก็กำหมัดแน่น มองลั่วหลันอย่างเย็นชาพูดด้วยอารมณ์ความโกรธแค้น
“วันที่สิบ ข้าจะมาใหม่ หากไม่ให้ข้าเจออีก ข้าก็จะทำที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง”
เขาทิ้งประโยครุนแรงไว้ก็สะบัดมือ ส่งเสียงเหอะ ก้าวเท้าจากไป เหล่าองครักษ์ที่ตามหลังเขาก็รีบเดินตามเขาไป
เห็นเขาไปแล้ว ลั่วหลันถึงถอนหายใจยาวราวกับลูกบอลที่ปล่อยอากาศ เหลิ่งอวี้รีบวางมือบนบ่าของนาง ประคองนางที่ร่างกายอ่อนแอไปพลาง พูดปลอบโยนไปพลาง
“หลันเอ๋อร์ ลำบากเจ้าแล้ว”
ลั่วหลันส่ายหน้าอย่างหมดแรง “ข้าไม่กลัวลำบาก เพื่อเสี่ยวจื้อแล้ว ลำบากหน่อยจะเป็นอะไร หวังเพียงแค่เขาจะดีขึ้นในเร็ววัน”
เหลิ่งอวี้กระชับแขนดึงนางมากอดไว้ เห็นใบหน้าเล็กของนางซีดเล็กน้อย ก็รู้สึกปวดใจ เขากลัวเหลิ่งจื่ออันมาบุกจะส่งผลถึงอารมณ์ของนาง ดังนั้นถอนหายใจปลอบโยนอีกครั้งว่า
“เสี่ยวจื้อจะต้องปลอดภัย เสด็จอามีนิสัยตรงไปตรงมา เขาจะต้องได้ยินคำพูดบางคนถึงมาบุกที่นี่ เจ้าอย่าเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลย”
ลั่วหลันเม้มปากยิ้มเศร้าอย่างจนใจ ดวงตาว่างเปล่ามองไปไกลๆ พึมพำว่า
“ข้าไม่โทษเขาที่สงสัย และไม่โทษคนอื่นพูดนินทาลับหลัง ผ่านมาหลายวันแล้ว นอกจากข้า ไม่มีใครเคยพบเสี่ยวจื้อ ทุกคนต่างจะคิดว่าด้วยอาการตอนนั้นของเสี่ยวจื้อ เกรงว่าตอนนี้คงสิ้นใจไปนานแล้ว ดังนั้นไม่โทษที่เขาจะร้อนใจ”
สำหรับเรื่องที่เสี่ยวจื้อกำลังบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง นางอธิบายกับคนอื่นไม่ได้ ดังนั้นทำได้แต่ห้ามคนเจอเขาในช่วงสั้นๆ นี้ นี่ก็ส่งผลให้เหลิ่งจื่ออันสงสัยในตัวนาง นางกลับรู้สึกว่าที่เหลิ่งจื่ออันสงสัยไม่มีปัญหาอะไร ในฐานะพ่อคนหนึ่ง เขาควรเป็นแบบนี้
นางคิดถึงตรงนี้ก็เงยหน้าสบตาดวงตาที่ลึกซึ้งของเหลิ่งอวี้ถามเสียงเบาว่า
“เรื่องของเสี่ยวจื้อ ตรวจสอบเจออะไรบ้าง?”
ได้ยินนางถามแบบนี้ เหลิ่งอวี้ที่เพิ่งผ่อนคลายก็ตึงขึ้นทันที เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบสีหน้าหนักอึ้ง
“ยังไม่มีเบาะแส คนที่รู้เรื่องตายไปแล้ว ดูเหมือนพลาดตกน้ำ แต่ความจริงคือถูกคนจับแขวนคอจนตาย”
ลั่วหลันขมวดคิ้วเข้าหากัน หายใจเข้าลึกๆ ความกังวลบางอย่างพุ่งเข้ามาในใจ
เดิมทีฐานะของเสี่ยวจื้อก็พิเศษ ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บโดยไม่มีสาเหตุ เรื่องนี้ไม่ธรรมดา ในวังที่ลึก จิตใจคนซับซ้อน ชีวิตคนไร้ค่าราวกับหญ้า
“ลั่วหลันไม่ได้คิดยิ่งใหญ่เพื่อบ้านเมือง และไม่ได้แผนการในใจเหมือนฝ่าบาท ข้าแค่อยากช่วยชีวิตเสี่ยวจื้อเท่านั้นเอง”
น้ำเสียงของนางเย็นชาเป็นพิเศษ ถึงขนาดแฝงความไม่พอใจหลายส่วน
ฮ่องเต้มือไขว้หลังเดินสองสามก้าว จู่ๆ ก็หยุดลงดวงตานิ่งถามอีกครั้งว่า
“เด็กคนนั้นมีโอกาสรอดจริงหรือ?”
“ตอนนี้เขาก็ยังมีชีวิตอยู่”
ลั่วหลันไม่อยากอธิบายมาก เพราะนางรู้อยู่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ นางอธิบายมากไปก็ไร้ประโยชน์ ความจริงถึงเป็นการอธิบายที่ดีที่สุด
ฮ่องเต้เหมือนค่อนข้างร้อนรน ตอนนี้ทั่วทั้งวังหลวง แม้แต่เหล่าขุนนางก็กำลังสงสัยว่าเสี่ยวจื้อตายแล้ว กำลังสงสัยว่านี่จะเป็นแผนทุกข์กายของลั่วหลัน นอกจากเหลิ่งอวี้ ไม่มีใครเชื่อว่านางจะช่วยชีวิตของเสี่ยวจื้อได้ นี่ทำให้เขาที่เป็นฮ่องเต้ทำตัวไม่ถูก
เดิมเขาคิดจะเคลื่อนกองทัพกลับเมืองหลวง ป้องกันเพื่อเตรียมไว้สำหรับความจำเป็นในยามฉุกเฉิน แต่ก็กลัวถูกเหลิ่งจื่ออันสังเกตเห็น แบบนั้นก็จะเกิดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นล่วงหน้า
ถึงแม้เขาไม่กลัวเจิ้นหนานอ๋องที่มีทหารแค่ไม่กี่หมื่น แต่ก็กลัวคนอื่นพูดว่าในสายตาของเขาที่เป็นฮ่องเต้ยอมรับน้องชายแท้ๆ ของตัวเองไม่ได้ เป็นฮ่องเต้ทรราชที่ฆ่าพี่ฆ่าหลานคนหนึ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...