ดังนั้น จะต้องคิดหาวิธีลดความรุนแรงของเรื่องนี้ถึงจะได้
“ฝ่าบาท......”
ในที่สุดนางก็อดพูดขึ้นไม่ได้ ถึงแม้การกระทำของเหลิ่งจื่ออันจะวู่วามไปบ้าง แต่ก็เกิดจากที่เขาหลงเชื่อคำนินทา หรือเพราะใจร้อนเกิดไป เมื่อพิจารณาถึงแก่นแท้สาเหตุหลักก็คือเสี่ยวจื้อ
นางนึกถึงตรงนี้ก็พูดอย่างไม่ลังเลว่า
“ฝ่าบาท เรื่องนี้ลั่วหลันมีความผิด เป็นข้าทำให้เสด็จอาเข้าใจผิดว่าเสี่ยวจื้อตายไปแล้ว เขาถึงทำเรื่องวู่วามแบบนี้ออกมา ในฐานะพ่อแม่ ฝ่าบาทคงเข้าใจความรู้สึกของเขา ดังนั้นฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ที่เสี่ยวจื้อยังอยู่ในช่วงวิกฤต เสด็จอากังวลเกินไป ละเว้นเสด็จอาเถอะ!”
เหลิ่งอวี้ในตอนนี้ หัวใจสั่นไหว จู่ๆ เขารู้สึกเสด็จอาที่อยู่ในใจของเขาส่งสูงยิ่งใหญ่ขึ้น เขาทำเพื่อลูกชายของตัวเอง เคยแสดงท่าทีที่อ่อนน้อมถ่อมให้ลั่วหลัน เขาทำเพื่อลูกชายของเขากล้าถือกระบี่ชี้หน้าถามต่อหน้าพระพักตร์ เรื่องที่เขาทำเพื่อลูกชายของตัวเอง ทำให้เหลิ่งอวี้ซาบซึ้งใจ หากพ่อของตัวเองเข้าใจและเชื่อมั่นได้ครึ่งหนึ่งของเสด็จอา อย่างนั้นตัวเองก็ไม่ต้องนอนพิการบนเตียงสามปีใช่หรือไม่?
เขานึกถึงตรงนี้ก็ยกมุมปาก แอบยิ้มเศร้าๆ พร้อมเอ่ยขอร้อง
“เสด็จพ่อ การกระทำของเสด็จอาในคืนนี้ไม่เหมาะสมอยู่บ้างจริงๆ แต่เขาคาดหวังจะเจอลูกมาก เสี่ยวจื้อเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ไม่เจอกันหลายปี เพิ่งเจอหน้าก็ต้องห่างกัน ช่วงเวลาสั่นๆ เขายากที่จะยอมรับ นี่ถึงทำให้เขาทำรุนแรงเกินไปบ้าง ลูกคิดว่าควรให้โอกาสเสด็จอาได้แก้ไข เสด็จพ่อโปรดระงับความโกรธด้วย”
“เหอะ!”
สำหรับคำขอร้องของเหลิ่งอวี้กับลั่วหลัน เหลิ่งจื่ออันไม่สั่นไหวและไม่รับน้ำใจ เขาหอบหายใจแรงพูดอย่างรุนแรง
“พวกเจ้าไม่ต้องหน้าซื่อใจคดอยู่ตรงนี้ ข้าเกิดมาเป็นคนก็จะใช้ชีวิตอย่างสง่าผ่าเผย กระบี่เล่มนี้ชื่อว่ากระบี่หลิงหลง เป็นอดีตฮ่องเต้ให้ข้าตอนข้าเกิด เพราะเขากลัวเหลิ่งจื่อจิ้นจะลงมือกับข้า ถึงให้กระบี่หลิงหลงเล่มนี้เท่ากับป้ายทองละเว้นชีวิต ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาเป็นฮ่องเต้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ฆ่าข้า ฮ่าฮ่าฮ่า......”
ถึงแม้เขาจะพูดด้วยเสียงหัวเราะ แต่ในเสียงหัวเราะมีความสะอึกสะอื้นและเศร้าอยู่อย่างชัดเจน
ฮ่องเต้จำกระบี่ที่เขาถืออยู่ในมือได้เป็นธรรมดา นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงถือกระบี่เข้ามา ฮ่องเต้ไม่กล้าทำอะไรหุนหัน
ฮ่องเต้หน้าเคร่งครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วเอ่ยเสียงเย็นชาว่า
“กระบี่ของเจ้าเป็นอดีตฮ่องเต้ประทานให้ถูกต้อง แต่ก็เพื่อให้เจ้าใช้ป้องกันตัว ไม่ใช่เพื่อให้เจ้ามาฆ่าข้า ตอนนี้เจ้าทำความผิดพยายามก่อกบฏ เจ้าคิดว่าแค่กระบี่เล่มหนึ่งจะช่วยเจ้าได้หรือ?”
นึกถึงตรงนี้ จู่ๆ เขาก็หัวเราะออกมาอย่างขมขื่นปากก็พึมพำว่า
“มาจนถึงวันนี้ ข้าเหลิ่งอวี้ยังไม่รู้ตัวเองปีนออกมาจากในท้องของใคร พูดถึงช่างน่าเศร้าจริงๆ คิดแล้วคงเป็นความผิดของข้าเหลิ่งอวี้ ข้าผิดต่อแม่แท้ๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้า หลายปีมานี้แม้แต่ธูปสักดอกก็ไม่เคยจุดให้ท่าน”
ลั่วหลันฟังออกจากในน้ำเสียงที่เกือบจะตะคอกของเหลิ่งอวี้ เขาในตอนนี้คงจะรู้สึกไร้ที่พึ่ง แม้แต่แม่ของตัวเองเป็นใครยังไม่รู้ ยากที่จะไม่รู้สึกเศร้าใจ
นางพลิกกลับมากุมมือของเขา แววตาสวยมองเขากระซิบข้างหูของเขาว่า
“ท่านพี่เห็นภาพรวมเป็นสำคัญ อย่าพูดมากต่อหน้าฝ่าบาท นี่เป็นคำพูดที่ท่านเคยบอกข้า ท่านลืมไปแล้วหรือ?”
คำพูดของนางเตือนสติของเหลิ่งอวี้ในทันที คนที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มังกรเป็นพ่อของตัวเอง แต่ก็เป็นฮ่องเต้ของแผ่นดิน
เขาจะมองฮ่องเต้เป็นพ่อทั่วไปไม่ได้ เขาจะไม่รักและเอ็นดูลูกของตัวเองเหมือนพ่อทั่วไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...