พิษรักองค์ชายโฉมงาม นิยาย บท 130

ตอนที่ 130 เชิญฮูหยินอีกครั้ง

หลิวซื่อกับหลิงหลงฮูหยินที่ยืนอยู่ด้วยกัน หันมามอง ใบหน้าหลิวซื่อเชิดฉายอย่างภาคภูมิใจ ทุกครั้งที่ได้ออกงานใหญ่โต นางก็จะเป็นแบบนี้ เพราะหลี่ซื่อแทบจะไม่ออกมาร่วมงานเลย หลิงหลงฮูหยินเป็นแค่ฮูหยินในนามเท่านั้น ความจริงแล้วนางเป็นเพียงนางสนม เพราะฉะนั้น นางยืนอยู่ที่นี่ในนามฮูหยินรองของตระกูลเสี้ย จึงมีมาดแสดงให้เห็นถึงความเป็นเจ้าถิ่น

เห็นลูกสาวกำลังเค้นถามหลีโม่ ใบหน้ายักยิ้ม มองดูรอยแผลเป็นบนหน้าผากของหลิงหลงฮูหยินแล้วพูดกับเสี้ยฟังเอ๋อร์ว่า “ฟังเอ๋อร์ ลงมือไม่ได้นะ สั่งสอนไม่กี่คำก็พอ”

คำพูดนี้ที่จริงนางตั้งใจที่จะพูดให้หลิงหลงฮูหยินฟัง ดูสิ พวกเจ้ารังแกเสี้ยหลีโม่จนบาดเจ็บไปทั้งตัว คนหนึ่งเสียโฉม คนหนึ่งนิ้วขาด แต่เสี้ยหลีโม่ก็ไม่ลงมือกับพวกนางแล้ว ไม่ว่ายังไง นางก็เป็นเอ้อเซิ่นของเสี้ยหลีโม่ และเป็นฮูหยินที่ตกแต่งแล้วอย่างถูกต้อง ไม่เหมือนกับนางที่เป็นแค่นางสนม

เสี้ยเอ้อร์ซูกับเสี้ยเฉิงเสี้ยงก็หันมามอง หลีโม่เงยหน้า สายตาสบกับสีหน้าเสี้ยเฉิงเสี้ยง จนอึ้ง

สีหน้านั้นสามารถใช้คำว่ามีสีสันมาบรรยาย รอบดวงตาดำคล้ำ จมูกเบี้ยว ปากบวม แก้มสองข้างเขียวช้ำ ดูก็รู้ว่าโดนมัดรุมกระทืบมา

เป็นถึงเฉิงเสี้ยง กลับโดนรุมทำร้ายร่างกาย?

หลีโม่นึกถึงคำพูดของเซี่ยวโธ่ อดไม่ได้ที่จะคิดถึง หรือว่าจะเป็นเซี่ยวโธ่หาคนมารุมทำร้ายเขาจริงๆ

เสี้ยฟังเอ๋อร์เห็นหลีโม่ไม่พูดอะไร ก็นึกว่านางกลัว ขยับเข้าใกล้ ชี้จมูกนางแล้วพูดว่า “เจ้ารีบขอโทษหลิงหลงฮูหยินกับเอ้อเจ่ ถ้าไม่อย่างนั้น วันนี้ข้าจะตีจนขาเจ้าหัก”

เสี้ยเฉิงเสี้ยงเมื่อได้ยินดังนี้ สีหน้าเริ่มเคร่งขรึม ปกติก็รู้ว่าหลิวซื่อสองแม่ลูกมีนิสัยเป็นยังไง ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็จะกัดไม่ปล่อย ชอบออกนอกหน้า ถ้าเป็นวันปกติก็แล้วไป แต่วันนี้จะให้พวกนางเอาแต่ใจแล้วทำลายแผนการเขาไม่ได้

โดยเฉพาะ เสี้ยฟังเอ๋อร์ที่ฝึกการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ต่อให้มีฝีมือแค่งูๆปลาๆ แต่ถ้าทำให้บาดเจ็บมีแผลเป็นเพิ่มมาให้ทุกคนที่มางานได้เห็นกันคงไม่ดีแน่

เขาพูดกับเสี้ยเอ้อซูว่า “เจ้าไปห้ามเสี้ยฟังเอ๋อร์ วันนี้เป็นวันมงคลของนายหญิงแก่ อย่าก่อเรื่อง”

เสี้ยเอ้อซูกลับไม่สนใจ “การกระทำของเสี้ยหลีโม่ก็เกินไป ให้ฟังเอ๋อร์สั่งสอนหน่อยก็ดี”

“บ้าบอ จะสั่งสอนเมื่อไหร่จะไม่ได้? เดี๋ยวจะมีแขกมามากมาย ให้คนอื่นเห็นไม่ดี”

ในใจเสี้ยเอ้อซูหงุดหงิด จวนเฉิงเสี้ยงตอนนี้ไม่เหลือหน้าตาอะไรแล้ว และไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะ จะมีอะไรมากไปกว่านี้?

แต่ด้วยเกรงอำนาจของพี่คนโต เขาจึงร้องห้าม “ฟังเอ๋อร์ อย่าก่อเรื่อง”

เสี้ยฟังเอ๋อร์ได้ยินบิดาร้องห้าม จึงจ้องมองหลีโม่แล้วพูดว่า “รอไปก่อน ข้าจะเอาคืนเจ้า”

เสี้ยโล่เยว่เห็นเสี้ยฟังเอ๋อร์จะปล่อยหลีโม่ไม่เอาเรื่อง จึงยอมได้ที่ไหน? นางหัวเราะ “ช่างเถอะ เม่ยเม่ยไม่เอาเรื่องนางก็ได้ คนอื่นจะได้ไม่หาว่าเม่ยเม่ยหยาบคายไม่มีมารยาท ต่อไปจะหาคู่ครองไม่ได้ ”

เสี้ยฟังเอ๋อร์รับไม่ได้ที่สุดหากมีคนว่านางหยาบคาย เมื่อฟังเสี้ยเลโล่เยว่ยุแยง ก็เดือดจัด ไม่สนใจคำห้ามของบิดา ยกหมัดต่อยหลีโม่อย่างสุดแรง

เมื่อหลีโม่มองเห็นหมัดในมือของนางเคลื่อนไหว ก็รู้แล้วว่านางคิดจะลงมือ นางจึงทำเป็นตกอกตกใจ ดึงเสี้ยโล่เยว่ทำเป็นหลบอยู่ข้างหลังนางแล้วตะโกนว่า “เม่ยเม่ยช่วยข้าด้วย”

เมื่อเสี้ยฟังเอ๋อร์เห็นดังนั้น ก็หยุดหมัดของตัวเองไม่ทันแล้ว ด้วยความที่ลดแรงอย่างกะทันหันทำให้ยืนไม่มั่น หมัดจึงต่อยโดนคางเสี้ยโล่เยว่ก่อน แล้วทั้งตัวก็ล้มทับร่างเสี้ยโล่เยว่ ทั้งสองล้มกองอยู่บนพื้น อย่าให้ได้พูดว่าน่าเกลียดขนาดไหน

หลีโม่ทำเหมือนตกใจสุดขีด ร้องกรี๊ด แล้วรีบไปช่วยดึงคนทั้งสอง แต่เท้าของนางกลับเหยียบหลังมือเสี้ยฟังเอ๋อร์อย่าง “ไม่ได้ตั้งใจ” เจ็บจนนางร้องโอยโวยวาย

หลีโม่รีบยกขึ้น และเท้าอีกข้างก็เหยียบโดนขาของเสี้ยโล่เยว่อย่าง “ไม่ได้ตั้งใจ” ด้วยความยืนไม่มั่น จึงล้มลงนั่งทับหัวเสี้ยโล่เยว่

ด้วยคำสั่งของหลิวซื่อ ข้ารับใช้รีบไปประคองคนทั้งสาม เสี้ยโล่เยว่กับเสี้ยฟังเอ๋อร์ผมเพ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย หน้าตาอักอ่วน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิษรักองค์ชายโฉมงาม