พิษรักองค์ชายโฉมงาม นิยาย บท 138

ตอนที่ 138 เชิญหมอ

ข่าวลือเสียๆหายๆนี้ได้ขยายออกเป็นวงกว้างมากเกินไป ทุกคนต่างอดที่จะมองมาไม่ได้

น้องชายทั้งสองคนถูกบุรุษหน้าตาอัปลักษณ์ผู้นี้สวมเขาเข้าให้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เสี้ยโล่เยว่ที่เป็นพระชายาในอนาคตของรัชทายาทผู้นี้ก็อาจจะไม่ใช่ลูกสาวของเฉิงเสี้ยงเสี้ยผู้นี้ก็เป็นได้

เมื่อเสี้ยโล่เยว่เห็นเฉินเสี้ยงเสี้ยจ้องเขม็งไปทางหลิงหลงฮูหยิน นางก็เกิดความกลัวขึ้นมาในใจ จึงได้รีบรุดขึ้นหน้าและถามขึ้นในทันทีว่า “เสด็จพ่อ ท่านคงจะไม่เชื่อคำพูดของภรรยาบ้าคลั่งผู้นี้หรอกใช่ไหมเพคะ?”

อ๋องเหลียงจึงได้พูดกับเฉิงเสี้ยงเสี้ยด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหวังดีว่า “ใช่ๆ เฉิงเสี้ยง เรื่องนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ หากไม่เชื่อคำพูดของคนข้างกาย ก็ควรจะตรวจสอบมันให้ชัดเจนน่าจะดีกว่านะ”

เขาคิดว่า หลีโม่เป็นผู้จัดการวางแผนสถานการณ์นี้อย่างแน่นอน จึงต้องการให้พิสูจน์ให้ชัดเจน ดังนั้นเขาจึงได้ช่วยเฉิงเสี้ยงเสี้ยพิสูจน์ด้วย “ความหวังดี”

เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของอ๋องเหลียง ก็ต่างทยอยกันโน้มน้าวให้เฉิงเสี้ยงทำการตรวจสอบให้ชัดเจนด้วย “ความหวังดี” กันทั้งนั้น ใบหน้าของเฉิงเสี้ยงเสี้ยได้แสดงสีหน้าลำบากใจจนยากจะพรรณนาออกมาได้ หากไม่ใช่เพราะว่ามีทุกคนอยู่เป็นจำนวนมากที่นี่ละก็ เขาคงจะฆ่าเฉินเอ้อและหลิงหลงฮูหยินตามความคิดในใจของเขาไปนานแล้ว

ภรรยาของเฉินเอ้อมองไปทางเฉิงเสี้ยงเสี้ยพร้อมกับปาดน้ำตาเล็กน้อย ใบหน้าที่กระอักกระอ่วนใจทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกเจ็บปวดใจไม่น้อย “เฉิงเสี้ยง ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาทำให้ครอบครัวของเจ้าต้องวุ่นวายแต่อย่างใด เรื่องนี้ข้าไม่อยากพูดให้แตกแยกกัน ข้าเองก็อดทนอดกลั้นไม่ได้เหมือนกัน ท่านเป็นถึงเฉิงเสี้ยง แต่กลับถูกคนกลั่นแกล้งหยอกล้อเช่นนี้ หลายปีมานี้ นักต้มตุ๋นจำนวนไม่น้อยได้สรรหาผลประโยชน์จากตัวของหลิงหลงฮูหยิน บ้างก็เพื่อหน้าที่การงาน บ้างก็เพื่อเงินทอง แต่สำหรับหลิวซื่อ อย่างน้อยพวกเขาก็ไปมาหาสู่กัน 5-6 ปีแล้ว เขาไม่เคยมีความลับต่อกัน เพียงแต่เมื่อเขาดื่มเหล้าจนเมามาย ก็มักจะไปคุยโวโอ้อวดเพื่อเลวๆเหล่านั้น ว่าไปนอนกับลูกสะใภ้บ้านไหนแล้ว ได้เงินทองมาเท่าไหร่ เรื่องเหล่านี้ เฉิงเสี้ยงก็ล้วนแล้วแต่ตรวจสอบได้ทั้งนั้น สำหรับองค์ชายผู้ร่ำรวยที่ออกคำสั่งด้วยเงินทองจำนวนมหาศาล ก็สามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก ในตอนแรกเริ่มนั้นหลิงหลงทรงอยู่เป็นหญิงหม้าย มักจะออกไปเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยครั้ง ไปมาหาสู่กันสองคน ใช้ชีวิตไปวันๆ เดิมทีนักต้มตุ๋นผู้นี้ต้องการสู่ขอหลิงหลงฮูหยิน แต่ในตอนนั้นเฉิงเสี้ยงชื่นชอบในตัวนางแล้ว เฉินหลิงหลงจึงต้องปีนป่ายให้สูงกว่า จึงได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับคนนักต้มตุ๋นผู้นี้ แต่น่าเสียดายที่ต่อมากลับพบลูกของเขาในอ้อมแขน เรื่องนี้ยังเป็นคำวินิจฉัยของหมอหลีในโรงหมอเปาหยวนถังอีกด้วย เฉิงเสี้ยงไปถามหมอหลวงหลีได้ แต่หากเรื่องที่ข้าพูดวันนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกแม้แต่นิดเดียว ขอให้ฟ้าผ่าตาย!”

เมื่อพูดจบนางก็มองไปทางเฉินเอ้อ ก่อนจะพูดด้วยความหัวใจที่ตายด้านไปแล้วว่า “เฉินเอ้อ ข้ากับเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ได้ตัดขาดความเป็นบุญคุณซึ่งกันและกัน ข้าจะพาลูกออกจากเมืองปักกิ่ง ตลอดชั่วชีวิตนี้ของเจ้าอย่าได้คิดว่าจะได้เจอเขาอีกเลย” เมื่อพูดจบ ก็ตัดสินใจจากไป

แขกผู้มีเกียรติที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ล้วนแล้วแต่อดที่จะรู้สึกเจ็บปวดใจแก่ภรรยาผู้นี้ไม่ได้ เมื่อตัดสินใจแยกทางกับสามีผู้นี้ ย่อมต้องพบเจอกับชีวิตที่ยากลำบากย่างแน่นอน

เฉินเอ้อได้สติกลับมาจากความหวาดกลัว เขาไม่ใช่คนที่โง่เขลา มีคนเข้าๆออกๆจวนเฉิงเสี้ยงมากมาย หญิงสาวหลากหลายประเภทที่ต้องต้อนรับขับสู้ข้างกายก็ล้วนมีให้เห็นมากมาย

เขาพยายามนึกว่าหลังจากที่ตัวเองถูกหลีโม่ชนแล้ว เขาก็รู้สึกคันๆขึ้นมาภายในใจ ความรู้สึกคันนั้น แปลกประหลาดจนไม่สามารถพูดออกมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เข้ามาในห้องพักแล้ว เหมือนราวกับว่าเขาได้สูญเสียสติสัมปชัญญะไปอย่างไรอย่างนั้น ทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าต่างก็เป็นเหมือนความฝัน จนกระทั่งเขาลืมไปแล้วว่าตัวเองนั้นมาทำอะไรในห้องพักส่วนตัวแห่งนี้ไปแล้ว

เขาคิดว่าตัวเองถูกเสี้ยหลีโม่วางยาพิษ เมื่อเห็นหลีโม่และเฉินหลิ่วหลิ่วเดินเข้ามา เขาก็รีบกระโดดขึ้นมาแล้วชี้ไปทางหลีโม่ทันที “เป็นนาง เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของนาง นางวางยาข้า ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของนาง นางใส่ร้ายหลิงหลงฮูหยิน ต้องการใส่ร้ายฮูหยินรอง ใส่ร้ายข้า! ”

เฉินเอ้อตะโกนพูดโดยไร้การวิเคราะห์ไตร่ตรอง ส่งผลให้หลิวซื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ “ไม่ผิดแน่ เป็นนาง นางเป็นคนทำ นางให้คนหลอกล่อข้ามาที่นี่ แล้ววางยาข้า พวกเจ้าเข้าไปดมดูสิ ในห้องนั้นมีกลิ่นหอมคละคลุ้งอยู่ในอากาศ นางเข้ามาวางยาในห้องนี้ก่อน นั้นคือกลิ่นของดอกกระดังงา เป็นยาที่ทำให้หลงใหลเคลิบเคลิ้ม ”

ทุกคนต่างก็พากันมองไปทางหลีโม่ด้วยความประหลาดใจ เพราะมั่นใจว่าเมื่อสักครู่นี้ตัวเองนั้นก็ได้กลิ่นหอมที่คละคลุ้งอยู่ในห้องจริง ๆ จะเป็นกลิ่นหอมของดอกกระดังงาจริง ๆหรือ?

หลีโม่กลับแสดงสีหน้างงงวยไม่เข้าใจ นางมองไปทางเฉินเอ้อ “เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร? วันนี้ข้าไปเชิญนายหญิงแก่ตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากนั้นก็มานั่งดื่มน้ำชาอยู่ในสวนดอกไม้ด้านหลัง และหลังจากนั้นก็มาสนทนาอยู่กับคุณหนูเฉิน”

เฉินหลิ่วหลิ่วขมวดปมคิ้ว ก่อนจะเอ๋ยปากด่าออกไปว่า “ข้าเองก็อยู่กับคุณหนูใหญ่เสี้ยตลอดเวลา ไม่ห่างกันแม้แต่ก้าวเดียว เจ้าบอกว่าเป็นแผนการของนาง เพราะอยากจะลากนางมาตกน้ำด้วยอย่างนั้นใช่ไหม? เจ้ากล้าเอาน้ำสกปรกโสมมมาสาดใส่ตัวข้า ข้าละอยากจะเอาหัวของเจ้ายัดลงไปในคอห่านให้อึดอัดตายไปเลยเสียจริงๆ เรื่องแตกแยกของเจ้าหล่านั้นใครบ้างที่จะไม่รู้ ? สิ่งนั้นในเป้ากางเกงของเจ้า ไม่รู้ว่าผ่านคนมามากมายแค่ไหนแล้ว ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าเจ้าเป็นไก่อ่อนที่เกาะหญิงสาวกิน? ข้าอยากให้เฉิงเสี้ยงเสี้ย ฮูหยินของข้าไปอยู่ในน้ำมือของคนเช่นเจ้าหรอก ในตอนที่เจ้าเกิดข้าน่าจะตัดของสงวนในเป้ากางเกงของเจ้าแล้วเอามาสับๆให้กลายเป็นเศษเนื้อ จากนั้นก็จับยัดเข้าปากเจ้า โค่นล้มเลือดเฮงซวยและแซ่ซื่ออย่างเช่นเจ้าไปหลายภพหลายชาติ ส่วนญาติพี่น้องทางสายแม่ ข้าจะทำลายสร้างความอับอายแทนเสด็จย่าของข้าเอง”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิษรักองค์ชายโฉมงาม