บทที่ 71 อ๋องซื่อเจิ้งถูกซุ่มโจมตี
ดังนั้น ซือถูจิ้งคนนี้ แม้แต่ฮองไทเฮาองค์ปัจจุบันก็ยังต้องยำเกรงนาง เพราะอดีตฮ่องเต้ในเวลานั้น ประคบประหงมน้องสาวสุดท้องคนนี้ราวกับไข่ในหินอย่างไรอย่างนั้น
อีกทั้งองค์หญิงองค์นี้ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์หญิงเจิ้นโก๋ องค์หญิงเจิ้นโก๋มีอำนาจเหนือฮองเฮา และยังมีความอาวุโสเทียบเคียงฮองไทเฮา แน่นอนว่านี่ก็คือบุคคลที่น่าอัศจรรย์คนหนึ่ง
ที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ นางอายุยี่สิบกว่าแต่ยังไม่คิดจะแต่งงาน
ฮองไทเฮาต้องปวดหัวเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานของนาง
ซือถูจิ้งดึงหลีโม่ให้นั่งลง แล้วถามนางด้วยความสนใจ “ เจ้าไม่ชอบเฮ่าเอ๋อหรอ ไม่ชอบเขาก็ไม่เป็นไรตระกูลซือถูของเรามีชายหนุ่มที่มีความสามารถมากมาย เจ้าพอใจใครข้าจะจัดการให้เอง ”
หลีโม่ขยับตัวเข้าไปเล็กน้อย นี่นางกำลังลดแลกแจกแถมสินค้าอยู่หรอ
“ ตอนนี้หลีโม่ยัง.... ”
นางพูดยังไม่จบ ซือถูจิ้งก็ใช้เท้าเหยียบที่เก้าอี้ของนางทันที น้อมตัวไปข้างหน้า กรอกตาลอกแลกไปมาด้วยความตื่นเต้น “ เจ้าคิดว่าอาจื่อเป็นอย่างไง ”
หลีโม่เงียบอาจื่อที่นางพูดถึงคงจะเป็นซือถูจื่อ อ๋องอานชิน แต่นางไม่รู้หรอว่าอ๋องอานชินเคยแอบชอบมารดาของนาง
ซือถูจิ้งเห็นสีหน้าของนางก็รู้สึกว่านางคงจะไม่ชอบอาจื่อที่นางพูดถึง จึงถามต่อไปอีก “ หลานชายสี่ของข้าไหม ”
ซือถูจิ้งมีสีหน้าตื่นตระหนก “ เจ้าเจ็ดไหม เจ้าชอบเจ้าเจ็ดไหม ”
หลีโม่เห็นสีหน้าท่าทางของนางตื่นตระหนก จึงหลอกถามขึ้น “ เกิดอะไรขึ้นกับอ๋องซื่อเจิ้งหรือเพคะ ”
ซือถูจิ้งมองนางด้วยความเมตตา “ ชอบใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เจ้าเจ็ดเจ้าคนนั้น เขาไม่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในสายตา อวดดีบ้าคลั่ง อำมหิต จิตใจโหดเหี้ยม โหดร้ายไร้หัวใจ เป็นคนเลวที่สุดในใต้ล้า เลวร้ายไปกว่าเขาไม่มีอีกแล้ว ”
หลีโม่ฟังนางบรรยายดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “ ความคิดเห็นที่องค์หญิงมีต่อท่านอ๋องช่างพิเศษจริงๆ ”
ซือถูจิ้งถอนหายใจ มีท่าทางหมดสนุกแล้วเอาขาลง “ เจ้าเจ็ดเป็นตัวร้าย ได้แต่หวังให้สวรรค์จัดการเขาไปให้ไวๆ ”
นางเพิ่งพูดจบลง ก็เห็นอ๋องอานชินที่ออกไปแล้วกลับมา เดินเข้ามาราวกับลมพายุหมุน
เขาเดินเข้ามาดึงแขนหลีโม่ด้วยสีหน้าสุขุมเคร่งเครียด “ ไปกับข้า มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเย้นเอ๋อ ”
หลีโม่ใจเต้นตึกๆ “ มีเรื่องอะไรเพคะ ”
“ เกรงว่าจะไม่ดีแล้ว ” น้ำเสียงของอ๋องอานชินแหบเครือ และดวงตามีสีแดง
ซือถูจิ้งยื่นมือออกมาตบเข้าที่ใบหน้าของตัวเองอย่างแรง ตบจนมีเสียงเพี๊ยะๆดังขึ้น
ใบหน้าที่ขาวๆก็บวมแดงขึ้นมาทันที พร้อมกับร้องไห้แล้วพูดขึ้น “ ถุย ถุย ข้าขอถอนคำพูดเมื่อกี้ ”
หลีโม่ขาอ่อน ในหัวมีเสียงวิ้งดังขึ้น และลุกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว มองเพียงแค่อ๋องอานชิน “ เร็วเข้า รีบพาหม่อมฉันไปเร็ว ”
นางไม่รู้ว่าตัวเองร้อนร้นขนาดไหน อาจเป็นเพราะรู้ว่าซือถูเย้นคือคนเดียวที่นางพึ่งพาได้ หากว่าซือถูเย้นเป็นอะไรไป นางก็จะโชคร้ายไปตามด้วย
ทั้งสามคนมาถึงเรือนหลังใหญ่ในเมืองหลวงอย่างรีบร้อน
ที่นี่ไม่ใช่ตำหนักอ๋องซื่อเจิ้ง ที่หน้าประตูเขียนไว้ว่า “ จวนแม่ทัพใหญ่ ”
หน้าประตูมีทหารเฝ้ายามอยู่มากมาย ทางเข้าฝืนไฟดับมิด ประตูใหญ่ปิดอยู่ เมื่ออ๋องอานชินและหลีโม่มาถึงประตูถึงเปิดออก และปิดเข้าอย่างรวดเร็ว
หลีโม่สังเกตเห็น บนกำแพงภายในจวนมีนักธนูรออยู่เพียบ ด้วยสีหน้าเคร่งครึมเตรียมพร้อมรออยู่
หลีโม่รู้เลยว่าต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ หัวใจเต้นรัวตึกๆ มือเท้าเย็น
เกือบครึ่งร่างของซือถูจิ้งมุดบังอยู่ที่ตัวอ๋องอานชิน ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงเดินทุลักทุเล ปากเจี๊ยวจ๊าวๆพูด “ ข้าขอถอนคำพูดที่ข้าพูดไปเมื่อกี้ สวรรค์เป็นพยาน ข้าซือถูจิ้งเป็นคนปากร้าย แต่ใจข้าไม่ได้คิดแบบนั้น ข้าถอนคืน ข้าขอถอนคืน เจ้าเจ็ดดีขึ้นมาเร็วๆนะ ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิษรักองค์ชายโฉมงาม
จบแบล้วววววว...
900 ตอนแล้ว ชีวิตของหลีโม่แทบหาความสุขไม่เจอเลย แถมลูกก็ถูกคนอื่นเอาไปทิ้งอีก สงสารจับใจ...
ตะว่าไปเรื่องนี้หมุยเฟยกับฮ่องเต้เลวร้ายแบบกินกันไม่ลงนะ ทำร้ายทุกคนที่ดีกับตัวเอง แล้วแางว่าจำเป็นๆ กลับเป็นพวกอี๋เฟยซะอีกที่แย่งแยกพวกำองชัดเจนไปเลย หมุยเฟยนี่นับว่าเป็นคนที่ได้ดีจากการเนรคุณผู้คนรอบข้างโดยแท้...
ฮ่องเต้กับลู่กงกงนี่ ตอนตายคงมีกันแค่ 2 คนละนะ...
อี๋เฟยนี่คือนางฉลาดสุดละในบรรดาเมียของเต้...
ท่านซือถูเย่นใจเย็นๆจากสุราก่อนเจ้าค่ะ สนใจยัยน้องด่วนเด่วจะโดนมิใช่น้อย55555...
โธ่ๆท่านซือถูเย่น เค้าลางกลัวว่าที่ภรรยาในอนาคตมาแต่ไกล รีบซ่อนสุราเลยนะ แต่ไม่น่าจะทัน หลอกใครก็หลอกได้แต่ไม่ใช่กับแม่นางหลีโม่555555...