พิษรักองค์ชายโฉมงาม นิยาย บท 96

ตอนที่ 96 ศึกชิงอำนาจอีกครั้ง

ตอนนี้ในเมืองหลวงนั้นชุลมุนวุ่นวาย แต่ในบ้านหลังนี้กลับสงบสุขไม่เหมือนก่อนหน้านี้

ทุกวันจะมีทหารที่คอยเฝ้าดูลาดราวในละแวกนี้เข้ามารายงานวันละสามครั้ง เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครค้นหาตัวซือถูเย้นจนมาถึงที่นี่

ที่นี่เป็นที่พักของเซียวโธ่ ไม่มีใครรู้ว่าเขามีบ้านอยู่แถวนี้ และอีกอย่างคนที่ตามหาซือถูเย้นนั้นจริงๆแล้วมีแค่สองคนก็คือ อ๋องอานซินกับซือถูเย้น ขนาดกุ้ยไท้เฟยเองก็เอาแต่โวกเวกโวยวาย ค้นหาอยู่ช่วงนึง หลังจากนั้นก็ไม่ทำต่อ

เพราะว่านางมั่นใจว่าซือถูเย้นได้ตายไปต่อหน้าต่อตาของนางแล้ว และทหารของนางก็มารายงานว่าหลีโม่ก็ได้เตกเหวตายไปแล้ว

นางเองก็คงจะเดาได้ว่าเซียวโธ่เป็นคนเอาร่างของซือถูเย้นไป ที่เขาทำแบบนี้เพื่อต้องการปั่นป่วนเท่านั้น เขาคงจะคิดว่าถ้าไม่มีร่างของซือถูเย้นสักวัน ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาตายไปแล้ว

“เจ้าเด็กนั่น ช่างอ่อนหัดจริงๆ คิดว่าเอาตัวอาเย้นไปแล้ว คนอื่นเขาจะไม่รู้เรื่องหรือไง?ในใจของเหลียงไถ้ฝู้นั้นก็รู้ดี ในเมื่อเขากล้าส่งคนไปกดดันฮองไทเฮา แสดงว่าเขาก็รู้ว่าอาเย้นตายแล้ว“

กุ้ยไท้เฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้ายังมีรอยคราบน้ำตาติดอยู่ ซือถูเย้นก็เป็นลูกของนาง ในเมื่อเขาได้จากไปแบบนี้ นางเองก็เป็นแม่ก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา

แต่ก็ไม่มีทางเลือก?นางเลยต้องทำแบบนี้

ซือจู๋ที่อยู่ข้างกายกุ้ยไท้เฟยมาโดยตลอดก็พูดขึ้น:“ไท้เฟย รองพระสนมซุนมาที่นี่ แล้วถามถึงเรื่องท่านอ๋อง ดูเหมือนว่านางก็น่าจะรู้เรื่องแล้ว”

กุ้ยไท้เฟยเช็ดน้ำตาออก“อ๋องอานชินคิดว่าการที่เขาปิดข่าวเอาไว้แบบนี้ แต่คนที่มันมีปากกว้างกันนั้น จะสามารถปิดเรื่องนี้ไว้ได้อย่างไร?ช่างดูโง่เขลานัก ไปบอกรองพระสนมว่า อาเย้นได้เสียแล้ว เพื่อให้นางได้เตรียมตัวเอาไว้ บอกให้นางกลับไปทำใจที่บ้าน เพื่อให้ใต้เท้าซุนได้รู้เรื่องด้วย”

“ข้าบอกแล้วเพคะ”ซือจู๋ตอบ

กุ้ยไท้เฟยพลันถอนหายใจออกมา“ซือจู๋ เจ้าเองก็โทษข้าใช่หรือไม่?”

ซือจู๋ชะงักไป“ไม่เพคะ ข้าน้อยจะไปโทษไท้เฟยได้อย่างไร ที่ไท้เฟยต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าไม่มีทางเลือก?”

กุ้ยไท้เฟยหายใจเข้าอย่างแรง น้ำตาก็พรั่งพรูออกมา“หากว่ามีทางเลือกอื่น ข้าเองก็ไม่ต้องทำแบบนี้ หลังจากที่เขาถูกแต่งตั้งแล้ว ข้าก็พยายามเกลี้ยกล่อมเขาบอกให้เอาองค์ชายแปดกลับมา เขาก็ไม่ยอม นั่นมันน้องชายแท้ๆของเขาเลยนะ!อีกอย่างวันนั้นตอนที่อยู่ในวังข้าบอกกับเขาว่าให้อยู่ห่างจากเสี้ยหลี่โม่ เขากลับบอกให้ข้ากลับมาที่ตำหนักแล้วก็เชยชมกับชื่อเสียงเงินทองที่มีอยู่ให้พอใจ ตั้งแต่วันนั้น ข้าก็รู้เลยว่าไม่สามารถที่จะควบคุมเขาได้”

ซือจู๋กระซิบเบาๆ:“บางทีท่านอ๋องอาจจะต้องการให้ไท่เฟยใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขก็ได้นะเพคะ”

กุ้ยไท้เฟยหัวเราะออกมา:“อย่างนั้นหรือ?เขาไม่ยอมแย่งอำนาจมาข้าจะมีความสุขได้อย่างไร?หากว่าเขามีความกตัญญูอยู่บ้าง วันนั้นที่ข้าบอกเขาก่อนที่ฮ่องเต้จะสวรรคต ให้เขาขึ้นครองราชย์ ทำไมเขาถึงได้ดื้อรั้นไม่ยอมตลอดเวลาอยู่อย่างนั้นละ? ตอนนี้เขายังเกียจชังข้าที่เข้าไปยุ่งเรื่องของเขา ข้ายังจะสามารถที่จะหวังอะไรจากเขาได้อีกอย่างนั้นหรือ?ถ้าหากเขาไม่ยอมขึ้นครองราชย์ ข้าก็จะตายวันนั้น งั้นข้าก็เป็นได้แค่ไท้เฟย ที่ตลอดชีวิตนี้ต้องยอมอยู่ในอาณัติของนาง ข้าไม่ดีเท่านางตรงไหนกัน?ไม่มีทาง ข้าไม่ยอม ในเมื่อเขาไม่ยอมเข้าใจความลำบากของข้า ไม่รู้ว่าข้าต้องทนทุกข์ทรมานมานานหลายปี ข้าเองก็ไม่สนใจเรื่องความเป็นแม่กับเขาเหมือนกัน”

ซือจู๋จึงไปเอาน้ำชามาให้นาง“ไท้เฟยรู้สึกทรมานมั้ยเพคะ?”

กุ้ยไท้เยก็หัวเราะออกมาอีกรอบ แต่กลับร้องไห้ออกมาไม่ยอมหยุด อารมณ์ที่แสดงออกมาแบบนั้น ตลอดชีวิตนี้ไม่มีทางจะลืมได้ลง เป็นความโหดเหี้ยมอย่างมาก แต่นางกลับพูดขึ้นมาอย่างเศร้าใจ“ทรมานสิ จะไม่ทรมานได้อย่างไร?เขาเป็นลูกที่ข้าให้กำเนิดมา เป็นลูกแท้ๆของข้า แต่ข้ามีทางเลือกอื่นมั้ย?ถ้าหากว่าข้ามีทางเลือกอื่น ข้าคงไม่บอกให้เขาไปตาย ข้ายังจำได้ดี ตอนนั้นตอนที่ข้าให้กำเนิดเขา อีกนิดเดียวก็เกือบจะสิ้นใจแล้ว แต่ว่าก็คุ้มค่ามาก เพราะหลังจากนั้นหนึ่งเดือนฮ่องเต้องค์ก่อนก็อยู่ข้างกายข้ามาโดยตลอด แถมยังแต่งตั้งให้ข้าเป็นไท้เฟย ลูกคนนี้เป็นลูกรักของข้ากับฮ่องเต้ ข้าจะอยากทิ้งเขาไปทำไม ตอนนี้หัวใจของข้าเหมือนโดนมีดปักอยู่!”

ซือจู๋ก็พลันร้องไห้ออกมา“ข้าน้อยเข้าใจท่านแล้วเพคะ”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิษรักองค์ชายโฉมงาม