อีกอย่าง ตระกูลมารดาของรุ่ยอ๋องก็คือตระกูลเฟิง ราชบัณฑิตใหญ่จวงเป็นอาจารย์ของเขา ก็ไม่เคยนำความแค้นส่วนตัวมาลงที่ตัวเขา ถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดของตนเองให้ ทุ่มเทจิตใจในการอบรมสั่งสอน เป็นคนแก่ที่มีจิตใจกว้างขวางอย่างแท้จริง
อวิ๋นหลิงถอนหายใจยาว การแพทย์และเทคโนโลยีในยุคนี้ไม่เจริญ ประชาชนร้อยละเก้าสิบเก้าล้วนโง่เขลาไร้ความรู้ ภายใต้ข้อจำกัดของยุคสมัย เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นที่สุดแล้วก็ยากจะบอกได้ว่าใครเป็นคนผิด
แต่ถึงแม้ตามหลักแล้วทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความลำบากใจของตนเอง นางก็ยังคงรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่นางจวงได้ประสบพบเจอ
เป็นกุลสตรีจากตระกูลผู้ดีแท้ๆ แต่ต้องจากไปพร้อมกับความอยุติธรรมและน้ำตาเช่นนี้
เซียวปี้เฉิงยิ้มเยาะว่า “นี่เป็นประวัติดำมืดที่เสนาบดีซ้ายเฟิงไม่มีทางลบเลือนได้ เขาแทบอยากจะให้ทุกคนลืมเรื่องนี้ไป ไหนเลยจะกล้าโต้แย้งกับราชบัณฑิตใหญ่จวง ตอนนั้นเรื่องนี้มีผลกระทบอย่างรุนแรง แม้แต่ท่านพ่อของเฟิงหยางก็ถูกลดขั้นให้เป็นขุนนางเล็กระดับเก้า ถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่เจียงหนานเป็นเวลาสิบปี”
แต่สำหรับตระกูลเฟิงแล้ว การลดขั้นและเนรเทศย่อมดีกว่าถูกปลดจากตำแหน่งและถูกตรวจสอบ รอให้เวลาผ่านไปเรื่องราวสงบลง ยังสามารถเลื่อนตำแหน่งขึ้นใหม่ได้
เป็นถึงพี่ชายคนโตของเสี่ยวเฟิง จักรพรรดิจาวเหรินไม่มีทางปล่อยให้เขาถูกปลดเพราะเรื่องนี้แน่
เป็นอย่างที่คิด หลังจากผ่านไปสิบปีท่านพ่อเฟิงกลับเมืองหลวง ไม่ช้าก็ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง เพราะความดีความชอบที่ทำไว้ในเจียงหนาน เพียงแต่ติดที่เรื่องในอดีตยากจะเอื้อนเอ่ย จึงไม่ทำตัวเป็นที่สนใจตลอดมา
แต่ว่าตอนนี้ อำนาจและตำแหน่งของตระกูลเฟิงในเมืองหลวงมาไกลกว่าแต่ก่อนมาก และไม่มีใครกล้าจะเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างจงใจ เกรงว่าจะซวยและถูกตระกูลเฟิงสั่งสอน
และหลังจากนั้นอีกสิบปี ก็กลายเป็นอย่างที่เห็นอย่างทุกวันนี้ เหมือนจะไม่มีใครจดจำเรื่องโศกนาฏกรรมของนางจวงได้แล้ว
หลังจากที่อวิ๋นหลิงรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ ก็เอ่ยขึ้นมาว่า “สองพี่น้องเฟิงจิ่นเฉิง เป็นลูกของท่านพ่อเฟิงกับภรรยาคนที่สองที่กำเนิดในเจียงหนานกระมัง”
เซียวปี้เฉิงพยักหน้า “ถูกต้อง เขาสูญเสียภรรยาไปไม่ถึงสองปีก็แต่งงานใหม่แล้ว ภรรยาคนที่สองเป็นสาวงามที่มีชื่อเสียงในเจียงหนาน ชาติกำเนิดไม่ได้สูงส่งอะไร แต่เป็นลูกพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดในพื้นที่นั้น”
ถึงว่าเฟิงจิ่นเฉิงอายุไม่มาก กลับมีเงินสร้างหมู่บ้านน้ำพุร้อนที่หรูหราขนาดนั้น เป็นเพราะบ้านมารดาร่ำรวยนี่เอง
มองจากหน้าตาที่โดดเด่นของเฟิงจิ่นเฉิง ก็รู้แล้วว่ามารดาของเขาต้องเป็นผู้ที่มีหน้าตาดีมากแน่ๆ
แต่อวิ๋นหลิงรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านพ่อเฟิงกับภรรยาคนที่สองของเขาก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หลายปีมานี้ให้กำเนิดลูกชายลูกสาวสองคน ก็ไม่ได้อบรมสั่งสอนให้ดี เหมือนจะเห็นความสำคัญในเบื้องหลังของฝ่ายหญิงอยากจะใช้ให้เป็นประโยชน์มากกว่า
เป็นอย่างที่คาด ตอนที่พูดถึงท่านพ่อเฟิง สีหน้าของเซียวปี้เฉิงเย็นชามาก “สองปีก่อน หลังจากที่สองพี่น้องเฟิงจิ่นเฉิงต่างก็ตายอยู่ในมือพวกเรา เขาก็หย่าภรรยาคนรอง และแต่งงานกับลูกสาวของอนุภรรยาของขุนนางระดับห้าที่อายุน้อยและหน้าตาสวยงามคนหนึ่ง ภรรยาใหม่ให้กำเนิดลูกชายที่เพิ่งจะครบขวบปีไปเมื่อไม่นานมานี้”
อวิ๋นหลิง “......”
จู่ๆนางก็รู้สึกสงสารเฟิงหยางที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน แม่ใหม่คนนี้ เกรงว่าคงจะอายุน้อยกว่าเขาหลายปีด้วยซ้ำ
เป็นลูกชายของเสนาบดีซ้ายเฟิงเหมือนกัน ท่านพ่อของเฟิงอู๋จีดีกว่าพี่ชายคนโตของเขามาก อย่างน้อยเลอะเลือนก็ส่วนเลอะเลือน แต่ก็ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และความซื่อสัตย์ และรักลูกชายอย่างจริงใจ......
“เกรงว่าตั้งแต่เขากำเนิดมาจนถึงตอนนี้ คงไม่เคยรับรู้ถึงความรักของพ่อแม่กระมัง”
หากโยนเรื่องบุญคุณความแค้นของตระกูลเฟิงทิ้งไป มิตรภาพระหว่างเซียวปี้เฉิงกับเฟิงหยางที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกันทั้งในค่ายทหารและสนามรบ ต่างก็มีสถานการณ์คล้ายคลึงกัน ทำให้น้ำเสียงของเขาก็มีความรู้สึกเห็นใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตัวพระเจ้าหลวงไม่ได้ใส่ใจว่าใครจะพูดว่าตนเองมีชาติกำเนิดต่ำต้อย นี่เป็นความจริงที่ไม่มีอะไรจะโต้แย้ง
แต่จักรพรรดิจาวเหรินที่ยังคงเป็นองค์ชายในตอนนั้นกลับจดจำเรื่องนี้เอาไว้ในใจ บวกกับทั้งสี่แคว้นมีเพียงแคว้นต้าโจวที่เป็นเช่นนี้ จึงรู้สึกอับอายขายหน้า
หลังจากที่เขาสืบทอดตำแหน่ง ขุนนางเก่าแก่ส่วนใหญ่ที่ใบหน้าไม่สมบูรณ์ถ้าไม่เกษียณก็ตายไปแล้ว เขาจึงฟื้นฟูกฎนี้ขึ้นมาอย่างสมเหตุสมผล
“พอเป็นเช่นนี้ก็เป็นการตัดหนทางการสอบเข้าเป็นขุนนางของเฟิงหยาง ไม่มีทางอื่น เขาได้แต่เลือกที่จะเข้าร่วมกองทัพ และโชคดีที่ผู้เฒ่าจวงช่วยเขาวิ่งเต้นขอร้อง จึงได้เข้าสู่ค่ายทหารอย่างราบรื่น”
ผู้เฒ่าจวงเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณธรรม แม้แต่ขุนพลในกรมกลาโหมก็ยินดีจะให้เกียรติเขา แต่หลังจากที่เฟิงหยางเข้าสู่ค่ายทหาร ก็ช่วยเหลืออะไรได้ไม่มากแล้ว
อวิ๋นหลิงสามารถนึกภาพออก เฟิงหยางที่มีใบหน้า”ทำให้คนอื่นรังเกียจ”เช่นนั้น ชีวิตที่อยู่ในค่ายทหารต้องไม่มีความสุขแน่ เขาสามารถอดทนจนเงยหน้าอ้าปากได้ถึงทุกวันนี้ คงยากลำบากสุดพรรณนา
นางถอนหายใจพลางพูดว่า “ในเมื่อเฟิงหยางเป็นเพื่อนของท่าน ไม่สู้หาโอกาสบอกให้ทราบถึงชาติกำเนิดของเขา ถือว่าเป็นการคลี่คลายปมที่อยู่ในใจของเขา”
เซียวปี้เฉิงพยักหน้าเงียบๆ เขาต้องบอกให้อีกฝ่ายทราบแน่ๆ
บางทีหลายปีมานี้ ในส่วนลึกของจิตใจเฟิงหยางก็ยังคงจะสับสนกับการมีตัวตนของตัวเองตลอดมา ผู้เฒ่าจวงยิ่งยากจะปล่อยวางเรื่องลูกสาวที่ผ่านมานานแล้ว
ความจริงของเรื่องราวที่วนเวียนอยู่ในจิตใจของผู้คนมาเนิ่นนาน ทรมานคนของทั้งสองตระกูลมาเป็นเวลายี่สิบกว่าปี ควรจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนเสียที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...