เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1154

ฉีเทียนเหอตกใจจนตัวสั่น รีบลุกขึ้นประคองเขาไว้ “ท่านตา ท่านตา!”

เขาเคยคิดว่า การที่มารดาหายตัวไปนานหลายปีเช่นนี้ ตระกูลเฟิงคงยอมรับกันหมดแล้วว่านางจากไปไม่หวนกลับ แต่ไม่คาดคิดว่าเสนาบดีซ้ายเฟิงจะมีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้

อวิ๋นหลิงรีบเรียกบ่าวรับใช้ที่อยู่ไกลออกไป “เร็วเข้า! รีบพาเสนาบดีเฒ่าของพวกเจ้าเข้าไปในบ้าน!”

แม้ว่าชายชราผู้นี้จะน่ารำคาญในเวลาปกติ แต่นางก็ไม่ได้อยากให้เขาจากไปในเวลานี้

บ่าวรับใช้ในจวนต่างพากันตกใจ บ้างก็ช่วยกันยกตัวเขา บ้างก็วิ่งไปแจ้งข่าว ไม่นานทั้งจวนเฟิงก็วุ่นวายไปหมด

วันนี้เป็นวันหยุดพักงาน ผู้คนส่วนใหญ่จึงอยู่ในจวน ทั้งสองจวนที่เชื่อมถึงกันทางซ้ายขวาก็เต็มไปด้วยบุตรหลานของตระกูลเฟิงที่แห่กันมาหลังได้ยินข่าว

รองเสนาบดีเฟิงที่ขาพิการและจิตใจซบเซา ในยามที่ตระกูลเฟิงต้องการผู้นำคนใหม่หลังเกิดเรื่องขึ้น คนที่สามารถแบกรับภาระนี้ได้กลับกลายเป็นบิดาของเฟิงอู๋จี

เขารีบร้อนมาจนแทบล้มลงตอนก้าวข้ามธรณีประตู

“ท่านพ่อ! ท่านเป็นอะไร…เจ้า เจ้า! เจ้าเป็นปีศาจมาจากที่ใดกัน!”

ท่านพ่อเฟิงพุ่งไปที่หน้าต่าง สีหน้าหม่นหมองยังไม่ทันจางหาย แต่เมื่อเห็นฉีเทียนเหอผู้มีผมสีขาวโพลนก็ถึงกับสะดุ้งถอยหลังจนเกือบล้ม

เฟิงอู๋จีที่มาด้วยรีบประคองเขาไว้ “ท่านพ่อ ระวังหน่อยเถิด”

ขณะพูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะสำรวจชายหนุ่มในชุดแดงแปลกหน้าที่อยู่หน้าเตียง

คู่รัชทายาทอยู่ใกล้ ๆ ด้วย โดยที่พระชายารัชทายาทกำลังกดจุดสำคัญบางแห่งให้เสนาบดีซ้ายเฟิง เฟิงอู๋จีจึงคิดว่าชายผู้นั้นคงมาจากตำหนักบูรพา

“รัชทายาท บุรุษผู้นี้คือ…?”

เซียวปี้เฉิงที่ยืนกอดอกสังเกตอาการของเสนาบดีซ้ายเฟิงอยู่ หันมาพูดว่า “อู๋จี เขาคือฉีเทียนเหอ บุตรชายแท้ ๆ ของป้าใหญ่ของเจ้า เจ้าควรเรียกเขาว่าพี่ชาย”

เฟิงอู๋จีมีสีหน้าตกตะลึง “ป้าใหญ่? พี่ชาย?”

เขาไม่เคยพบป้าใหญ่มาก่อน ความทรงจำที่มีต่อนางคือคำตำหนิที่เสนาบดีซ้ายเฟิงเอ่ยถึงในเทศกาลต่าง ๆ และคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ในครอบครัว

ยังไม่ทันที่เฟิงอู๋จีจะได้ตั้งตัว ท่านพ่อเฟิงก็สูดลมหายใจลึกด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบคว้าฉีเทียนเหอไว้

“อะไรนะ เจ้าเป็นลูกของพี่สาวข้าหรือ? หลานรัก เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? มารดาของเจ้ามากับเจ้าด้วยหรือไม่? แล้วผมของเจ้าทำไมถึงสั้นนัก แถมยังขาวโพลนเช่นนี้!”

ฉีเทียนเหอจึงต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำอีกครั้ง

เมื่อสิ้นคำ ท่านพ่อเฟิงนิ่งไป สีหน้าหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับความเศร้าลึกที่ยากจะปิดบัง

“ที่แท้พี่สาวของข้าก็จากไปจริง ๆ…”

สำหรับบุตรหลานรุ่นกลางของตระกูลเฟิง เฟิงซ่านซิงถือเป็นผู้ที่มีอิทธิพลและได้รับความเคารพอย่างสูง

เสนาบดีซ้ายเฟิงมีบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกเพียงสามคน ส่วนอีกหกคนเกิดจากภรรยารอง ทั้งหมดต่างเคยได้รับความช่วยเหลือจากเฟิงซ่านซิงไม่มากก็น้อย

นางจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเมื่อบุตรีของภรรยารองถูกกลั่นแกล้ง หรือใช้เส้นสายของตนช่วยแก้ปัญหาให้บุตรชายของภรรยารอง

แม้แต่เหล่าภรรยารองที่มักชิงดีชิงเด่นเรื่องความโปรดปรานและลูกหลาน เมื่อพูดถึงคุณหนูใหญ่ พวกนางก็ไม่มีถ้อยคำใดที่จะตำหนิ

ในฐานะบุตรชายคนที่ห้าของเสนาบดีซ้ายเฟิง ท่านพ่อเฟิงมีลำดับในครอบครัวที่ไม่โดดเด่น นิสัยใจคอของเขาเหมือนกับมารดา ซึ่งทั้งสองแม่ลูกต่างเป็นคนเรียบง่ายและซื่อจนดูเชื่องช้า ตั้งแต่เด็กจึงแทบไม่มีตัวตนในบ้าน

ด้วยความที่มารดาของเขาไม่ได้รับความโปรดปราน เขาอยู่ในตระกูลเฟิงจึงไร้ความน่าเกรงขาม ต้องนอบน้อมแม้กระทับ่าวรับใช้ของพี่ชาย

เมื่อต้องเผชิญปัญหาลำบาก เขาไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือหรือเรียกร้องสิ่งใด

เขาเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง “เจ้านำอัฐิของมารดาเจ้ากลับมาด้วยหรือไม่?”

ฉีเทียนเหอส่ายหน้า “ธรรมเนียมของคนที่นั่นคือการฝังศพในทะเล ข้านำเพียงของใช้ของนางกลับมาเท่านั้น”

เขามิได้กล่าวความเท็จแต่อย่างใด ในปี 3223 ที่ดินเป็นทรัพยากรหายากนัก กระทั่งที่อยู่สำหรับคนเป็นยังไม่เพียงพอ จะให้คนตายมีที่ฝังศพยิ่งยากเข้าไปใหญ่

ดังนั้นตั้งแต่สมัยโบราณ ประเทศต่าง ๆ จึงส่งเสริมให้ใช้การฝังศพในทะเล เพื่อให้คนเรากลับคืนสู่ธรรมชาติอันเป็นที่มาของชีวิต

หากมีเถ้ากระดูกของมารดา เขาย่อมอยากนำกลับมายังบ้านเกิดเช่นกัน

สายตาของเสนาบดีซ้ายเฟิงยิ่งหม่นหมองลง เขาสูดลมหายใจลึกอยู่นานกว่าจะสงบลงได้ แต่สีหน้าก็ยังซีดเซียวไม่เปลี่ยน

“แล้วบิดาเจ้าล่ะ? ไยถึงไม่มาด้วย เขาเป็นคนที่ใด ทำอาชีพอะไร พบกับมารดาเจ้าได้อย่างไร และเขาดีกับนางหรือไม่?”

ฉีเทียนเหอตอบว่า “แคว้นเล็ก ๆ ของบิดาอยู่ห่างไกลออกไปในทะเล เทคนิคการเดินเรือของพวกเขาล้าหลัง ผู้คนที่อาศัยบนเกาะไม่เคยออกสู่ทะเล บิดาข้ายังต้องอยู่ดูแลหลุมศพของมารดา จึงมิได้มาด้วย”

“ท่านแม่ข้าหลงทาง จึงบังเอิญได้รับความช่วยเหลือจากบิดาข้า ท่านพ่อเป็นพ่อค้า และยังเป็นผู้ร่ำรวยที่สุดบนเกาะนั้น ท่านพ่อดีกับท่านแม่มาก ทั้งสองรักกัน”

เสนาบดีซ้ายเฟิงเได้ฟังเช่นนี้ ดูเหมือนจิตใจจะได้รับการปลอบประโลมขึ้นเล็กน้อย อาการของเขาดูดีขึ้น

ท่านพ่อเฟิงเองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก่อนเวลาพวกเขาแอบพูดถึงพี่สาวคนโต สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดคือนางเป็นสตรี กลัวเจอพวกโจรหรือคนร้ายกลางทาง ชวนให้วิตกกังวลยิ่ง

บัดนี้ แม้นางต้องตกทุกข์ได้ยาก แต่โชคยังดีที่มีผู้ช่วยเหลือ อีกทั้งยังมีสามีที่รักใคร่กลมเกลียว นับเป็นโชคร้ายที่ยังมีโชคดีปะปน

เสนาบดีซ้ายเฟิงค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งช้า ๆ จึงมีโอกาสได้มองใบหน้าของฉีเทียนเหออย่างละเอียด

“เกิดอะไรขึ้นกับผมของเจ้า?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ