เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1155

แท้จริงแล้ว เสนาบดีซ้ายเฟิงได้สังเกตเห็นผมขาวทั้งศีรษะของฉีเทียนเหอมาตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้เขาจมอยู่ในความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุตรีคนโต จึงไม่ได้สนใจ

ครานี้เมื่อจิตใจสงบลง เขาจึงเอ่ยถามถึงต้นสายปลายเหตุ

“เหตุใดจึงสั้นและขาวโพลนถึงเพียงนี้? เจ้าป่วยเป็นโรคประหลาดหรือไม่?”

หาใช่เรื่องแปลกที่เสนาบดีซ้ายเฟิงจะคิดไปเช่นนั้น บุตรีคนโตของเขาก็เสียชีวิตจากอาการป่วยโดยมิทันตั้งตัว ทำให้เขาสันนิษฐานว่าเป็นเพราะโรค เด็กผู้นี้จึงมีลักษณะดังกล่าว

ฉีเทียนเหอชะงักเล็กน้อย ในใจหมุนคิดนับพันครา ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดในฉับพลัน

“เรื่องเป็นเช่นนี้ ข้าเคยมีคู่หมั้นที่เติบโตมาด้วยกันบนเกาะ ข้ากับนางรักใคร่ชอบพอกัน ทั้งชีวิตนี้ข้ามิอาจแต่งงานกับผู้ใดนอกจากนาง แต่ฟ้าไม่เป็นใจ นางต้องประสบคลื่นลมในขณะออกเรือหาปลาและเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด”

“เมื่อได้รับข่าวร้ายนี้ หลานปวดร้าวใจยิ่งเพราะโศกเศร้ามาก เส้นผมจึงขาวในชั่วข้ามคืน นับแต่นั้นข้าได้ปิดใจมิให้รักใครอีก และตัดเส้นผมอันงดงามไปไว้ข้างกายนาง”

อวิ๋นหลิงกระตุกมุมปาก นางคิดว่าตาคนนี้จะกล่าวว่าเส้นผมขาวแต่เกิดเสียอีก และการตัดให้สั้นคือประเพณีของอาณาจักรทะเลอะไรทำนองนั้น

แต่มิได้คาดคิดเลยว่าเขาจะแต่งเรื่องถึงเพียงนี้

เมื่อเห็นสายตาของอวิ๋นหลิง ฉีเทียนเหอลอบขยิบตาให้นาง พลางหัวเราะหึๆ ในใจ

ปีนี้เขาอายุยี่สิบสามปี แสดงว่ากลัวหลังนับญาติแล้ว พวกผู้ใหญ่จะเร่งให้แต่งงานสิท่า?

จึงตัดไฟเสียแต่ต้นลมโดยไม่รีรอ!

เหล่าเสนาบดีซ้ายเฟิงฟังแล้วถึงกับอึ้งงัน ประเด็นสำคัญคือคำพูดเหลวไหลเช่นนี้ ท่านพ่อเฟิงกลับเชื่อสนิทใจ

เมื่อหวนคิดถึงประสบการณ์ของตน ความรู้สึกสะเทือนใจบังเกิดขึ้น น้ำตาไหลพรั่งพรู เขาหันกายพุ่งไปกอดฉีเทียนเหอแล้วร่ำไห้จนเป็นดั่งคนชอกช้ำ

"หลานเอ๋ย! ไฉนเจ้าจึงมีวาสนาอาภัพเช่นนี้! หรือฟ้าดินจะไม่พอใจการกระทำของตระกูลเฟิง ถึงได้ลงทัณฑ์ต่อบุตรหลานเช่นนี้? สวรรค์เอ๋ย ขอได้โปรดเมตตา นับจากนี้จงละเว้นเถิด!"

ฉีเทียนเหอึ้งเสียงร่ำไห้คร่ำครวญของเขา ดวงตาแฝงความฉงน ไม่เข้าใจว่าไปกระทบกระเทือนเส้นประสาทใดของท่านพ่อเฟิง จึงแสดงปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้

เขาไม่เข้าใจ แต่คนอื่นในตระกูลเฟิงต่างล้วนทราบดีในใจ

โดยเฉพาะเสนาบดีซ้ายเฟิง สีหน้าฉายแววหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่ตำหนิท่านพ่อเฟิงที่พูดจาเลื่อนลอย เพียงแต่มีสีหน้าเหม่อลอย มองหลานชายผู้นี้ซึ่งราวกับหล่นมาจากฟากฟ้า

บุตรธิดาสายตรงทั้งสามของเขา ล้วนไม่มีใครมีจุดจบที่ดี มีเพียงเฟิงซ่านซิงที่พอจะกล่าวได้ว่าสิ้นชีพอย่างสงบ

ส่วนบุตรที่เกิดจากอนุอีกหกคน ล้วนมีปัญหาชีวิตและขัดแย้งกัน ไม่มีความสมัครสมานสามัคคีกันเลย

หลานที่เหลือยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีแต่ผู้ที่ประสบอุปสรรคชีวิตอันซับซ้อนมากมาย

เสนาบดีซ้ายเฟิงอดสงสัยในตนเองไม่ได้ ว่าความทะเยอทะยานในผลประโยชน์ของเขานั้นหนักหนาเกินไปหรือไม่ ที่เอาแต่คิดแก่งแย่งพระเมตตาจากฝ่าบาทกับตาเฒ่าหลี่ จนละเลยการอบรมบุตรหลาน

ดังนั้นโชคชะตาจึงกำหนดให้ลูกหลานรับผลของการกระทำของเขา

ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าในเรือน เฟิงอู๋จี๋เป็นผู้แรกที่ทำลายความอึดอัดนี้

"ท่านพ่อ พี่ชายกลับมาหาพวกเราที่เมืองหลวงนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี ในวันมงคลเช่นนี้ อย่าได้พูดถึงเรื่องเศร้าสร้อยเลย"

ท่านพ่อเฟิงจึงค่อยตั้งสติ ลบคราบน้ำตาแล้วรีบกล่าวว่า "ใช่ ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันมหามงคล ข้าจะทำลายบรรยากาศไปไม่ได้"

จากนั้น เขามองฉีเทียนเหอด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักและความเมตตา

“เสี่ยวเทียน ข้าขอเรียกเจ้าเช่นนี้ได้หรือไม่? คนผู้นี้คืออู๋จี หากนับตามอายุและลำดับวงศ์ เขาคือญาติผู้น้องลำดับที่สิบสามของเจ้า"

โครงหน้าของหลานชายผู้นี้ มีเพียงจมูกที่โด่งสง่างามเหมือนเขาและเฟิงซ่านซิงอย่างไม่ผิดเพี้ยน

ตระกูลเสนาบดีซ้ายเฟิงมีสายโลหิตชาวทูเจวียแต่โบราณ ใบหน้าของเขาโดยรวมนั้นละม้ายชาวจีน ไม่มีความแตกต่างมากนัก นอกจากจมูกที่สูงโดดเด่นเกินกว่าคนทั่วไป

ในบรรดาบุตรทั้งหมด มีเพียงเฟิงซ่านซิงที่รับลักษณะเด่นนี้ไป

เมื่อมองดูฉีเทียนเหอ เขาเหมือนย้อนรำลึกถึงใบหน้าของเฟิงซ่านซิงในอดีตได้ลางๆ

ในช่วงวัยแรกแย้ม เฟิงซ่านซิงนั้นงามสะคราญจนผู้คนล้วนต้องจับจ้อง

คิ้วเรียวยาวดุจใบหลิว ให้เสน่ห์ลึกซึ้งตามแบบสตรีทุ่งหญ้า ส่วนปลายจมูกที่สูงสง่าแฝงไว้ด้วยความงามสง่าดั่งผู้มาเยือนจากดินแดนอันไกลโพ้น แต่หาได้โลดโผนร้อนแรงเช่นหญิงสาวลูกครึ่งไม่

ดวงตาสุกใสดุจดวงดาว รูปหน้านุ่มนวลละมุนละไม กลบเกลื่อนกลิ่นอายต่างถิ่น จนหลงเหลือเพียงความสง่างามที่โดดเด่นเหนือบุตรธิดาแห่งแผ่นดินจีน

ในอดีต นางคือไข่มุกล้ำค่าที่เหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์และชนชั้นสูงล้วนเฝ้าฝันถึง แต่กลับมิกล้าเข้าใกล้อย่างง่ายดาย

ความรักและความคิดถึงของบิดาที่เก็บงำมาเกินยี่สิบปี เมื่อผสานกับความเสียใจและความรู้สึกผิดที่มิอาจลบเลือนได้ตลอดชีวิต ทำให้หัวใจของเสนาบดีซ้ายเฟิงที่แข็งกระด้างผ่านกาลเวลาอันโหดร้าย กลับอ่อนโยนลงอย่างห้ามไม่ได้

เขาใช้สองมืออันแห้งเหี่ยวจับมือฉีเทียนเหอ มือข้างหนึ่งลูบหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ ซ้ำไปมา ก่อนจะเก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมด

“เจ้ามาจากชายทะเลอันแสนไกล ย่อมผ่านความลำบากนานัปการ การเดินทางมาถึงเมืองหลวงครั้งนี้ คงได้ตกลงกับบิดาของเจ้าแล้วว่าจะไม่กลับไปอีก ใช่หรือไม่?”

จากถ้อยคำของฉีเทียนเหอเมื่อครู่นี้ บ่งบอกว่าเฟิงซ่านซิงคิดถึงบ้านแต่ไม่อาจกลับมาได้ เพราะระยะทางไกลเกิน ต้องอำลาจากโลกไปด้วยความเสียดาย

“แม้เจ้าจะเป็นหลานนอกของข้า แต่ต่อไปนี้เจ้าก็จะเป็นคนในตระกูลเฟิง ข้าจะจัดการแจ้งข่าวโดยเร็ว สามวันข้างหน้า เราจะจัดงานเลี้ยงนับญาติและบันทึกชื่อเจ้าลงในทำเนียบวงศ์ตระกูล พร้อมเปิดเผยเรื่องชาติกำเนิดของเจ้าแก่ทุกคน"

“เจ้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนามสกุล ต่อไปในตระกูลเฟิงจะมีของเจ้าส่วนหนึ่งด้วย"

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ