แท้จริงแล้ว เสนาบดีซ้ายเฟิงได้สังเกตเห็นผมขาวทั้งศีรษะของฉีเทียนเหอมาตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้เขาจมอยู่ในความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุตรีคนโต จึงไม่ได้สนใจ
ครานี้เมื่อจิตใจสงบลง เขาจึงเอ่ยถามถึงต้นสายปลายเหตุ
“เหตุใดจึงสั้นและขาวโพลนถึงเพียงนี้? เจ้าป่วยเป็นโรคประหลาดหรือไม่?”
หาใช่เรื่องแปลกที่เสนาบดีซ้ายเฟิงจะคิดไปเช่นนั้น บุตรีคนโตของเขาก็เสียชีวิตจากอาการป่วยโดยมิทันตั้งตัว ทำให้เขาสันนิษฐานว่าเป็นเพราะโรค เด็กผู้นี้จึงมีลักษณะดังกล่าว
ฉีเทียนเหอชะงักเล็กน้อย ในใจหมุนคิดนับพันครา ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดในฉับพลัน
“เรื่องเป็นเช่นนี้ ข้าเคยมีคู่หมั้นที่เติบโตมาด้วยกันบนเกาะ ข้ากับนางรักใคร่ชอบพอกัน ทั้งชีวิตนี้ข้ามิอาจแต่งงานกับผู้ใดนอกจากนาง แต่ฟ้าไม่เป็นใจ นางต้องประสบคลื่นลมในขณะออกเรือหาปลาและเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด”
“เมื่อได้รับข่าวร้ายนี้ หลานปวดร้าวใจยิ่งเพราะโศกเศร้ามาก เส้นผมจึงขาวในชั่วข้ามคืน นับแต่นั้นข้าได้ปิดใจมิให้รักใครอีก และตัดเส้นผมอันงดงามไปไว้ข้างกายนาง”
อวิ๋นหลิงกระตุกมุมปาก นางคิดว่าตาคนนี้จะกล่าวว่าเส้นผมขาวแต่เกิดเสียอีก และการตัดให้สั้นคือประเพณีของอาณาจักรทะเลอะไรทำนองนั้น
แต่มิได้คาดคิดเลยว่าเขาจะแต่งเรื่องถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นสายตาของอวิ๋นหลิง ฉีเทียนเหอลอบขยิบตาให้นาง พลางหัวเราะหึๆ ในใจ
ปีนี้เขาอายุยี่สิบสามปี แสดงว่ากลัวหลังนับญาติแล้ว พวกผู้ใหญ่จะเร่งให้แต่งงานสิท่า?
จึงตัดไฟเสียแต่ต้นลมโดยไม่รีรอ!
เหล่าเสนาบดีซ้ายเฟิงฟังแล้วถึงกับอึ้งงัน ประเด็นสำคัญคือคำพูดเหลวไหลเช่นนี้ ท่านพ่อเฟิงกลับเชื่อสนิทใจ
เมื่อหวนคิดถึงประสบการณ์ของตน ความรู้สึกสะเทือนใจบังเกิดขึ้น น้ำตาไหลพรั่งพรู เขาหันกายพุ่งไปกอดฉีเทียนเหอแล้วร่ำไห้จนเป็นดั่งคนชอกช้ำ
"หลานเอ๋ย! ไฉนเจ้าจึงมีวาสนาอาภัพเช่นนี้! หรือฟ้าดินจะไม่พอใจการกระทำของตระกูลเฟิง ถึงได้ลงทัณฑ์ต่อบุตรหลานเช่นนี้? สวรรค์เอ๋ย ขอได้โปรดเมตตา นับจากนี้จงละเว้นเถิด!"
ฉีเทียนเหอึ้งเสียงร่ำไห้คร่ำครวญของเขา ดวงตาแฝงความฉงน ไม่เข้าใจว่าไปกระทบกระเทือนเส้นประสาทใดของท่านพ่อเฟิง จึงแสดงปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้
เขาไม่เข้าใจ แต่คนอื่นในตระกูลเฟิงต่างล้วนทราบดีในใจ
โดยเฉพาะเสนาบดีซ้ายเฟิง สีหน้าฉายแววหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่ตำหนิท่านพ่อเฟิงที่พูดจาเลื่อนลอย เพียงแต่มีสีหน้าเหม่อลอย มองหลานชายผู้นี้ซึ่งราวกับหล่นมาจากฟากฟ้า
บุตรธิดาสายตรงทั้งสามของเขา ล้วนไม่มีใครมีจุดจบที่ดี มีเพียงเฟิงซ่านซิงที่พอจะกล่าวได้ว่าสิ้นชีพอย่างสงบ
ส่วนบุตรที่เกิดจากอนุอีกหกคน ล้วนมีปัญหาชีวิตและขัดแย้งกัน ไม่มีความสมัครสมานสามัคคีกันเลย
หลานที่เหลือยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีแต่ผู้ที่ประสบอุปสรรคชีวิตอันซับซ้อนมากมาย
เสนาบดีซ้ายเฟิงอดสงสัยในตนเองไม่ได้ ว่าความทะเยอทะยานในผลประโยชน์ของเขานั้นหนักหนาเกินไปหรือไม่ ที่เอาแต่คิดแก่งแย่งพระเมตตาจากฝ่าบาทกับตาเฒ่าหลี่ จนละเลยการอบรมบุตรหลาน
ดังนั้นโชคชะตาจึงกำหนดให้ลูกหลานรับผลของการกระทำของเขา
ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าในเรือน เฟิงอู๋จี๋เป็นผู้แรกที่ทำลายความอึดอัดนี้
"ท่านพ่อ พี่ชายกลับมาหาพวกเราที่เมืองหลวงนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี ในวันมงคลเช่นนี้ อย่าได้พูดถึงเรื่องเศร้าสร้อยเลย"
ท่านพ่อเฟิงจึงค่อยตั้งสติ ลบคราบน้ำตาแล้วรีบกล่าวว่า "ใช่ ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันมหามงคล ข้าจะทำลายบรรยากาศไปไม่ได้"
จากนั้น เขามองฉีเทียนเหอด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักและความเมตตา
“เสี่ยวเทียน ข้าขอเรียกเจ้าเช่นนี้ได้หรือไม่? คนผู้นี้คืออู๋จี หากนับตามอายุและลำดับวงศ์ เขาคือญาติผู้น้องลำดับที่สิบสามของเจ้า"
โครงหน้าของหลานชายผู้นี้ มีเพียงจมูกที่โด่งสง่างามเหมือนเขาและเฟิงซ่านซิงอย่างไม่ผิดเพี้ยน
ตระกูลเสนาบดีซ้ายเฟิงมีสายโลหิตชาวทูเจวียแต่โบราณ ใบหน้าของเขาโดยรวมนั้นละม้ายชาวจีน ไม่มีความแตกต่างมากนัก นอกจากจมูกที่สูงโดดเด่นเกินกว่าคนทั่วไป
ในบรรดาบุตรทั้งหมด มีเพียงเฟิงซ่านซิงที่รับลักษณะเด่นนี้ไป
เมื่อมองดูฉีเทียนเหอ เขาเหมือนย้อนรำลึกถึงใบหน้าของเฟิงซ่านซิงในอดีตได้ลางๆ
ในช่วงวัยแรกแย้ม เฟิงซ่านซิงนั้นงามสะคราญจนผู้คนล้วนต้องจับจ้อง
คิ้วเรียวยาวดุจใบหลิว ให้เสน่ห์ลึกซึ้งตามแบบสตรีทุ่งหญ้า ส่วนปลายจมูกที่สูงสง่าแฝงไว้ด้วยความงามสง่าดั่งผู้มาเยือนจากดินแดนอันไกลโพ้น แต่หาได้โลดโผนร้อนแรงเช่นหญิงสาวลูกครึ่งไม่
ดวงตาสุกใสดุจดวงดาว รูปหน้านุ่มนวลละมุนละไม กลบเกลื่อนกลิ่นอายต่างถิ่น จนหลงเหลือเพียงความสง่างามที่โดดเด่นเหนือบุตรธิดาแห่งแผ่นดินจีน
ในอดีต นางคือไข่มุกล้ำค่าที่เหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์และชนชั้นสูงล้วนเฝ้าฝันถึง แต่กลับมิกล้าเข้าใกล้อย่างง่ายดาย
ความรักและความคิดถึงของบิดาที่เก็บงำมาเกินยี่สิบปี เมื่อผสานกับความเสียใจและความรู้สึกผิดที่มิอาจลบเลือนได้ตลอดชีวิต ทำให้หัวใจของเสนาบดีซ้ายเฟิงที่แข็งกระด้างผ่านกาลเวลาอันโหดร้าย กลับอ่อนโยนลงอย่างห้ามไม่ได้
เขาใช้สองมืออันแห้งเหี่ยวจับมือฉีเทียนเหอ มือข้างหนึ่งลูบหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ ซ้ำไปมา ก่อนจะเก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมด
“เจ้ามาจากชายทะเลอันแสนไกล ย่อมผ่านความลำบากนานัปการ การเดินทางมาถึงเมืองหลวงครั้งนี้ คงได้ตกลงกับบิดาของเจ้าแล้วว่าจะไม่กลับไปอีก ใช่หรือไม่?”
จากถ้อยคำของฉีเทียนเหอเมื่อครู่นี้ บ่งบอกว่าเฟิงซ่านซิงคิดถึงบ้านแต่ไม่อาจกลับมาได้ เพราะระยะทางไกลเกิน ต้องอำลาจากโลกไปด้วยความเสียดาย
“แม้เจ้าจะเป็นหลานนอกของข้า แต่ต่อไปนี้เจ้าก็จะเป็นคนในตระกูลเฟิง ข้าจะจัดการแจ้งข่าวโดยเร็ว สามวันข้างหน้า เราจะจัดงานเลี้ยงนับญาติและบันทึกชื่อเจ้าลงในทำเนียบวงศ์ตระกูล พร้อมเปิดเผยเรื่องชาติกำเนิดของเจ้าแก่ทุกคน"
“เจ้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนามสกุล ต่อไปในตระกูลเฟิงจะมีของเจ้าส่วนหนึ่งด้วย"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...