มีข่าวแพร่สะพัดว่าเสนาบดีซ้ายเฟิงกำลังจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับญาติ ในเมืองหลวงก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด
แต่ทว่าตัวเอกที่เป็นศูนย์กลางของหัวข้อกลับซ่อนตัวอยู่ในพระราชวังหนึ่งวันก่อนงานเลี้ยงต้อนรับญาติ
เซียวปี้เฉิงถามเขาว่า “พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับญาติ คุณไม่พักที่ตระกูลเฟิงหรือ เหตุใดจึงถ่อมาถึงที่นี่”
ฉีเทียนเหอระบายความคับอกคับใจทันที “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณตายืนกรานตะล่อมให้ผมย้อมผมดำ แถมยังคอยจู้จี้ให้ผมเรียนรู้กฎอีก เขาบอกว่ากลัวคนนอกเห็นแล้วจะหัวเราะเยาะผม แล้วจะส่งผลต่อการหาว่าที่ภรรยาของผมด้วย”
พูดตามตรง เสนาบดีซ้ายเฟิงคงไม่รังเกียจหน้าตาหลานชายของเขาอย่างแน่นอน
แต่เขากลัวว่าฉีเทียนเหอที่มีผมขาวบนศีรษะจะดึงดูดสายตาแปลกๆ ของคนอื่น ทำให้เขาดูแปลกแยกและโดดเดี่ยว
ช่วงไม่กี่ปีนี้ ร้านเสริมความงามและทำผมภายใต้ชื่อหลงเย่และสามีเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก นอกจากการบำรุงดูแลประจำวันแล้ว อวิ๋นหลิงยังให้การสนับสนุนและจัดหาสารสกัดสมุนไพรทำให้ผมดำบริสุทธิ์จากธรรมชาติและไม่เป็นอันตรายอีกด้วย
เมื่อเห็นว่างานเลี้ยงต้อนรับญาติงวดเข้ามาแล้ว เสนาบดีซ้ายเฟิงก็ชักชวนให้ฉีเทียนเหอย้อมผมดำ
แต่ยังไงฉีเทียนเหอก็ไม่พอใจ ผมสีขาวนี้คือบุคลิกและสัญลักษณ์ของเขา ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธ
“หัวตัดได้ แต่ทรงผมห้ามเปลี่ยน!”
“แต่ลักษณะเช่นนี้จะทำให้คนหัวเราะเยาะ คนที่ไม่รู้จะพลอยคิดไปว่าเจ้าเป็นโรคประหลาด ข้าดูแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ชอบกล ถ้าในอนาคตอยากจะแต่งงาน บรรดาสาวๆ ก็จะคิดเหมือนกัน”
“คุณตาเห็นบ่อยๆ ก็จะชินไปเอง ผมก็ไม่จำเป็นต้องนัดหาคู่ นี่เป็นหลักฐานความรักที่ไม่อาจลืมเลือนระหว่างผมกับชิงชิงที่เคยมีมา จะย้อมดำไม่ได้”
เสนาบดีซ้ายเฟิงก็ได้แต่ถอยหลังหนึ่งก้าว “เอาละๆๆ เช่นนั้นเจ้าไม่ต้องย้อมผมดำก็ได้ แต่ให้สาวใช้ที่หวีผมให้เจ้าสวมผมปลอมให้แทน เช่นนี้ได้หรือไม่”
“ลำบากชะมัด เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ ผมคิดว่าตอนนี้ตัวเองหล่อที่สุดแล้ว!”
ฉีเทียนเหอว่าพลางมองกระจก ยกมือขึ้นเพื่อจัดทรงผมเท่ๆ ของเขาอย่างเกียจคร้าน ท่าทางดูค่อนข้างพออกพอใจ
ทั้งสีหน้าและการกระทำเช่นนั้นทำให้เสนาบดีซ้ายเฟิงอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่ชื่อว่า ‘ชิงชิง’ นั้นไม่ใช่เด็กสาวที่ไหนเลย แต่เป็นผมขาวของเขาเองต่างหาก!
เมื่อคิดว่าในฐานะหัวหน้าตระกูลผู้สง่างาม เขามีลูกชายลูกสาวหลานเหลนครบบริบูรณ์ เคยเป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในครอบครัว
เขายังไม่เคยใช้คำพูดที่อดทนและใจดีเช่นนี้กับคนรุ่นเยาว์คนใดเลย คนผู้นี้ก็ยังไม่วายเอาแต่ใจและมีความคิดดื้อรั้น
เสนาบดีซ้ายเฟิงทั้งร้อนใจทั้งมีน้ำโห อดพูดด้วยความกรุ่นโกรธไม่ได้ “นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ ตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่”
“แบบนี้แหละดีที่สุด ให้ทุกคนในโลกได้เห็นความรักที่ผมมีต่อชิงชิงแล้วกัน!”
“…”
เสนาบดีซ้ายเฟิงเห็นท่าทีดื้อรั้นไม่รับฟังของเขา ก็โกรธจนหัวใจวายตรงนั้นเลย เอามือกดหน้าอกที่เจ็บปวดอย่างอดไม่ได้
ฉีเทียนเหอตกใจสะดุ้งโหยง รีบไปช่วยพยุงเขา “คุณตา ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เมื่อเห็นว่าเขาดูตกประหม่า เสนาบดีซ้ายเฟิงก็เริ่มมีแผนในใจแต่ไม่ได้พูดอะไร แค่แกล้งทำเป็นพิงตัวเขาอย่างอ่อนแรง แล้วหอบหายใจหนัก ทำท่าเหมือนจะหายใจไม่ออก
ฉีเทียนเหอรีบช่วยประคองเขานั่งบนเก้าอี้ไม้ ตะโกนบอกเด็กรับใช้ข้างนอกให้ไปตามหมอจวน ขณะเดียวกันก็พูดด้วยความเป็นกังวล
“คุณตา อย่าตายเป็นอันขาด! ผมผ่านความยากลำบากมาสารพัดรูปแบบ ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้กลับมาหาคุณตา ถ้าคุณตาตายไปแบบนี้ แล้วผมอยู่ที่นี่จะไปมีความหมายอะไรล่ะ งั้นจะกลับบ้านไปเลี้ยงปลาแล้วกัน”
“พระเจ้าหลวงอายุปาเข้าไปตั้งแปดสิบแล้วยังกระฉับกระเฉงอยู่เลย ทั้งที่คุณตาเพิ่งจะหกสิบกว่าชัดๆ ทำไมถึงอ่อนแอขนาดนี้ เอะอะก็เป็นลมทุกครั้งไป?”
“ผมว่าคุณตาควรเกษียณเร็วหน่อยเถอะ กลับบ้านไปปลูกดอกไม้เลี้ยงนก ฝึกบำเพ็ญ พอลืมตายังได้พบผมอีกหลายปี”
ก่อนจะพูดจบก็ถูกฉีเทียนเหอขัดจังหวะ เขาสูดจมูกแล้วพูดด้วยเสียงสะอื้นไห้ “ผมจะสูญเสียความรักและจิตวิญญาณไปไม่ได้ และก็สูญเสียคุณตาไปไม่ได้ด้วยเหมือนกัน”
“หากคุณตาโมโหผมจนตายไปจริงๆ งั้นผมก็ได้แต่ตามคุณตาไปด้วย เมื่อพวกเราสองตาหลานไปอยู่ปรโลก ไปพบแม่ผมอีกครั้ง จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการพลัดพรากจากกันอีก!”
เวลานี้เอง ท่านพ่อเฟิงที่อยู่ในเรือนอื่นก็ตื่นตระหนกจนรีบวิ่งมาเช่นกัน ทันทีที่เข้าประตูมาก็เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า
ว่ากันว่าเสนาบดีซ้ายเฟิงที่หมดสติไปแล้วกลับมายืนอยู่ตรงนั้นอย่างปลอดภัย ดูอย่างไรก็มีเลือดฝาดและไม่รู้สึกอึดอัดใดๆ
กลับกัน ฉีเทียนเหอดูชอกช้ำระกำใจยิ่งกว่า นั่งยองๆ อยู่ข้างเก้าอี้ไม้ด้วยความห่อเหี่ยวสิ้นหวัง ราวกับสะเทือนใจอย่างหนัก
ได้ยินเช่นนี้ ท่านพ่อเฟิงก็รีบวิ่งเหยะๆ เข้าไป
“เอ๋! เหตุใดอยู่ดีๆ จู่ๆ เสี่ยวเทียนก็พูดคำที่น่าหดหู่เช่นนี้”
“ท่านพ่อ อาการเป็นอย่างไรบ้าง ดูเหมือนไม่ได้เป็นอะไรเลย?”
เสนาบดีซ้ายเฟิงมุมปากกระตุก เขาแค่อยากทำให้ฉีเทียนเหอตกใจ ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นใหญ่ขนาดนี้จนเกือบทำให้เขาหัวใจวาย
เขาถอนใจ ยอมแพ้อย่างรับชะตากรรม “เฮ้อ ช่างเถอะๆ เจ้าชอบอย่างไรก็ทำอย่างนั้นเถิด ข้าจะไม่บังคับเจ้าแล้ว”
ฉีเทียนเหอระเบิดเสียงหัวเราะทันที แล้วกอดเสนาบดีซ้ายเฟิงไว้แน่นในอ้อมแขนด้วยความตื้นตัน
“คุณตา ผมรู้ว่าคุณตาตัดใจให้ผมตายไม่ลงหรอก ผมรักคุณตาจริงๆ เลย!”
“…”
ตกลงเป็นใครกันแน่ที่ตัดใจตายไม่ลง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...