เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1157

มีข่าวแพร่สะพัดว่าเสนาบดีซ้ายเฟิงกำลังจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับญาติ ในเมืองหลวงก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด

แต่ทว่าตัวเอกที่เป็นศูนย์กลางของหัวข้อกลับซ่อนตัวอยู่ในพระราชวังหนึ่งวันก่อนงานเลี้ยงต้อนรับญาติ

เซียวปี้เฉิงถามเขาว่า “พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับญาติ คุณไม่พักที่ตระกูลเฟิงหรือ เหตุใดจึงถ่อมาถึงที่นี่”

ฉีเทียนเหอระบายความคับอกคับใจทันที “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณตายืนกรานตะล่อมให้ผมย้อมผมดำ แถมยังคอยจู้จี้ให้ผมเรียนรู้กฎอีก เขาบอกว่ากลัวคนนอกเห็นแล้วจะหัวเราะเยาะผม แล้วจะส่งผลต่อการหาว่าที่ภรรยาของผมด้วย”

พูดตามตรง เสนาบดีซ้ายเฟิงคงไม่รังเกียจหน้าตาหลานชายของเขาอย่างแน่นอน

แต่เขากลัวว่าฉีเทียนเหอที่มีผมขาวบนศีรษะจะดึงดูดสายตาแปลกๆ ของคนอื่น ทำให้เขาดูแปลกแยกและโดดเดี่ยว

ช่วงไม่กี่ปีนี้ ร้านเสริมความงามและทำผมภายใต้ชื่อหลงเย่และสามีเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก นอกจากการบำรุงดูแลประจำวันแล้ว อวิ๋นหลิงยังให้การสนับสนุนและจัดหาสารสกัดสมุนไพรทำให้ผมดำบริสุทธิ์จากธรรมชาติและไม่เป็นอันตรายอีกด้วย

เมื่อเห็นว่างานเลี้ยงต้อนรับญาติงวดเข้ามาแล้ว เสนาบดีซ้ายเฟิงก็ชักชวนให้ฉีเทียนเหอย้อมผมดำ

แต่ยังไงฉีเทียนเหอก็ไม่พอใจ ผมสีขาวนี้คือบุคลิกและสัญลักษณ์ของเขา ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธ

“หัวตัดได้ แต่ทรงผมห้ามเปลี่ยน!”

“แต่ลักษณะเช่นนี้จะทำให้คนหัวเราะเยาะ คนที่ไม่รู้จะพลอยคิดไปว่าเจ้าเป็นโรคประหลาด ข้าดูแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ชอบกล ถ้าในอนาคตอยากจะแต่งงาน บรรดาสาวๆ ก็จะคิดเหมือนกัน”

“คุณตาเห็นบ่อยๆ ก็จะชินไปเอง ผมก็ไม่จำเป็นต้องนัดหาคู่ นี่เป็นหลักฐานความรักที่ไม่อาจลืมเลือนระหว่างผมกับชิงชิงที่เคยมีมา จะย้อมดำไม่ได้”

เสนาบดีซ้ายเฟิงก็ได้แต่ถอยหลังหนึ่งก้าว “เอาละๆๆ เช่นนั้นเจ้าไม่ต้องย้อมผมดำก็ได้ แต่ให้สาวใช้ที่หวีผมให้เจ้าสวมผมปลอมให้แทน เช่นนี้ได้หรือไม่”

“ลำบากชะมัด เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ ผมคิดว่าตอนนี้ตัวเองหล่อที่สุดแล้ว!”

ฉีเทียนเหอว่าพลางมองกระจก ยกมือขึ้นเพื่อจัดทรงผมเท่ๆ ของเขาอย่างเกียจคร้าน ท่าทางดูค่อนข้างพออกพอใจ

ทั้งสีหน้าและการกระทำเช่นนั้นทำให้เสนาบดีซ้ายเฟิงอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่ชื่อว่า ‘ชิงชิง’ นั้นไม่ใช่เด็กสาวที่ไหนเลย แต่เป็นผมขาวของเขาเองต่างหาก!

เมื่อคิดว่าในฐานะหัวหน้าตระกูลผู้สง่างาม เขามีลูกชายลูกสาวหลานเหลนครบบริบูรณ์ เคยเป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในครอบครัว

เขายังไม่เคยใช้คำพูดที่อดทนและใจดีเช่นนี้กับคนรุ่นเยาว์คนใดเลย คนผู้นี้ก็ยังไม่วายเอาแต่ใจและมีความคิดดื้อรั้น

เสนาบดีซ้ายเฟิงทั้งร้อนใจทั้งมีน้ำโห อดพูดด้วยความกรุ่นโกรธไม่ได้ “นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ ตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่”

“แบบนี้แหละดีที่สุด ให้ทุกคนในโลกได้เห็นความรักที่ผมมีต่อชิงชิงแล้วกัน!”

“…”

เสนาบดีซ้ายเฟิงเห็นท่าทีดื้อรั้นไม่รับฟังของเขา ก็โกรธจนหัวใจวายตรงนั้นเลย เอามือกดหน้าอกที่เจ็บปวดอย่างอดไม่ได้

ฉีเทียนเหอตกใจสะดุ้งโหยง รีบไปช่วยพยุงเขา “คุณตา ไม่เป็นไรใช่ไหม”

เมื่อเห็นว่าเขาดูตกประหม่า เสนาบดีซ้ายเฟิงก็เริ่มมีแผนในใจแต่ไม่ได้พูดอะไร แค่แกล้งทำเป็นพิงตัวเขาอย่างอ่อนแรง แล้วหอบหายใจหนัก ทำท่าเหมือนจะหายใจไม่ออก

ฉีเทียนเหอรีบช่วยประคองเขานั่งบนเก้าอี้ไม้ ตะโกนบอกเด็กรับใช้ข้างนอกให้ไปตามหมอจวน ขณะเดียวกันก็พูดด้วยความเป็นกังวล

“คุณตา อย่าตายเป็นอันขาด! ผมผ่านความยากลำบากมาสารพัดรูปแบบ ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้กลับมาหาคุณตา ถ้าคุณตาตายไปแบบนี้ แล้วผมอยู่ที่นี่จะไปมีความหมายอะไรล่ะ งั้นจะกลับบ้านไปเลี้ยงปลาแล้วกัน”

“พระเจ้าหลวงอายุปาเข้าไปตั้งแปดสิบแล้วยังกระฉับกระเฉงอยู่เลย ทั้งที่คุณตาเพิ่งจะหกสิบกว่าชัดๆ ทำไมถึงอ่อนแอขนาดนี้ เอะอะก็เป็นลมทุกครั้งไป?”

“ผมว่าคุณตาควรเกษียณเร็วหน่อยเถอะ กลับบ้านไปปลูกดอกไม้เลี้ยงนก ฝึกบำเพ็ญ พอลืมตายังได้พบผมอีกหลายปี”

ก่อนจะพูดจบก็ถูกฉีเทียนเหอขัดจังหวะ เขาสูดจมูกแล้วพูดด้วยเสียงสะอื้นไห้ “ผมจะสูญเสียความรักและจิตวิญญาณไปไม่ได้ และก็สูญเสียคุณตาไปไม่ได้ด้วยเหมือนกัน”

“หากคุณตาโมโหผมจนตายไปจริงๆ งั้นผมก็ได้แต่ตามคุณตาไปด้วย เมื่อพวกเราสองตาหลานไปอยู่ปรโลก ไปพบแม่ผมอีกครั้ง จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการพลัดพรากจากกันอีก!”

เวลานี้เอง ท่านพ่อเฟิงที่อยู่ในเรือนอื่นก็ตื่นตระหนกจนรีบวิ่งมาเช่นกัน ทันทีที่เข้าประตูมาก็เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า

ว่ากันว่าเสนาบดีซ้ายเฟิงที่หมดสติไปแล้วกลับมายืนอยู่ตรงนั้นอย่างปลอดภัย ดูอย่างไรก็มีเลือดฝาดและไม่รู้สึกอึดอัดใดๆ

กลับกัน ฉีเทียนเหอดูชอกช้ำระกำใจยิ่งกว่า นั่งยองๆ อยู่ข้างเก้าอี้ไม้ด้วยความห่อเหี่ยวสิ้นหวัง ราวกับสะเทือนใจอย่างหนัก

ได้ยินเช่นนี้ ท่านพ่อเฟิงก็รีบวิ่งเหยะๆ เข้าไป

“เอ๋! เหตุใดอยู่ดีๆ จู่ๆ เสี่ยวเทียนก็พูดคำที่น่าหดหู่เช่นนี้”

“ท่านพ่อ อาการเป็นอย่างไรบ้าง ดูเหมือนไม่ได้เป็นอะไรเลย?”

เสนาบดีซ้ายเฟิงมุมปากกระตุก เขาแค่อยากทำให้ฉีเทียนเหอตกใจ ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นใหญ่ขนาดนี้จนเกือบทำให้เขาหัวใจวาย

เขาถอนใจ ยอมแพ้อย่างรับชะตากรรม “เฮ้อ ช่างเถอะๆ เจ้าชอบอย่างไรก็ทำอย่างนั้นเถิด ข้าจะไม่บังคับเจ้าแล้ว”

ฉีเทียนเหอระเบิดเสียงหัวเราะทันที แล้วกอดเสนาบดีซ้ายเฟิงไว้แน่นในอ้อมแขนด้วยความตื้นตัน

“คุณตา ผมรู้ว่าคุณตาตัดใจให้ผมตายไม่ลงหรอก ผมรักคุณตาจริงๆ เลย!”

“…”

ตกลงเป็นใครกันแน่ที่ตัดใจตายไม่ลง!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ