เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1159

ฉีเทียนเหอรู้สึกตื่นเต้น เขาอยากพบกับท่านเซียนบรรพกาลในตำนานมานานแล้ว ก็อยากจะขอให้เขาชี้แนะหลายๆ เรื่อง

พวกเขาไม่รอช้า มาถึงลานแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในพระราชวัง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเล่นกันของเด็กๆ อยู่แต่ไกล

“สูงขึ้นอีกหน่อย ท่านตาเล็กสูงขึ้นอีกหน่อย!”

เกี่ยวกับเต้าหวู๋ซินนั้น ฉีเทียนเหอได้รู้เรื่องราวของเต้าหวู๋ซินจากปากพี่น้องทั้งสี่คนมาไม่น้อย รวมถึงอดีตของอีกฝ่ายกับฉีไหวเซิง บรรพบุรุษของเขาด้วย

แต่เขาไม่ได้ถามละเอียดว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไร

ดังนั้นเขาจึงมโนภาพลักษณ์ของนักพรตเฒ่าผู้เป็นเทพเซียนโดยสัญชาตญาณ ไม่นึกว่าตัวจริงจะอ่อนโยน สง่างาม และหล่อเหลา ดูแก่กว่าเขาเพียงไม่กี่ปี

ภายใต้แสงแดดยามสารทฤดู นักพรตสวมชุดคลุมสีครามเทายืนอยู่ข้างโต๊ะหิน รวมผมหางม้ายาวหนาขึ้นสูง กำลังโยนและรับเด็กน้อยอายุสามขวบด้วยรอยยิ้มพราย

ที่ข้างเท้าเขา ยังมีเด็กชายตัวเล็กผู้หนึ่งที่น่ารักและขาวดุจหิมะกำลังดึงขากางเกงและเรียกเขาด้วยเสียงตามประสาเด็ก

“ท่านตาเล็ก เสวี่ยถวนเอ๋อร์ก็อยากโบยบิน”

“นี่เป็นฝาแฝดของครอบครัวพี่สามเซียวหรือเปล่า” ฉีเทียนเหอเอ่ยขึ้นทันที อดถูมือไปมาไม่ได้ “จุ๊ๆ ดูน่ารักจริงๆ แฮะ ทำให้มันเขี้ยวอยากเอาใส่กระสอบกลับไปด้วย”

“ท่านแม่!”

เมื่อสังเกตเห็นรูปร่างของพวกเขา ฮั่วถวนเอ๋อร์พยายามกระโดดลงจากแขนของเต้าหวู๋ซิน ก้าวขาสั้นๆ โผเข้ากอดอวิ๋นหลิง

เขาจ้องมองฉีเทียนเหอด้วยสองตากลมโตสีดำ กะพริบตาปริบๆ อย่างสงสัยใคร่รู้ ทันใดนั้นก็เอ่ยพูดเสียงใส

“พี่ชาย ทำไมถึงอยากกินพระจันทร์ล่ะ”

ฉีเทียนเหออึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นเอื้อมมือไปบีบดวงหน้าเล็กอันนุ่มนิ่มของฮั่วถวนเอ๋อร์ “เด็กน้อย ทำไมถึงถามแบบนี้”

“เพราะท่านตาเล็กเคยบอกไว้ว่าสุนัขสวรรค์จะกินพระจันทร์”

ฉีเทียนเหอเลิกคิ้วแล้วพูดยิ้มๆ “หืม? หรือว่าผมดูเหมือนสุนัข?

ฮั่วถวนเอ๋อร์เตือนอย่างจริงจัง “ท่านตาเล็กบอกว่าเขาเคยเห็นปีศาจผมขาว พอถูกโบยตีกลับร่างเดิมก็เป็นสุนัขขาวตัวใหญ่ ดังนั้นพี่ชายจะต้องเป็นปีศาจสุนัขขนขาวตัวใหญ่แน่ๆ! อย่ากินพระจันทร์เป็นอันขาดนะ ไม่เช่นนั้นต่อไปพวกถวนถวนจะไม่มีขนมไหว้พระจันทร์ให้กินอีกแล้ว ถ้าทำชั่วจะถูกท่านตาเล็กโบยตีกลับร่างเดิม”

ตรรกะแปลกๆ ของเด็กมีจินตนาการอันบรรเจิดจนสามารถเชื่อมโยงสามเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันได้

อวิ๋นหลิงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “เจ้าบื้อน้อย เขาไม่ใช่ปีศาจ จากนี้ไปเรียกว่าพี่เทียนเหอ”

นางมองไปยังตงชิงที่อยู่ข้างหลัง โบกมือให้อีกฝ่ายพาเด็กทั้งสองออกไปก่อน

เด็กสองพี่น้องเดินไปสองสามก้าวก็หันกลับไปจ้องฉีเทียนเหอ เห็นชัดว่าอยากรู้เกี่ยวกับเขา

“พวกเจ้ามานั่งลงก่อนเถอะ”

เสียงอ่อนโยนของเต้าหวู๋ซินดังขึ้น ชี้ให้พวกเขาไปนั่งที่ข้างโต๊ะหิน

มีชาร้อนที่เพิ่งชงใหม่ๆ วางอยู่บนโต๊ะหิน มีถ้วยชาสี่ใบไม่มากไม่น้อยวางอยู่ข้างๆ พอดีราวกับคาดการณ์ไว้ว่าพวกเขาจะมาถึงล่วงหน้า

เซียวปี้เฉิงกล่าวว่า “อาจารย์หวู๋ซิน เขาก็คือฉีเทียนเหอที่ข้าเคยเอ่ยให้ท่านฟังก่อนหน้านี้”

เมื่อเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ผู้ลึกลับเช่นนี้ ฉีเทียนเหอแสดงท่าทีจริงจังอย่างหาได้ยาก เขาประสานมือคารวะอีกฝ่ายพร้อมกับกล่าวด้วยความเคารพ “สวัสดีครับท่านบรรพบุรุษ”

เต้าหวู๋ซินได้ยินเขาเรียกขานเช่นนี้ก็รู้สึกขบขัน “ไม่ต้องมากพิธี จะว่าไป ข้ามีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับตระกูลฉี เช่นนั้นทำตัวตามสบายเถิด”

“หากหินอุกกาบาตชิ้นนี้ถูกตั้งเป็นดวงตาค่ายกลเพื่อเสริมสร้างค่ายกลให้มั่นคงเข้าด้วยกัน ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเดินทางระหว่างสองโลกได้ทุกเวลา”

“พูดตามตรงนะ พวกเราต้องการใช้หินอุกกาบาตชิ้นนี้ของคุณ แต่ติดที่เป็นของต่างหน้าที่แม่ของคุณฝากไว้ให้ จึงอยากถามว่าคุณคิดอย่างไร”

ฉีเทียนเหอหยุดไปครู่หนึ่ง คำขอของอวิ๋นหลิงตรงกับที่เขาเดาไว้เป๊ะเลย

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้ตอบทันที แต่พูดอย่างจริงจัง “ก่อนหน้านั้น ผมอยากจะถามบรรพบุรุษหวู๋ซิน เหตุที่ผมสามารถเดินทางทะลุมิติได้อย่างราบรื่นนั้น ไม่เกี่ยวกับยานอวกาศข้ามกาลเวลา แต่ทั้งหมดเป็นเพราะหินอุกกาบาตชิ้นนี้ใช่ไหม”

หมู่นี้ฉีเทียนเหอครุ่นคิดปัญหานี้หลายครั้ง ในปี 3223 การวิจัยที่เกี่ยวกับการสำรวจกาลเวลาของมนุษย์นั้นมีความก้าวหน้าขึ้น

ทว่าแม้แต่พวกอวิ๋นหลิงก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพาพลังของหินอุกกาบาตเพื่อทะลุมิติ คิดว่ายานอวกาศข้ามกาลเวลาลำนั้นเป็นผลมาจากการวิจัยที่ล้มเหลว

เต้าหวู๋ซินพยักหน้า อธิบายด้วยเสียงนุ่มนวล “ถูกต้อง การทะลุมิติไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หากเวลานั้นคุณไม่มีหินอุกกาบาตชิ้นนี้อยู่ในมือ ป่านนี้คงจะไม่สำเร็จ”

ยานอวกาศข้ามกาลเวลามีบทบาทห้าส่วน กุญแจสำคัญในเก้าสิบห้าส่วนที่เหลืออยู่ที่หินอุกกาบาต

ฉีเทียนเหอรู้สึกสติหลุดเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำว่า “ตอนที่แม่ผมทะลุมิติเวลานั้นก็เป็นเพราะเจอกับฝนดาวตก...แม่ไปถึงโลกนั้นอย่างราบรื่นโดยไม่มีค่ายกลหรือยานอวกาศเลย”

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ เป็นไปได้ไหมที่ผมจะใช้หินอุกกาบาตชิ้นนี้สร้างอุโมงค์แห่งกาลเวลาอีกครั้งเพื่อเดินทางไปกลับระหว่างแคว้นต้าโจวและยุคของพ่อผม”

พวกอวิ๋นหลิงใช้หินอุกกาบาตสี่ก้อนก็เดินทางไปกลับระหว่างสองโลกได้ในเวลาอันสั้น

แล้วเขาก็มีหินอุกกาบาตแบบเดียวกันอยู่ในมือ ก็จะทำแบบเดียวกันได้ใช่ไหม แม้ว่าจะไปกลับได้ปีละครั้งเท่านั้นก็ตาม

เซียวปี้เฉิงและอวิ๋นหลิงไม่แปลกใจกับคำขอของฉีเทียนเหอ

พ่อและเพื่อนของเขายังคงใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่ห่างไกลนั้น หากพวกเขามาอยู่ในสถานะของฉีเทียนเหอ ก็คิดว่าตัวเองจะกลับไปพบกับญาติและเพื่อนๆ ได้อีกหรือไม่เป็นลำดับแรกก่อน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ