เสวียนจีรีบเอาตัวออกห่างจากเฟิ่งเหมียนเหมือนแมวที่ถูกเหยียบหางอย่างเขินอายทันที
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้บอกว่าอยากมีลูก!”
อวิ๋นหลิงยิ้มตาหยีพร้อมกับพูดว่า “ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ เจ้ายังเด็กอยู่ ไม่อยากมีลูกเร็วก็เป็นเรื่องปกติ แต่เฟิ่งเหมียนใกล้จะสามสิบแล้ว ผู้ชายในวัยอย่างเขาล้วนมีลูกสามคนกันแล้ว”
“พวกเจ้าสองคนต้องพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างรอบคอบให้ดี ถึงอย่างไรผู้ชายก็เหมาะจะมีลูกช่วงอายุยี่สิบห้าถึงสามสิบห้าปีดีที่สุด ต้องเตรียมใจล่วงหน้าไว้จึงจะดี”
ในบรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ผู้ที่แต่งงานเร็วล้วนมีลูกอายุสิบปีกันแล้วทั้งนั้น
จากมุมมองของคนสมัยใหม่ เขาในวัยยี่สิบกลางๆ ยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปียังไม่ได้แต่งงานมีลูก ถือว่าผิดปกติอย่างแท้จริง
เสวียนจีหมดอาลัยตายอยาก “รู้สึกเหมือนพวกท่านทุกคนต่างคิดว่าการแต่งงานของข้ากับนกโง่เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว”
“ทำไมจะไม่แน่นอนล่ะ วันนี้เฟิ่งเหมียนไปหารือเรื่องการแต่งงานกับท่านพ่อหวู๋ซิน เขาก็พยักหน้าเห็นชอบด้วย ส่วนเจ้าก็แค่รอเป็นเจ้าสาวอย่างสบายใจได้เลย”
เสวียนจีอึ้งไปครู่หนึ่ง “อะไรนะ! ไปหาท่านพ่อหวู๋ซินมาแล้วหรือ”
“ใช่แล้ว เฟิ่งเหมียนจัดการทุกอย่างคร่าวๆ ตั้งแต่สู่ขอไปจนถึงงานแต่งงานเป็นที่เรียบร้อย ข้าอ่านสมุดเล่มนั้นแล้ว ลงรายละเอียดได้ดีมาก เมื่อเทียบกับตอนที่ข้ากับเอ้อร์หลีว์แต่งงาน เจ้ามีความสุขมากกว่านัก เขาเอาใจใส่และปฏิบัติต่อเจ้าด้วยความทะนุถนอม”
น้ำเสียงของอวิ๋นหลิงเจือความอิจฉาเล็กน้อย
ในบรรดาการแต่งงานของพี่น้องทั้งสี่ การแต่งงานของเสวียนจีอาจไม่หรูหราที่สุด แต่เป็นการแต่งงานที่เหมาะสมและราบรื่นที่สุด ชวนให้รู้สึกสบายใจ
ไม่เอ่ยถึงงานแต่งของนางกับเซียวปี้เฉิงแล้วกัน หลิวฉิงกับเจ้าอ๋องแต่งงานกันอย่างสายฟ้าแลบรีบด่วน และในเวลานั้นทั้งสองไม่ได้เตรียมการอะไรอยู่ในมือเลย แทบจะเป็นการแต่งงานที่ว่างเปล่า
หลงเย่กับกงจื่อโยวสมรสอย่างมีหน้ามีตา น่าอิจฉานัก แต่ความรักของทั้งคู่ดูลำบากคดเคี้ยวที่สุด ราคาที่จ่ายไปก็สูงมาก
กงจื่อโยวเค้นความคิดอย่างหนักจนเขาทุ่มจ่ายด้วยเหมืองทองคำเพื่อกลับบ้านไปแต่งงานกับนางในดวงใจ!
เมื่อเทียบกันแล้ว เด็กสาวคนนี้ที่เอาแต่กินดื่มทุกวัน เที่ยวเล่นไปเรื่อยอย่างไม่ใส่ใจ ไม่สนใจสิ่งใดๆ กลับมีเฟิ่งเหมียนจัดเตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยอย่างเงียบๆ ไม่ต้องกลุ้มใจเลยสักนิด
ได้ยินคำพูดเหล่านี้ เสวียนจีก็สะดุ้ง มีอารมณ์ที่ไม่ชัดเจนแล่นริ้วอยู่ในก้นบึ้งหัวใจ
นางรู้มาโดยตลอดว่าเฟิ่งเหมียนเป็นคนจริงจัง พิถีพิถัน และมีความรับผิดชอบอย่างยิ่ง
แต่ก็ยังไม่คาดคิดว่าเมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจแต่งงานกับนาง เขาจะจริงจังทำถึงขั้นนี้ ไม่เพียงแค่พูดแต่ปากเท่านั้น
เมื่อคิดว่าไม่กี่วันนี้ เฟิ่งเหมียนนั่งอยู่ในห้องหนังสือจนดึกดื่นกว่าจะเข้านอน ขณะที่นางเอาแต่กิน ดื่ม และสนุกสนานไปทุกที่ เสวียนจีก็รู้สึกร้อนตัวเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก
อวิ๋นหลิงบ่นในใจเสร็จแล้ว ก็นึกออกได้ว่านางมาที่นี่เพื่อเยี่ยมเฟิ่งเหมียน
“ว่าแต่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างหรือไม่ อย่างเวียนศีรษะหรืออะไรทำนองนั้น”
ตอนแรกที่เซียวปี้เฉิงปลุกพลังจิตนั้น เขาก็ทนทุกข์ทรมานอยู่ระยะหนึ่ง
เฟิ่งเหมียนส่ายหน้า “ขอบคุณที่เป็นห่วง ข้าแค่รู้สึกเจ็บแปลบมีเสียงคำรามดังในหัวตอนที่เป็นลม แต่ตอนนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วก็ไม่เป็นอะไร แต่ดูเหมือนท่านจะรู้สาเหตุ?”
อวิ๋นหลิงระบายยิ้มน้อยๆ “ยินดีด้วย ท่านได้ปลุกพลังจิตสำเร็จแล้ว”
เฟิ่งเหมียนตกตะลึง ไม่ทันได้โต้ตอบ เสวียนจีที่อยู่ข้างๆ กระโดดโหยงก่อน
“หา? นกโง่ก็ปลุกพลังจิตแล้วด้วยหรือ เขาถูกอะไรกระตุ้นหรือ”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ มองประเมินเฟิ่งเหมียนด้วยความประหลาดใจ
“ท่านพ่อหวู๋ซินบอกว่าเขากระตุ้นใช้พลังเช่นนี้มาก่อนแล้ว แต่มันอยู่ในสภาวะสงบนิ่งมาตลอด การเดินทางไปยุคปัจจุบันทำให้เขาฝ่าด่านสภาพจิตใจ ก็ย่อมต้องปลุกพลังให้ได้”
ภาพแปลกๆ ต่างๆ นานาผุดเข้ามาในสมอง ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าพวงแก้มร้อนผ่าว นั่งไม่ติดแล้ว
“...พวกท่านคุยกันไปก่อน ข้าจะไปเข้าห้องน้ำ!”
พูดจบ นางก็ใช้เรื่องปัสสาวะเป็นข้ออ้างหนีออกมา
อวิ๋นหลิงมองแผ่นหลังของนางแล้วเอ่ยหยอกขึ้นว่า “ดูสิ ยังขี้อายอยู่เลย ไม่เคยเห็นนางหน้าบางขนาดนี้มาก่อน ไว้ถึงคืนวันแต่งงานเข้าหอ นางคงจะไม่ลงไปซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงกระมัง”
นางพูดติดตลกตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทำเอาเฟิ่งเหมียนรู้สึกเก้อเขินไปเล็กน้อย ก่อนกระแอมเบาๆ คราหนึ่งแล้วพูดว่า “หนึ่งปีที่ผ่านมา ข้าอยู่ตำหนักบูรพา ได้รบกวนไปมาก ใคร่ขอขอบคุณพวกท่านสองสามีภรรยาที่ดูแลและเอาใจใส่”
“ผ่านช่วงนี้ไป บิดามารดาข้าอาจจะอยู่ในเมืองหลวงแคว้นต้าโจวสักระยะหนึ่ง จนกระทั่งข้าแต่งงานแล้วจึงจะกลับไป ดังนั้นข้าวางแผนจะซื้อบ้านสักหลังในเมืองหลวงก่อนจะสิ้นปี อยากจะขอให้ท่านช่วยพูดไกล่เกลี่ยกับกรมคลังให้ที”
พวกเขากำลังจะแต่งงาน จะต้องรับพ่อแม่มาร่วมงาน เห็นชัดว่าไม่เหมาะจะให้พำนักอยู่ในตำหนักบูรพาชั่วคราว จำเป็นต้องซื้อที่อยู่อาศัยส่วนตัวโดยเร็วที่สุด
แต่เขาไม่ใช่คนพื้นเมืองของเมืองหลวงแคว้นต้าโจว หากต้องการซื้อบ้านหรือที่ดิน จะมีข้อจำกัดมากมาย
แม้ว่าจะสามารถจัดการได้ด้วยเงิน แต่ขั้นตอนก็ยุ่งยากยาวเหยียด กังวลว่าจะซื้อไม่ได้ก่อนสิ้นปี
อวิ๋นหลิงรับปากด้วยความยินดี “ไม่มีปัญหา แต่ท่านรีบซื้อบ้านขนาดนี้ มีเงินในมือเพียงพอหรือไม่”
นางจำได้ว่าตอนที่เฟิ่งเหมียนมาถึง ดูเหมือนจะสะพายห่อผ้าและมีค่าเดินทางติดตัวมานิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรอื่นเลย
“ข้ามีวิธีหาเงินมาซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ไม่ต้องห่วง”
อวิ๋นหลิงฟังแล้วก็รู้ว่าเฟิ่งเหมียนมีแผนอยู่ในใจแล้ว นางสัญญาว่าจะช่วยเขาจัดการเอกสารโดยเร็วที่สุด ก่อนเดินออกไป
ส่งอวิ๋นหลิงแล้ว เฟิ่งเหมียนก็สงบสติอารมณ์ จากนั้นจึงเขียนจดหมายอย่างละเอียดหนึ่งฉบับส่งกลับบ้านไปยังแคว้นตงฉู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...