เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1163

เสวียนจีรีบเอาตัวออกห่างจากเฟิ่งเหมียนเหมือนแมวที่ถูกเหยียบหางอย่างเขินอายทันที

“ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้บอกว่าอยากมีลูก!”

อวิ๋นหลิงยิ้มตาหยีพร้อมกับพูดว่า “ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ เจ้ายังเด็กอยู่ ไม่อยากมีลูกเร็วก็เป็นเรื่องปกติ แต่เฟิ่งเหมียนใกล้จะสามสิบแล้ว ผู้ชายในวัยอย่างเขาล้วนมีลูกสามคนกันแล้ว”

“พวกเจ้าสองคนต้องพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างรอบคอบให้ดี ถึงอย่างไรผู้ชายก็เหมาะจะมีลูกช่วงอายุยี่สิบห้าถึงสามสิบห้าปีดีที่สุด ต้องเตรียมใจล่วงหน้าไว้จึงจะดี”

ในบรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ผู้ที่แต่งงานเร็วล้วนมีลูกอายุสิบปีกันแล้วทั้งนั้น

จากมุมมองของคนสมัยใหม่ เขาในวัยยี่สิบกลางๆ ยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปียังไม่ได้แต่งงานมีลูก ถือว่าผิดปกติอย่างแท้จริง

เสวียนจีหมดอาลัยตายอยาก “รู้สึกเหมือนพวกท่านทุกคนต่างคิดว่าการแต่งงานของข้ากับนกโง่เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว”

“ทำไมจะไม่แน่นอนล่ะ วันนี้เฟิ่งเหมียนไปหารือเรื่องการแต่งงานกับท่านพ่อหวู๋ซิน เขาก็พยักหน้าเห็นชอบด้วย ส่วนเจ้าก็แค่รอเป็นเจ้าสาวอย่างสบายใจได้เลย”

เสวียนจีอึ้งไปครู่หนึ่ง “อะไรนะ! ไปหาท่านพ่อหวู๋ซินมาแล้วหรือ”

“ใช่แล้ว เฟิ่งเหมียนจัดการทุกอย่างคร่าวๆ ตั้งแต่สู่ขอไปจนถึงงานแต่งงานเป็นที่เรียบร้อย ข้าอ่านสมุดเล่มนั้นแล้ว ลงรายละเอียดได้ดีมาก เมื่อเทียบกับตอนที่ข้ากับเอ้อร์หลีว์แต่งงาน เจ้ามีความสุขมากกว่านัก เขาเอาใจใส่และปฏิบัติต่อเจ้าด้วยความทะนุถนอม”

น้ำเสียงของอวิ๋นหลิงเจือความอิจฉาเล็กน้อย

ในบรรดาการแต่งงานของพี่น้องทั้งสี่ การแต่งงานของเสวียนจีอาจไม่หรูหราที่สุด แต่เป็นการแต่งงานที่เหมาะสมและราบรื่นที่สุด ชวนให้รู้สึกสบายใจ

ไม่เอ่ยถึงงานแต่งของนางกับเซียวปี้เฉิงแล้วกัน หลิวฉิงกับเจ้าอ๋องแต่งงานกันอย่างสายฟ้าแลบรีบด่วน และในเวลานั้นทั้งสองไม่ได้เตรียมการอะไรอยู่ในมือเลย แทบจะเป็นการแต่งงานที่ว่างเปล่า

หลงเย่กับกงจื่อโยวสมรสอย่างมีหน้ามีตา น่าอิจฉานัก แต่ความรักของทั้งคู่ดูลำบากคดเคี้ยวที่สุด ราคาที่จ่ายไปก็สูงมาก

กงจื่อโยวเค้นความคิดอย่างหนักจนเขาทุ่มจ่ายด้วยเหมืองทองคำเพื่อกลับบ้านไปแต่งงานกับนางในดวงใจ!

เมื่อเทียบกันแล้ว เด็กสาวคนนี้ที่เอาแต่กินดื่มทุกวัน เที่ยวเล่นไปเรื่อยอย่างไม่ใส่ใจ ไม่สนใจสิ่งใดๆ กลับมีเฟิ่งเหมียนจัดเตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยอย่างเงียบๆ ไม่ต้องกลุ้มใจเลยสักนิด

ได้ยินคำพูดเหล่านี้ เสวียนจีก็สะดุ้ง มีอารมณ์ที่ไม่ชัดเจนแล่นริ้วอยู่ในก้นบึ้งหัวใจ

นางรู้มาโดยตลอดว่าเฟิ่งเหมียนเป็นคนจริงจัง พิถีพิถัน และมีความรับผิดชอบอย่างยิ่ง

แต่ก็ยังไม่คาดคิดว่าเมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจแต่งงานกับนาง เขาจะจริงจังทำถึงขั้นนี้ ไม่เพียงแค่พูดแต่ปากเท่านั้น

เมื่อคิดว่าไม่กี่วันนี้ เฟิ่งเหมียนนั่งอยู่ในห้องหนังสือจนดึกดื่นกว่าจะเข้านอน ขณะที่นางเอาแต่กิน ดื่ม และสนุกสนานไปทุกที่ เสวียนจีก็รู้สึกร้อนตัวเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก

อวิ๋นหลิงบ่นในใจเสร็จแล้ว ก็นึกออกได้ว่านางมาที่นี่เพื่อเยี่ยมเฟิ่งเหมียน

“ว่าแต่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างหรือไม่ อย่างเวียนศีรษะหรืออะไรทำนองนั้น”

ตอนแรกที่เซียวปี้เฉิงปลุกพลังจิตนั้น เขาก็ทนทุกข์ทรมานอยู่ระยะหนึ่ง

เฟิ่งเหมียนส่ายหน้า “ขอบคุณที่เป็นห่วง ข้าแค่รู้สึกเจ็บแปลบมีเสียงคำรามดังในหัวตอนที่เป็นลม แต่ตอนนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วก็ไม่เป็นอะไร แต่ดูเหมือนท่านจะรู้สาเหตุ?”

อวิ๋นหลิงระบายยิ้มน้อยๆ “ยินดีด้วย ท่านได้ปลุกพลังจิตสำเร็จแล้ว”

เฟิ่งเหมียนตกตะลึง ไม่ทันได้โต้ตอบ เสวียนจีที่อยู่ข้างๆ กระโดดโหยงก่อน

“หา? นกโง่ก็ปลุกพลังจิตแล้วด้วยหรือ เขาถูกอะไรกระตุ้นหรือ”

น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ มองประเมินเฟิ่งเหมียนด้วยความประหลาดใจ

“ท่านพ่อหวู๋ซินบอกว่าเขากระตุ้นใช้พลังเช่นนี้มาก่อนแล้ว แต่มันอยู่ในสภาวะสงบนิ่งมาตลอด การเดินทางไปยุคปัจจุบันทำให้เขาฝ่าด่านสภาพจิตใจ ก็ย่อมต้องปลุกพลังให้ได้”

ภาพแปลกๆ ต่างๆ นานาผุดเข้ามาในสมอง ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าพวงแก้มร้อนผ่าว นั่งไม่ติดแล้ว

“...พวกท่านคุยกันไปก่อน ข้าจะไปเข้าห้องน้ำ!”

พูดจบ นางก็ใช้เรื่องปัสสาวะเป็นข้ออ้างหนีออกมา

อวิ๋นหลิงมองแผ่นหลังของนางแล้วเอ่ยหยอกขึ้นว่า “ดูสิ ยังขี้อายอยู่เลย ไม่เคยเห็นนางหน้าบางขนาดนี้มาก่อน ไว้ถึงคืนวันแต่งงานเข้าหอ นางคงจะไม่ลงไปซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงกระมัง”

นางพูดติดตลกตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทำเอาเฟิ่งเหมียนรู้สึกเก้อเขินไปเล็กน้อย ก่อนกระแอมเบาๆ คราหนึ่งแล้วพูดว่า “หนึ่งปีที่ผ่านมา ข้าอยู่ตำหนักบูรพา ได้รบกวนไปมาก ใคร่ขอขอบคุณพวกท่านสองสามีภรรยาที่ดูแลและเอาใจใส่”

“ผ่านช่วงนี้ไป บิดามารดาข้าอาจจะอยู่ในเมืองหลวงแคว้นต้าโจวสักระยะหนึ่ง จนกระทั่งข้าแต่งงานแล้วจึงจะกลับไป ดังนั้นข้าวางแผนจะซื้อบ้านสักหลังในเมืองหลวงก่อนจะสิ้นปี อยากจะขอให้ท่านช่วยพูดไกล่เกลี่ยกับกรมคลังให้ที”

พวกเขากำลังจะแต่งงาน จะต้องรับพ่อแม่มาร่วมงาน เห็นชัดว่าไม่เหมาะจะให้พำนักอยู่ในตำหนักบูรพาชั่วคราว จำเป็นต้องซื้อที่อยู่อาศัยส่วนตัวโดยเร็วที่สุด

แต่เขาไม่ใช่คนพื้นเมืองของเมืองหลวงแคว้นต้าโจว หากต้องการซื้อบ้านหรือที่ดิน จะมีข้อจำกัดมากมาย

แม้ว่าจะสามารถจัดการได้ด้วยเงิน แต่ขั้นตอนก็ยุ่งยากยาวเหยียด กังวลว่าจะซื้อไม่ได้ก่อนสิ้นปี

อวิ๋นหลิงรับปากด้วยความยินดี “ไม่มีปัญหา แต่ท่านรีบซื้อบ้านขนาดนี้ มีเงินในมือเพียงพอหรือไม่”

นางจำได้ว่าตอนที่เฟิ่งเหมียนมาถึง ดูเหมือนจะสะพายห่อผ้าและมีค่าเดินทางติดตัวมานิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรอื่นเลย

“ข้ามีวิธีหาเงินมาซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ไม่ต้องห่วง”

อวิ๋นหลิงฟังแล้วก็รู้ว่าเฟิ่งเหมียนมีแผนอยู่ในใจแล้ว นางสัญญาว่าจะช่วยเขาจัดการเอกสารโดยเร็วที่สุด ก่อนเดินออกไป

ส่งอวิ๋นหลิงแล้ว เฟิ่งเหมียนก็สงบสติอารมณ์ จากนั้นจึงเขียนจดหมายอย่างละเอียดหนึ่งฉบับส่งกลับบ้านไปยังแคว้นตงฉู่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ