เมฆหมอกลอยละล่อง หิมะโปรยปราย
ภูเขาอวี้จิงสูงกว่าพันเมตร มีหิมะปกคลุมทั้งปี ไม่ว่าเวลาไหนก็เห็นเป็นภาพขาวโพลนเย็นยะเยือกอยู่เสมอ
แม้จะต้องใช้เวลาเดินขึ้นเขากว่าหนึ่งชั่วยามต่อครั้ง บนบันไดหินที่ทอดยาว แต่ยังคงมีผู้ศรัทธาหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด
ควันธูปลอยโอบล้อมวัดไท่ชิง ท่านป้าเฟิ่งกำลังกวาดหิมะในลานวัด พอเหลือบตามองก็พบว่ามีนกสี่เชวี่ยสองตัวตกลงมาจากต้นเหมยส่งเสียงร้องจิ๊บๆ
นางหัวใจกระตุก มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าทันที
“ท่านพี่ท่านพี่ ท่านมาดูเร็วเข้า นกสี่เชวี่ยเคียงดอกเหมยเป็นเรื่องมงคล ต้องมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นแน่ ไม่แน่ว่าเหมียนเอ๋อร์อาจจะหาคนที่ฟ้าลิขิตไว้ให้เจอแล้ว”
เจ้าลัทธิเฟิ่งหมุนตัวมา ส่ายหน้าเบาๆ พูดในใจว่าศิษย์น้องถูกปีศาจครอบงำแล้ว
ช่วงนี้ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆอะไรเกิดขึ้น นางก็มักจะสามารถเชื่อมโยงไปถึงเรื่องการแต่งงานของลูกชายได้
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เป็นเขาที่กังวลเรื่องจะไม่มีทายาทสืบทอดตระกูล ศิษย์น้องมักจะเป็นฝ่ายปลอบเขา ตอนนี้มันกลับกันอย่างสิ้นเชิง
แต่เจ้าลัทธิเฟิ่งก็เข้าใจในความไม่สบายใจและความร้อนใจของภรรยาได้ เพราะมีผู้วิเศษเคยบอกไว้ว่า เคราะห์ของลูกชายจะเกิดในช่วงอายุยี่สิบเจ็ดปี จะโดดเดี่ยวไปจนแก่เฒ่าหรือจะมีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง ก็ต้องดูในปีนี้
เมื่อเห็นว่าห่างจากกำหนดเวลาไม่ถึงสองเดือนแล้ว คนเป็นแม่จะไม่ร้อนใจคงแปลก
“อืมๆ เจ้าพูดถูก”
ขณะที่เจ้าลัทธิเฟิ่งใช้ความคิด ปากก็ตอบรับอย่างเสียไม่ได้ นี่ทำให้ท่านป้าเฟิ่งเกิดความไม่พอใจขึ้นมาทันที
“ทำไมท่านจึงมีท่าทีเช่นนี้ หรือว่าท่านไม่อยากจะรีบให้เหมียนเอ๋อร์แต่งงานมีลูก”
“......โธ่ ข้ามีท่าทีอย่างไรเล่า”
“ฮึ ดูท่านที่เป็นพ่อซิ วันๆยังมีกะจิตกะใจดื่มชาเลี้ยงนก ถ้าเป็นข้าละก็ คงกินข้าวไม่ลงไปตั้งนานแล้ว”
เจ้าลัทธิเฟิ่ง “......เอาล่ะๆ ล้วนเป็นความผิดของข้า แต่เจ้าก็เคยทำนายแล้วไม่ใช่หรือว่าเหมียนเอ๋อร์จะมีลูกชายสองคนลูกสาวสองคน การทำนายดวงชะตาของศิษย์น้องแข็งแกร่งกว่าข้ามาตั้งแต่เด็ก ข้าย่อมเชื่อในตัวเจ้าอยู่แล้ว”
พูดจบ เขาก็ได้แต่ทอดถอนใจ
ตระกูลเฟิ่งมีทายาทสืบทอดเพียงคนเดียวมาสามชั่วคน ภรรยาของเขาเป็นลูกที่เจ้าลัทธิผู้เฒ่ารับเลี้ยงเอาไว้
ทั้งสองเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์ดีมาก พอเติบโตก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน
ครึ่งชีวิตที่ผ่านมา สองสามีภรรยามีความรักต่อกันอย่างลึกซึ้ง นอกจากการถกเถียงกันทั่วไป น้อยมากที่จะโกรธเคืองกัน มีชีวิตที่ถือว่าราบรื่นมาก
มีเพียงเรื่องทายาทที่มีเพียงคนเดียว ทำให้สองสามีภรรยารู้สึกกลุ้มใจเสมอมา
แคว้นตงฉู่มีสุภาษิตโบราณที่สืบทอดกันมาสองประโยค ว่ากันว่า “มีทายาทสืบทอดตระกูลเพียงคนเดียวสามชั่วคนจะไร้ซึ่งทายาทอีกต่อไป” รวมไปถึง “มีทายาทสืบทอดตระกูลเพียงคนเดียวจะกำเนิดผู้มีวาสนาบารมี”
เมื่อดูจากสถานการณ์จริงแล้ว ลูกชายของพวกเขาได้ทำให้สุภาษิตประโยคหลังเป็นจริงขึ้นมาแล้ว อายุเพียงสิบหกปีก็กลายเป็นราชครูแห่งแคว้นตงฉู่ที่มีผู้คนนับหมื่นให้การนับถือยกย่อง
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ยิ่งทำให้สองสามีภรรยารู้สึกกังวลมากขึ้น
ช่วงแรกๆท่านป้าเฟิ่งแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเรื่องนี้ นางเป็นเด็กกำพร้าที่สองสามีภรรยาเจ้าลัทธิผู้เฒ่ารับเลี้ยงดูเอาไว้ อีกฝ่ายรักนางมาก
สามีที่เป็นศิษย์พี่ก็มีนิสัยมุ่งมั่นโอบอ้อมอารี แต่งนางเป็นภรรยาเพียงคนเดียว
ทุกครั้งที่เห็นสามีขมวดคิ้วถอนหายใจออกมา ท่านป้าเฟิ่งก็มักจะรู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากไม่สามารถทำให้ตระกูลเฟิ่งมีทายาทสืบทอดต่อไปได้ นางย่อมรู้สึกผิดต่ออาจารย์และอาจารย์หญิง รู้สึกผิดต่อตระกูลเฟิ่ง
ในปีที่เฟิ่งเหมียนลงจากภูเขาเพื่อเข้าวัง นางกระทั่งเคยเอ่ยออกมาอย่างสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวว่า ให้เจ้าลัทธิเฟิ่งแต่งอนุภรรยาอีกคนสองคน อาศัยช่วงยังหนุ่มเพื่อให้มีทายาทสืบทอดมากหน่อย
เจ้าลัทธิเฟิ่งร้อนใจขึ้นมาทันที นั่นก็เป็นเพียงครั้งเดียวที่สองสามีภรรยาโต้เถียงกันอย่างดุเดือด
ดีที่หลังจากทะเลาะกันแล้ว สองสามีภรรยาก็เปิดอกคุยกัน กลับยิ่งทำให้รักกินมากกว่าเดิมเสียอีก
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ท่านป้าเฟิ่งก็เปลี่ยนจากสีหน้าที่เป็นกังวลเสมอมา มีจิตใจที่มองโลกในแง่ดีเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเสมอ กลับกลายเป็นฝ่ายที่ปลอบใจเขา
แต่เจ้าลัทธิเฟิ่งรู้ดี ท่านป้าเฟิ่งก็แค่ไม่อยากให้ตนเองเป็นกังวลก็เท่านั้น ในใจไม่เคยปล่อยวางเรื่องนี้ได้เลย
คิดไม่ถึงว่าลูกชายของเขาที่ดูสันโดษคนนี้ ยังมีวันที่สามารถทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ และตามหาคนที่ชอบจนเจอ
ผ่านไปครู่หนึ่ง สองสามีจึงพยายามทำใจให้สงบลงจากข่าวแห่งความยินดีที่หล่นลงมาจากฟากฟ้า
ท่านป้าเฟิ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่ปนแววทอดถอนใจว่า “คิดไม่ถึงจริงๆ คนที่ฟ้าลิขิตไว้ของเหมียนเอ๋อร์จะเป็นพระชายารองของรัชทายาท......เป็นหญิงสาวที่กล้าหาญจริงๆ ถึงกับขโมยจี้ดวงดาวหินอุกกาบาตสร้างเรื่องระเบิดตัวตาย ถ้าหากฮ่องเต้ทรงทราบละก็ คงจะโกรธจนควันออกหูแน่ๆ”
ในจดหมาย เฟิ่งเหมียนได้อธิบายประสบการณ์ของตนเองในแคว้นต้าโจว รวมไปถึงฐานะที่แท้จริงของเสวียนจี
เพียงแต่เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับยุคปัจจุบัน หากเขียนในจดหมายจะยุ่งยากเกินไป เกรงว่าอธิบายไม่ชัดเจนจะยิ่งทำให้ทั้งสองท่านรู้สึกเป็นกังวลใจมากขึ้น จึงไม่ได้เอ่ยถึง
เจ้าลัทธิเฟิ่งลูบหนวดยาวของตนเอง ยิ้มไม่หุบ “ไม่ว่านางจะเป็นใคร แล้วมีสถานะอะไร ก็เป็นคนที่เหมียนเอ๋อร์อยากจะแต่งงานด้วย เช่นนั้นก็คือลูกสะใภ้ของตระกูลเฟิ่งเราแล้ว”
พูดตามความจริง พวกเขามีเงื่อนไขเพียงสองประการต่อว่าที่ภรรยาของเฟิ่งเหมียน
เป็นหญิง และเป็นคน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ส่วนอีกฝ่ายจะมีรูปร่างหน้าตาสวยหรือขี้เหร่ ชาติกำเนิดสูงหรือต่ำต้อย นิสัยดีหรือไม่ดี ทั้งสองไม่กล้าจะ”ร้องขอ”มากเกินไป
ดังนั้นการที่เสวียนจีจะเคยแต่งงานหรือไม่ พวกเขาไม่ได้ใส่ใจ
อย่าว่าแต่เคยแต่งงานหรือไม่เลย แม้นางจะหย่าร้างและมีลูกสองคน ท่านป้าเฟิ่งก็จะต้อนรับนางเข้าตระกูลด้วยรอยยิ้ม
กลับกลายเป็นว่าความยินดีที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ทั้งสองคนเกิดความรู้สึกเหมือนไม่ใช่ความจริงขึ้นมา
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยพบแม่นางคนนี้อยู่ครั้งหนึ่ง สามารถพูดได้ว่ามีฉลาดปราดเปรื่องมาก แต่อายุน้อยไปหน่อยจริงๆ เหมือนจะอายุน้อยกว่าเหมียนเอ๋อร์สิบปีพอดีเลย”
เจ้าลัทธิเฟิ่งประหลาดใจ “เจ้าเคยพบพระชายารองของรัชทายาทหรือ”
“พระชายารองของรัชทายาทอะไรกัน พูดให้มันถูกนะ ควรจะเปลี่ยนมาเรียกว่าลูกสะใภ้ได้แล้ว ถ้าหากพลาดโอกาสดีๆเช่นนี้ไป ก็ควรจะโทษปากอัปมงคลของท่านที่ไม่มีหูรูดแล้ว”
เจ้าลัทธิเฟิ่งรีบเปลี่ยนคำทันที “ใช่ๆๆ เป็นลูกสะใภ้ ลูกสะใภ้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...