ท่านป้าเฟิ่งเคยเห็นเสวียนจี เพียงแต่ว่า อีกฝ่ายไม่รู้ฐานะของนาง
ตอนนั้นนางคิดถึงลูกชาย จึงปลอมตัวลงจากเขาเพื่อไปเยี่ยมเฟิ่งเหมียน
บนถนนใหญ่ในเมืองหลวง กลับพบเข้ากับพระชายารองของรัชทายาทกำลัง”ก่อความวุ่นวาย”อยู่ที่หน้าจวนเฉินอ๋อง ท่านป้าเฟิ่งรู้ว่าลูกชายมีหน้าที่ปกป้องอีกฝ่าย ดังนั้นจึงได้ชะงักฝีเท้าไปชั่วครู่
นั่นเป็นละครฉากเด็ดที่ยอดเยี่ยมฉากหนึ่งจริงๆ
และเป็นเพราะพระชายารองของรัชทายาทก่อเรื่องโวยวายหน้าจวนเฉินอ๋องครานี้ ทำให้ประชาชนทั่วทั้งเมืองหลวงได้รับรู้ว่า เดิมทีคนที่อ๋องเฉินจะแต่งงานด้วยนั้นคือชวีเสวียนจี
เป็นเพราะหลังจากเกิดอุบัติเหตุทำให้นางกลายเป็นคนสติไม่ดี จึงได้ถูกคุณหนูรองชวีซึ่งเกิดจากแม่เลี้ยงแย่งสัญญาแต่งงานไป
เฉินอ๋องคนนั้นก็เป็นคนชั่วที่ลืมบุญคุณ เขาเคยได้รับความรักความเมตตาจากแม่ของเสวียนจี ทั้งสองจึงได้หมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็ก
แต่เขาไม่อยากจะแต่งงานกับคนสติไม่สมประกอบ เพื่อเป็นการทำลายการแต่งงานครั้งนี้ จึงได้จงใจสร้างเรื่องขึ้นมาลับหลัง ทำให้นางมีสถานะเป็น”หญิงหายนะแห่งตงฉู่”
เมื่อความจริงปรากฏ ประชาชนต่างก็ต่อว่าต่อขาน
ตอนนั้นพระชายารองของรัชทายาทนอนอยู่บนพื้นทั้งร้องไห้ทั้งโวยวาย ทำท่าราวกับอาการป่วยกำเริบ ยังไม่ระวังตัวกลิ้งไปตรงเท้าของท่านป้าเฟิ่งอีกด้วย
แม้ว่าใบหน้าเล็กๆนั้นจะดูมอมแมม แต่ความเจ้าเล่ห์และปราดเปรื่องในดวงตากลับหนีไม่พ้นสายตาของท่านป้าเฟิ่ง
ตอนนั้นรางรับรู้ได้ในทันที พระชายารองของรัชทายาทคนนี้ไม่ได้มีปัญหาทางสมองแม้แต่น้อย ช่างน่าสนใจมาก
อีกฝ่ายจับชายเสื้อของนางเอาไว้ร้องไห้โฮออกมา ท่านป้าเฟิ่งยังให้ความร่วมมือในการร่วมแสดงด้วย ทั้งสองต่อบทกันด่าสองสามีภรรยาเฉินอ๋องจนไม่เหลือชิ้นดี
ใครใช้ให้เฉินอ๋องมักจะมองว่าลูกชายนางขัดหูขัดตา
แต่หลังจากเกิดเรื่องได้ไม่นาน ท่านป้าเฟิ่งที่ไปเยี่ยมลูกชายก็กลับขึ้นไปบนภูเขา ไม่ได้อยู่ในหยุดพักในเมือง
เกรงว่าจะถูกเฉินอ๋องจับได้ว่านางเป็นผู้หญิงที่ด่าเขา จากนั้นจะแก้แค้นด้วยการหาเรื่อง สร้างปัญหาให้ลูกชาย
แค่วาสนาครั้งเดียวที่ได้พบกัน ไม่ว่าอย่างไรท่านป้าเฟิ่งก็คิดไม่ถึงว่า ว่าที่ลูกสะใภ้จะเป็นหญิงสาวที่ฉลาดปราดเปรื่องคนนั้น
ท่านป้าเฟิ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยความกังวลปนยินดีว่า “ในเมืองหลวงมีคุณชายที่อายุน้อยหล่อเหลามากมาย ทำไมนางจึงชอบเหมียนเอ๋อร์ คงไม่ใช่เพราะเหมียนเอ๋อร์ไปหลอกนางกระมัง”
เหมียนจื่อก็จริงเชียว คิดไม่ถึงว่าจะลงมือกับหญิงสาวอายุน้อยเพียงนี้ได้ ช่างคาดไม่ถึงจริงๆ
ถ้าคนอื่นเห็นเข้า ใครก็ต้องพูดลับหลังว่าเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อน
“ศิษย์น้อง ดูเจ้าพูดเข้า ปกติวันๆก็คาดหวังจะให้เหมียนเอ๋อร์พาผู้หญิงกลับมา และในที่สุดวันนี้ก็สมปรารถนา ทำไมกลับลังเลขึ้นมาซะล่ะ”
ท่านป้าเฟิ่งอดไม่ได้ที่จะเคาะหัวตัวเอง “ท่านพูดถูก ต้องฉวยโอกาสที่สาวน้อยยังไม่ทันรู้สึกเสียใจ รีบแต่งนางเข้าตระกูลซะ”
มิเช่นนั้นลูกชายที่ไม่รู้จักวางตัว ปกติก็ทะนุถนอมคนอื่นไม่เป็น ถ้าหากสาวน้อยได้สติแล้วหนีเตลิดไป เช่นนั้นก็แย่แน่
“เร็วเข้าท่านพี่ พวกเรารีบเก็บสัมภาระวันนี้เลย พรุ่งนี้ออกเดินทางไปที่ต้าโจวกันตั้งแต่เช้า”
ท่านป้าเฟิ่งพูดจบ ก็วิ่งเข้าไปในเรือนอย่างรีบร้อน แทบอยากจะมีปีกบินไปยังเมืองหลวงของแคว้นต้าโจวทันที
เจ้าลัทธิเฟิ่งได้แต่ยิ้มพลางส่ายหน้า “นิสัยใจร้อนจริงๆ เวลาแค่หนึ่งวัน จะสามารถเตรียมของขวัญหมั้นหมายและสู่ขอได้ทั้งหมดหรือ”
ในจดหมาย เฟิ่งเหมียนได้เขียนรายการสิ่งของที่ต้องการทั้งหมดไว้ชัดเจนแล้ว
เขาจึงได้เรียกศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆในวัดมา ประกาศข่าวให้ทุกคนได้ทราบ
หลังจากนั้น บรรดาอาจารย์ลุงอาจารย์อาของเฟิ่งเหมียนต่างก็ยิ้มด้วยความยินดี
“ดีมาก”
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านกับศิษย์น้องไปที่แคว้นต้าโจวอย่างสบายใจเถอะ เรื่องในวัดมอบให้เป็นหน้าที่พวกเราก็พอ”
“ได้ ท่านรีบไปรีบกลับนะ”
อวิ๋นหลิงพยักหน้า เก็บยันต์ชวนยินเอาไว้อย่างดี หลังจากนั้นก็ทุ่มเททำงานอย่างขยันขันแข็ง
ช่วงนี้ในหมู่พี่น้องไม่มีใครมีเวลาไปเที่ยวเล่นในโลกปัจจุบันเลย ต่างก็ราวกับมดย้ายรัง ขนย้ายสิ่งของที่ต้องการมารอบแล้วรอบเล่า
กลับเป็นพระเจ้าหลวงที่จะไปในช่วงเย็นของทุกวัน เขารู้จักกับลุงๆป้าๆกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านที่มีอายุใกล้เคียงกัน
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ใช้ชีวิตของคนแก่วัยเกษียณ ทั้งเล่นหมากรุกในสวนสาธารณะกับเหล่าคุณลุง เต้นแอโรบิกกับเหล่าคุณป้าในลานกว้าง
ช่วงนี้อวิ๋นหลิงกับเซียวปี้เฉิงต่างก็ยุ่งอยู่กับเรื่องการเพาะปลูก
“ข้าลองคิดดูอย่างละเอียดแล้ว พวกเราอยู่ทางนี้ ก็สามารถหาเหตุผลบังหน้าเพื่อนำเมล็ดพันธุ์ออกมาได้ ดังนั้นข้าจึงอยากจะเปิดสาขาวิชาการเกษตรเพิ่มในสำนักศึกษาชิงอี้ จากนั้นก็ทำการบุกเบิกพื้นที่บริเวณตีนเขาเพื่อเป็นพื้นที่ทดลอง”
“ในช่วงแรก พวกเราสามารถประกาศกับผู้คนภายนอกว่า เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ล้วนมาจากแคว้นอื่นหรือไม่ก็บอกว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการคัดสรรอย่างดีจากอีกฝั่งของมหาสมุทร หลังจากผ่านไปนานแล้ว ผู้คนก็จะคิดว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านี้มาจากการเพาะเลี้ยงในแปลงเกษตรทดลองของสำนักศึกษาชิงอี้”
เซียวปี้เฉิงฟังอย่างจริงจังและตั้งใจ หลังจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากข่าวสารมากมายในยุคปัจจุบัน ตอนนี้เขาสามารถตามทันความคิดของอวิ๋นหลิงได้อย่างรวดเร็วแล้ว
สาขาวิชาการเกษตรและแปลงเกษตรทดลองก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่ ก่อนหน้านี้อวิ๋นหลิงเคยพาเขาไปชมมหาวิทยาลัยของยุคปัจจุบัน มหาวิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยีของเมืองหลวง
ภาพของที่นั่นทำให้เขามีความทรงจำที่ลึกซึ้งมาก สำหรับแผนพัฒนาในอนาคตของสำนักศึกษาชิงอี้ ก็มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ เซียวปี้เฉิงก็เอ่ยเสนอแนะว่า “ดี ครั้งนี้พวกเราจะรวมเอาเกษตรกรทั้งในราชสำนัก สำนักศึกษาและประชาชนทั่วไปเป็นหนึ่งเดียว ปรับเปลี่ยนโยกย้ายตั้งแต่ระดับบนลงล่าง”
กรมคลังมีกระทรวงเกษตร ในกรมมีขุนนางที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเกษตรโดยเฉพาะหลายด้าน สามารถโยกย้ายให้มาเป็นอาจารย์ในสำนักศึกษาได้ ประสานและดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายราชสำนัก
เด็กๆในสำนักศึกษาชิงอี้ พูดตามความจริงแล้วคนที่รู้จักการทำเกษตรมีไม่มาก ไม่สามารถเทียบกับเหล่าชาวนาที่คลุกคลีอยู่กับไร่นามากว่าครึ่งค่อนชีวิตได้ แต่พวกเขาเป็นหัวใจสำคัญมาก และเป็นเสาหลักในอนาคต
ไม่มีเครื่องมือเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมของยุคปัจจุบัน ถ้าอยากจะทำให้เป็นจริง ยังต้องอาศัยประชาชนที่ดำรงชีพด้วยการเกษตร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...