เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1171

สองสามีภรรยาพูดว่าจะทำก็ทำเลย เต็มไปด้วยพลังในการทำงาน ทำการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมจะเพาะปลูกในตอนนี้ออกมาอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เป็นช่วงกลางเดือนสิบเอ็ด เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงคาบเกี่ยวกับฤดูหนาว ไม่เหมาะที่จะปลูกพืชที่เป็นอาหารหลักอย่างข้าวสาลีแล้ว

ดังนั้นอวิ๋นหลิงจึงตั้งใจคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ผักออกมาส่วนหนึ่ง เช่นผักกวางตุ้ง กุยช่าย ถั่วลันเตา แครอท ผักคะน้าเป็นต้น

ในโลกปัจจุบันมีเมล็ดพันธุ์ผักดัดแปลงพันธุกรรมมากมาย ไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่น่าตกใจ ยังมีผลที่ใหญ่มาก

แต่เมล็ดพันธุ์ผักเหล่านี้ได้ทำการเพาะปลูกในพื้นที่ของแคว้นต้าโจวแล้ว อวิ๋นหลิงเกรงว่าถ้าเอาออกมา หลังจากเพาะปลูกออกมาแล้วจะทำให้เกิดความแต่งต่างจากพืชผักพื้นถิ่นมากเกินไปจนทำให้คนอื่นเกิดความสงสัย ดังนั้นจึงเลือกเมล็ดพันธุ์ชุดแรกที่ค่อนข้างปลอดภัยจะดีกว่า

“เมล็ดพันธุ์ชุดนี้มีจุดเด่นสำคัญก็คือต้านความหนาวเย็น ต้านโรคและต้านแมลงได้ อีกทั้งระยะเวลาเติบโตก็สั้น ถ้าเทียบกับพืชผักของยุคปัจจุบันที่เห็นได้ทั่วไปละก็ ที่จริงผลผลิตก็ไม่ถือว่าโดดเด่น แต่เมื่ออยู่ที่นี่สามารถพูดได้ว่าอุดมสมบูรณ์ ไม่ได้ดูผิดปกติมากเกินไป”

เซียวปี้เฉิงฟังอย่างจริงจัง พยักหน้าก่อนจะพูดว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อเทียบกับเมล็ดพันธุ์ผักที่มีผลผลิตน่าตื่นตกใจเหล่านั้น ผักพวกนี้เหมาะสมกับพวกเรามากกว่า"

ตอนที่เขาไปเยี่ยมชมแปลงเกษตรทดลอง เคยเห็นต้นข้าวที่สูงกว่าเขาซึ่งมีความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ว่ากันว่าเป็นข้าวลูกผสม สามารถหลบใต้ร่มเงาของต้นข้าวได้

ยังมีเมล็ดพันธุ์อวกาศที่เคยขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า ผลที่ออกมามีขนาดใหญ่จนสามารถเรียกได้ว่าผลยักษ์ก็ไม่เกินจริง แค่ฟักทองที่เขาเห็น ก็ต้องใช้แรงงานสองสามคน จึงจะอุ้มขึ้นมาได้

พืชผักมหัศจรรย์เหล่านี้หาอยู่ในแคว้นต้าโจว คงจะทำให้ประชาชนแตกตื่นไม่น้อย ดีไม่ดีประชาชนอาจคิดว่าเป็นพืชปีศาจหรือไม่ก็เป็นพืชอัศจรรย์

อวิ๋นหลิงเองก็คิดว่าไม่ควรจะทำให้สะดุดตามากเกินไป “ถูกต้อง และเมล็ดพันธุ์ชุดนี้ที่ข้าเลือกนั้นมีความต้องการปุ๋ยที่ต่ำมาก พืชผักที่ดัดแปลงพันธุ์กรรมส่วนใหญ่ต้องใช้ปุ๋ยที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ กลับเป็นการไม่สะดวกที่พวกเราจะทำการเพาะปลูกจำนวนมากที่นี่”

นางพูดไปพลาง ก็ห่อเมล็ดพันธุ์ผักที่แตกต่างกันเอาไว้ในกระดาษ พร้อมกับเซียวปี้เฉิง เขียนชื่อและลำดับเลข

หลังจากนั้น ก็เลือกเมล็ดพันธุ์ผักออกมาหนึ่งชนิด

“นี่เป็นเมล็ดพันธุ์ของกะหล่ำดอก เมื่อโตแล้วจะมีทั้งสีขาวและสีเขียว สีเขียวเรียกว่าบรอกโคลี ก่อนหน้านี้ตอนที่กินหม้อไฟท่านก็เคยได้ชิมแล้ว”

เซียวปี้เฉิงรับมาดูอย่างวิเคราะห์ด้วยความประหลาดใจ “สิ่งนี้รสชาติอร่อยมาก ในพื้นที่ราบภาคกลางยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน”

ไม่ว่าจะใช้ต้มในหม้อไฟ ผัดผักหรือว่านำมาลวกแล้วยำ ก็ให้รสชาติที่ยากจะลืมเลือน

ตอนที่พระเจ้าหลวงอยู่ที่นั่น ชอบกินผักชนิดนี้มาก

อวิ๋นหลิงยิ้มสดใส “แน่นอน ถิ่นกำเนิดของผักชนิดนี้อยู่ที่ชายฝั่งตะวันออกกลาง ในโลกของพวกเรา ก็ถูกนำเข้ามาในช่วงศตวรรษที่สิบเก้าซึ่งเป็นต้นราชวงศ์ชิง”

“กะหล่ำดอกมีความสามารถในการปรับตัวสูงมาก บวกกับเดิมทีแคว้นต้าโจวก็ไม่มีพืชชนิดนี้อยู่แล้ว ดังนั้นข้าจึงได้ซื้อเมล็ดพันธ์ที่มีคุณภาพดีที่สุดมาหนึ่งชุด ถึงเวลาหากมีคนถามขึ้นมา พวกเราก็บอกว่ามาได้มาจากพ่อค้าต่างชาติ”

“คนพื้นถิ่นยังไม่เคยเห็นพืชชนิดนี้มาก่อน ไม่ว่ามันจะมีหน้าตาอย่างไร ก็คงไม่รู้สึกแปลกแต่อย่างใด” เซียวปี้เฉิงยิ้มออกมา จากนั้นก็เอ่ยอย่างคาดหวังว่า “หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนทั่วไปจะสามารถได้กินผักผลไม้สดใหม่ในช่วงฤดูหนาวโดยเร็วที่สุด”

อวิ๋นหลิงก็คาดหวังเช่นนั้น

ที่จริงในยุคนี้ อยากจะกินผักสดใหม่ในช่วงฤดูหนาวก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากเกินไป ตัวอย่างเช่น หัวไชเท้า ผักกาดขาวและผักโขมเป็นต้น ล้วนเป็นผักที่เห็นได้ทั่วไป

แต่ชนิดผักในฤดูหนาวมีน้อยมาก ผลผลิตก็ไม่สูง แม้ประชาชนจะเพาะปลูกได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่กล้ากินเอง แต่เลือกที่จะขายให้ร้านอาหารและบ้านผู้ดีที่ร่ำรวย ส่วนตัวเองก็กินผักดองประทังชีวิต

นอกจากนี้ ยุคนี้ก็มีเทคโนโลยีที่คล้ายกับการเพาะปลูกในโรงเรือนกระจกแล้ว

ปกติแล้วคนมีเงินจะสร้างโรงเรือนอุ่นและห้องใต้ดินขึ้นมา เพื่อเพาะปลูกพืชผักนอกฤดูกาล

หลิวฉิงเคยพูดถึง ในอุทยานของราชวงศ์แห่งเป่ยฉิน มีเรือนที่ปิดมิดชิดมากมาย ข้างในมีการเพาะปลูกหัวหอม กุยช่ายเป็นต้น ปกติจะมีการก่อไฟเพื่อรักษาอุณหภูมิทั้งวันทั้งคืน ทำให้พืชผักสามารถเจริญเติบโตได้ในฤดูหนาว

กุ้ยเฟยซูที่หยิ่งยโสอวดดีมาตั้งนาน ที่สุดก็ยอมรับความจริงไม่ได้ ความรักที่จักรพรรดิเสี่ยวฉินมีให้นั้นล้วนเป็นเรื่องจอมปลอม

หลังจากที่นางเข้าวัง เคยตั้งครรภ์สามครั้ง การแท้งสองครั้งแรกเป็นแผนการของจักรพรรดิเสี่ยวฉิน ครั้งสุดท้ายแท้งเพราะร่างกายได้รับบาดเจ็บ

จักรพรรดิเสี่ยวฉินรังเกียจนาง เคียดแค้นนาง เพราะนางเป็นลูกสาวของขุนนางผู้ทรยศ เพราะนางชอบใช้อำนาจบีบบังคับ เพราะนางทารุณฟงเสี่ยวเม่ยจนถึงแก่ความตาย เพราะนางเคยทำร้ายพระสนมอีกคนให้คลอดลูกออกมาตายตอนอายุครรภ์แปดเดือน

ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต กุ้ยเฟยซูยิ้มอย่างคนบ้าน ที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าความรักระหว่างนางกับจักรพรรดิเสี่ยวฉิน ก็เหมือน”ดอกไม้ที่เบ่งบานชั่วคราว” เหล่านี้

เดิมทีก็ได้มาโดยการบีบบังคับ จะดูแลทะนุถนอมให้ดีอย่างไร ก็ทนกระแสลมฝนไม่ได้ จึงไม่สามารถอยู่ได้ยืนนาน

เลือดสีแดงฉานย้อมดอกโบตั๋นที่สวยงามให้เป็นสีแดง พระสนมที่ได้รับความโปรดปรานก็สิ้นชีพไปเช่นนี้เอง

แต่หลิวฉิงไม่เห็นใจนางเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้รู้สึกว่าโศกนาฏกรรมนี้ไม่ได้โรแมนติกแต่อย่างใด เพราะความแค้นต่างๆนานาระหว่างนางกับจักรพรรดิเสี่ยวฉิน เบื้องหลังได้ซ่อนเลือดเนื้อและน้ำตาของประชาชนที่ทุกข์ยากเอาไว้นับไม่ถ้วน

สังคมในยุคโบราณนั้นโหดเหี้ยมมาก หลังประตูแดงเหล้าและเนื้อส่งกลิ่นหอม ข้างทางมีศพที่ตายเพราะความหนาว

ในขณะที่กุ้ยเฟยซูครอบครองดอกโบตั๋นที่มีมูลค่านับพันตำลึงทองและยิ้มอย่างสดใส ถามท้องถนนยังมีประชาชนที่ต้องขอทานเพื่อจะได้กินโจ๊กอุ่นๆสักหนึ่งคำ

นี่ก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมหลิวฉิงจึงไม่ยอมรับความปรารถนาดีจากกู้จื่ออวี๋

“อย่าเอาวิธีการที่ใช้กับกุ้ยเฟยซูมาใช้กับข้า ท่านเอาสิ่งของเหล่านี้มาไว้ตรงหน้าข้า ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจ มีแต่จะทำให้ข้ารู้สึกมีบาปติดตัวมากขึ้น เอาเงินมาใช้จ่ายในเรื่องพวกนี้ ไม่สู้ไปสงสารบรรดาประชาชนที่ไม่มีข้าวกินจะดีกว่า”

นางเย็นชาไร้เยื่อใย ตอนแรกทำให้กู้จื่ออวี๋รู้สึกทั้งโกรธและขุ่นเคืองมาก ที่สุดก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ