เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1179

อวิ๋นหลิงเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย กำแก้วชาอุ่นๆไว้ในมือ เป็นสัญญาณให้เขาพูดต่อไป

หลี่หยวนเส้าไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า “เพื่อนของข้าคนนี้ เขามีชาติกำเนิดสูงส่ง ไม่นานก่อนหน้านี้ได้เกิดข้อขัดแย้งกับคนในครอบครัว ทั้งสองฝ่ายลงเอยกันไม่ดีนัก แทบจะพูดได้ว่าตัดขาดความสัมพันธ์กัน ท่านพ่อของเขาขอร้องให้เขาก้มหน้ายอมรับผิด แต่เขาไม่ยอมแพ้ ด้วยเหตุนี้ว่าที่ภรรยาของเขาก็จากเขาไป”

อวิ๋นหลิงนิ่งเงียบไปชั่วครู่

เจ้าหมอนี่......เพื่อนคนนี้ที่พูดถึงคือตัวเจ้ากระมัง

หลี่หยวนเส้ามองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของนาง ก้มหน้าลงเล็กน้อย พูดต่อด้วยเสียงกลัดกลุ้มใจ

“ก็เป็นเช่นนี้ ความมุ่งมั่นของเขากลับยิ่งพุ่งทะยานสูงขึ้น ตัดสินใจจะสร้างผลงานให้พวกเขาได้เห็น ให้อีกฝ่ายได้รู้ว่า ไม่มีพวกเขาตนเองก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ว่าที่ภรรยาที่ทิ้งเขาไปก่อนหน้านี้ เขาเองก็สามารถหาผู้หญิงที่ดีกว่าอีกฝ่ายได้”

“แต่เพื่อนข้าคนนี้ ในช่วงชีวิตที่ตกต่ำที่สุดของเขา ได้พบกับหญิงสาวจิตใจดีและซื่อสัตย์คนหนึ่ง เขารู้สึกหวั่นไหวต่อนาง”

“แต่เป็นเพราะสาเหตุที่ยากจะอธิบายบางประการ คนนอกล้วนคิดว่าพวกเขาเป็นคนรักกัน ที่จริงทั้งสองคนต่างก็แอบชื่นชอบซึ่งกันและกัน แต่ยังไม่ได้ยืนยันความสัมพันธ์กันอย่างแท้จริง”

“พ่อแม่ของหญิงสาวไม่รู้เรื่อง ได้แต่คิดจะเร่งเร้าให้ทั้งคู่รีบแต่งงานกัน แต่หญิงสาวคนนี้มีชาติกำเนิดจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ด้วยเหตุนี้เพื่อนของข้าคนนั้นจึงรู้สึกกลุ้มใจมาก”

“ด้านหนึ่ง เป็นเพราะเขาชอบแม่นางคนนี้จากใจจริง บางทีหากพลาดโอกาสนี้ไปแล้วอาจไม่เจอคนเช่นนี้อีก และคนในครอบครัวของแม่นางคนนี้ก็จริงใจและซื่อสัตย์มาก มองเขาเหมือนลูกของตนเอง ดีกับเขาด้วยใจจริง”

“อีกด้านหนึ่ง เขายังอยากจะไต่เต้าให้สูง พื้นฐานชาติกำเนิดและครอบครัวของแม่นางคนนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่เคยอยู่ในขอบเขตที่เขาจะคำนึงถึงเลย”

อวิ๋นหลิงฟังหลี่หยวนเส้าเล่าเรื่องอย่างเงียบๆ น้ำชาก็มือก็ดื่มไปครึ่งแก้วแล้ว

ก่อนหน้านี้นางมีงานราชการยุ่งมาก ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องความรักของนักเรียนในสำนักศึกษาทุกคน

บวกกับความคิดสมัยใหม่ที่ตามหลอกหลอน ตอนที่ได้ยินว่าหลี่หยวนเส้ากับเมิ่งฝูเอ๋อร์คบหากัน ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นไปไม่ได้

แต่ตอนนี้มาคิดดูอย่างละเอียดแล้ว ก็มีความแตกต่างกันอยู่หลายส่วน

ด้วยชาติกำเนิดที่สูงส่งของหลี่หยวนเส้า นิสัยที่เข้าใจโลกเป็นอย่างดี เขาจะเลือกผู้หญิงอย่างเมิ่งฝูเอ๋อร์ที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยสักด้าน ก็น่าประหลาดใจจริงๆ

ที่แท้ ทั้งสองคนนี้ยังไม่ได้เดินไปถึงขั้นนั้นจริงๆ

หลี่หยวนเส้าเห็นนางรับฟังอย่างจริงจัง สีหน้าไม่เปลี่ยนไป ก็รวบรวมความกล้าพูดต่อไปว่า

“มีคนกล่าวว่า‘เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนเก่าได้ง่ายดายยิ่งนัก’ เรื่องในอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เขาเกรงว่าหากแต่งงานกับหญิงสาว อนาคตจะยากยิ่งขึ้น ตนเองจะรู้สึกเสียใจต่อความใจร้อนในตอนแรก......ในช่วงเวลาที่ยาวนาน ความรู้สึกก็ยากจะเป็นเหมือนเดิม ไม่สู้ปล่อยให้ความรักที่แท้จริงนี้คงอยู่เหมือนตอนแรกเริ่มจะดีกว่า”

พูดถึงตรงนี้ สายตาของหลี่หยวนเส้ามีแววขัดขืนและทุกข์ใจที่ซ่อนเอาไว้ไม่ได้ผุดขึ้นมา

เห็นคนอื่นมีอำนาจก็ประจบสอพลอสูญอำนาจก็ไม่แยแสของเหล่าผู้ดีจนชินตา เขาไม่กล้าเดิมพันความจริงใจง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังพ่วงด้วยทั้งชีวิตของคนสองคน

“แต่ถ้าหากปล่อยแม่นางคนนี้ไป เกรงว่าเขาคงยากจะลืมเลือนได้ในชาตินี้ ไม่แน่ว่าในคืนที่แต่งงานกับหญิงอื่น คนที่คิดถึงก็ยังคงเป็นนาง”

“เมื่อเทียบทั้งสองด้านแล้ว เขายากจะตัดสินใจเลือกจริงๆ หยวนเส้าขอคำชี้แนะจากใจจริง พระชายารัชทายาทคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้”

คำพูดนี้สามารถเรียกได้เป็นการอธิบายถึงอีกด้านของธรรมชาติของมนุษย์ที่แสวงหาผลประโยชน์ และความโลภ เปิดเผยออกมาอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย หลี่หยวนเส้าไม่ได้เก็บซ่อนความคิด รอรับการตำหนิและดุด่าอย่างยอมรับชะตากรรม

สามารถพูดได้ว่า เขากล้าพูดความในใจให้พระชายารัชทายาทฟัง เดิมทีก็เพื่อจะหาเรื่องถูกด่าอยู่แล้ว

เขาคิดว่าในเมื่อโพล่งออกไปแล้ว ให้อีกฝ่ายดุด่าอย่างรุนแรงสักครั้ง ตนเองก็จะไม่มีเหตุผลที่จะลังเลยืดเยื้อต่อไปอย่างไร้ยางอายอีกแล้ว ถือว่าเป็นการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในเรื่องนี้สักที

หลี่หยวนเส้ารู้ว่าคำพูดเหล่านี้ไร้ยางอายมาก แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ไม่ได้รับการตำหนิดุด่าด้วยเสียงเย็นชาอย่างที่คิด

เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆเหนือศีรษะ อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมา ก็พบอวิ๋นหลิงที่มองมาทางเขาด้วยสายตาที่แฝงรอยยิ้มหลายส่วน

“เจ้าเคยได้ยินคำพูดประโยคนี้หรือไม่ มีแค่เด็กเท่านั้นที่จะเลือก ผู้ใหญ่แน่นอนว่าจะเอาทั้งหมด”

“ตอนนี้ข้าขอถามเจ้า ในบรรดาคนเหล่านี้ ใครที่ไม่อาจขาดได้ และเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด”

“ข้าคิดว่าคำตอบไม่ต้องพูดออกมาก็เข้าใจกันดี ก่อนอื่นลำต้นต้นไม้ต้องเติบโต จากนั้นจึงจะแผ่กิ่งก้าน จากนั้นก็ปล่อยให้เถาจื่อเถิงเลื้อยขึ้นไป”

อวิ๋นหลิงพูดอย่างช้าๆ น้ำเสียงจริงจังแต่ราบเรียบ

นางไม่ได้ดูถูกหลี่หยวนเส้า กลับกันที่จริงแล้วนางสามารถเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้

ในยุคโบราณ ไม่ว่าตระกูลไหนหนึ่งคนรุ่งเรืองทุกคนรุ่งเรือง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งสิ้น แม้เขาจะเป็นแค่ลูกเขย หลังจากแต่งงานกับเมิ่งฝูเอ๋อร์แล้ว ก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันกับคนตระกูลเมิ่ง

พี่น้องของเมิ่งฝูเอ๋อร์ ภายหน้าล้วนต้องการให้เขาช่วยส่งเสริม สำหรับเขาแล้วนี่เป็นหน้าที่ที่ยากลำบากมาก

ถูกดูดสารอาหารที่หล่อเลี้ยง ย่อมชะลอการเจริญเติบโตให้ช้าลง แต่เมื่อโตขึ้นมาในสักวัน เขาก็จะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่สูงเทียมฟ้าอย่างแท้จริง

หลี่หยวนเส้านิ่งเงียบไป เขาเป็นคนที่ฉลาดปราดเปรื่อง ไหนเลยจะไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของอวิ๋นหลิง

เขาเลือกที่จะเป็นกิ่งก้านและเถาวัลย์ แต่ไม่ใช่ลำต้นใหญ่

คนหนึ่งต้องคอยเกาะเกี่ยวผู้อื่น อีกคนถูกคนอื่นเกาะเกี่ยว ไม่จำเป็นต้องโต้เถียงว่าใครแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ

“ไม่ว่าจะเป็นการตามหาความแข็งแกร่งจอมปลอมหรือความแข็งแกร่งที่แท้จริง ล้วนสามารถปีนขึ้นไปบนที่สูงได้ สิทธิ์ในการเลือกอยู่ที่ตนเอง ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด เพียงแต่ความแข็งแกร่งจอมปลอม ย่อมไม่สามารถแบกรับน้ำหนักของความทระนงอย่างแท้จริงได้”

“เพื่อนของเจ้าคนนั้น เขาคิดแต่จะพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็น บอกว่าจะอาศัยความสามารถของตนเองในการประสบความสำเร็จ แต่ถ้าหากพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อแต่งงานกับหญิงสาวจากตระกูลผู้ดี นั่นไม่เท่ากับเป็นการเปลี่ยนคนที่จะไปรับใช้หรอกหรือ ไม่ยอมก้มหน้าต่อคนในครอบครัว แล้วจะยินดีเป็นผู้ต่ำต้อยต่อหน้าพ่อตาและภรรยาหรือ”

“พูดตามความจริง ข้าไม่สามารถเข้าใจความทระนงเช่นนี้ได้ ในมุมมองของข้ามันก็เป็นเหมือนตีนไก่ดองพริกในโรงอาหารของสำนักศึกษา แค่หักเบาๆก็แตกแล้ว”

หลี่หยวนเส้าที่กำลังเยาะเย้ยตนเองอยู่ในใจ ได้ยินอวิ๋นหลิงเปรียบเทียบอย่างแปลกประหลาดใจขึ้นมา ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ