เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1208

วันเกิดของเฟิ่งเหมียนคือวันที่เก้าเดือนเก้าเทศกาลฉงหยาง คนที่เกิดวันนี้เป็นคนที่มี”ชะตาเป็นหยาง” และเขายังมีร่างกายเป็นหยางบริสุทธิ์

บางทีอาจเป็นเพราะสาเหตุนี้ เขาจึงมีพรสวรรค์ในการเรียนรู้เรื่องทางธรรมตั้งแต่เกิดอย่างที่คนธรรมดาไม่สามารถเทียบได้ ตอนเด็กๆจึงมักจะถูกสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นมาพัวพัน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาไม่ดึงดันที่จะไปสำรวจโลกภายนอกอีก มุ่งมั่นกับการฝึกฝนการทำนายดวงดูโหงวเฮ้งอยู่ในวัดไท่ชิง ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ก็มีความสามารถเหนือกว่าท่านพ่อของเขาและบรรดาอาจารย์ลุงแล้ว

และในปีที่เฟิ่งเหมียนอายุครบสิบหกปี หลังจากที่ได้ลงจากภูเขาตามที่ปรารถนามานาน กลับไม่เคยใส่ใจเรื่องคู่แต่งงานตามโชคชะตาอีกเลย

โชคชะตาที่ยังไม่สิ้นสุดนี้ราวกับเป็นแค่อุปสรรคที่ขวางไม่ให้เขาลงจากภูเขาเท่านั้น กลับทำให้รู้สึกเกิดความรังเกียจขึ้นมา ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคในการบำเพ็ญเพียร

ดังนั้นจึงได้ครองตัวเป็นโสด จนถึงตอนนี้

ท่านป้าเฟิ่งมองเสวียนจีด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้ข้าได้ทำนายดวงเป็นการพิเศษ ทำนายได้ว่าเหมียนเอ๋อร์จะแต่งงานตอนอายุยี่สิบแปดปี ตอนนี้ดูแล้วความสามารถในการทำนายของข้าก็ไม่เลวเลย”

เลือกฤกษ์งามยามดีเป็นวันที่หกเดือนหก ตอนนี้ยังมีเวลาอีกประมาณครึ่งปี

ระหว่างนี้ พวกเขาสองสามีภรรยาจะอาศัยอยู่ที่แคว้นต้าโจวชั่วคราว รอให้ทั้งสองคนแต่งงานแล้วค่อยกลับไปยังสถานปฏิบัติธรรม

เสวียนจีปรบมือสนับสนุน “ต้องเป็นเพราะท่านบำเพ็ญได้ดีเยี่ยมแน่ๆ จึงได้ให้กำเนิดลูกชายอย่างนกโง่ที่มีความสามารถไม่ธรรมดา”

ท่านป้าเฟิ่งยิ้มที่ได้รับคำชม “เจ้านี่มันช่างปากหวานจริงๆ ความสามารถของข้าก็พอถูไถไปได้ ความแม่นในการทำนายก็แค่ครึ่งต่อครึ่ง แต่ว่านอกจากนี้แล้ว ข้ายังทำนายดวงให้เหมียนเอ๋อร์ ถ้าหากการทำนายครั้งนี้แม่นอีกละก็ แม้จะทำให้ข้าทำนายดวงไม่แม่นยำอีกในชีวิตที่เหลือ ข้าก็พร้อมยอมรับชะตากรรม”

ได้ยินเช่นนั้น เสวียนจีก็รู้สึกอยากรู้มากว่าทำนายดวงเรื่องอะไรถึงได้ทำให้นางพูดเช่นนี้ “ท่านทำนายเรื่องอะไร”

กลับพบรอยยิ้มของท่านป้าเฟิ่งดูลึกล้ำขึ้นหลายส่วน เอ่ยหยอกเย้าเสียงเบาว่า “ข้ายังทำนายได้ว่าภายหน้าเหมียนเอ๋อร์จะมีลูกชายสองคนลูกสาวสองคน”

“นางหนู ภายหน้าคงต้องลำบากเจ้าแล้ว ดูเจ้าซิรูปร่างผอมบางเกินไปคงไม่ได้ ภายหน้าต้องบำรุงร่างกายให้ดี”

พอเอ่ยถึงเรื่องลูก สมองของเสวียนจีก็มีภาพที่ไม่เหมาะสมมากมายผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ แอบเหลือบมองบริเวณกางเกงของเฟิ่งเหมียน......ที่กำลังนั่งอย่างเฝ้าระวังอยู่แวบหนึ่ง

นางนั่งหน้าแดงอยู่บนเก้าอี้ อายเกินกว่าจะต่อบทสนทนาของท่านป้าเฟิ่ง

เป็นเจ้าลัทธิเฟิ่งที่ยิ้มพลางพูดต่อไปว่า “ศิษย์น้อง นางหนูหยวนเป่ายังเด็ก เรื่องทายาทไม่รีบร้อน อย่าสร้างแรงกดดันให้พวกลูกๆอย่างเด็ดขาด”

“รู้แล้วรู้แล้ว ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง จะได้อุ้มหลานเมื่อไหร่ ก็ต้องดูการวางแผนของพวกเขาสองคน เพราะว่านางหนูยังเป็นแค่ผู้หญิงที่วนเวียนอยู่แต่ในเรือนด้านหลัง ยังต้องสร้างผลงานที่น่าทึ่งเหมือนพี่สาวทั้งหลายของนางในอนาคต ”

ท่านป้าเฟิ่งเป็นศิษย์ลัทธิเต๋าที่มีอุดมคติและการแสวงหา การแต่งงานและมีลูกไม่ได้มีผลกระทบต่อการฝึกฝนและพัฒนาเรื่องทางธรรมของนาง หากอยู่ในยุคปัจจุบันก็ถือได้ว่าเป็น”ผู้แตกต่าง”ส่วนน้อยในสังคม ดังนั้นจึงสามารถยอมรับและชื่นชมเหล่าพี่น้องของเสวียนจีมาก

เสวียนจีรู้สึกอบอุ่นหัวใจ นางสามารถรับรู้ได้ว่า สองผู้เฒ่าตระกูลเฟิ่งนั้นปฏิบัติต่อนางเหมือนลูกสาวแท้ๆคนหนึ่ง

แม้จะอยู่ในโลกปัจจุบัน พ่อแม่ที่เข้าใจเหตุผล ทั้งยังไม่เร่งและให้แรงกดดันเรื่องการมีลูกนั้นมีน้อยมาก พออยู่ในยุคโบราณก็เป็นพ่อแม่สามีที่ราวกับเทพเซียนจริงๆ

นางอยากจะแสดงความจริงใจต่อหน้าผู้เฒ่าทั้งสอง รวบรวมความกล้าและพูดเสียงสดใสว่า “ท่านวางใจได้ ข้าจะพยายามเต็มที่ ไม่ให้พวกท่านผิดหวังแน่นอน”

เฟิ่งเหมียนมองนางแวบหนึ่ง ต่อบทสนทนาขึ้นมาทันที “ลูกก็จะพยายามเช่นกัน”

“พยายามทำความหวังที่ท่านทั้งสองจะได้อุ้มหลานให้เป็นจริง”

ว่าแล้ว เขาก็เสริมขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค

ได้ยินเช่นนั้น ใบหูของเสวียนจีก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที แอบถลึงตาให้ผู้ชายที่ภายนอกดูจริงจัง แต่ภายในจิตใจกลับคิดไม่ซื่อด้วยความอายระคนโมโห

ช่วงเวลาพลบค่ำ ท้องฟ้าในฤดูหนาวเริ่มมืดลง กลับไม่มีผลกระทบต่อแขกที่มากินหม้อไฟกันอย่างคึกคัก

ทั่วทั้งร้านอาหารจุดโคมไฟสว่างไสวราวกับเวลากลางวัน กลิ่นหอมลอยอบอวลอยู่บนถนนเส้นนั้นไม่จางหายไป ดึงดูดให้คนที่เดินผ่านไปมาเกิดความอยากอาหารขึ้นมา

ในห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ที่อยู่บนชั้นสูงสุด ห้องน้ำชาแบบเปิดโล่งเล็กๆห้องหนึ่งได้แบ่งโต๊ะอาหารออกเป็นสองฝั่งซ้ายขวา

กงจื่อโยวและพวกผู้ชายพาเจ้าลัทธิเฟิ่งนั่งลงยังที่นั่งด้านซ้าย ที่ตามมาด้วยยังมีตาแก่น้อยพระเจ้าหลวงที่ชอบความครึกครื้น รวมไปถึงฉีเทียนเหอที่ถือโอกาสมากินดื่มด้วย

ส่วนทางด้านขวาของห้อง เป็นท่านป้าเฟิ่งและพวกพี่น้องอวิ๋นหลิง

“ท่านป้า ท่านดูอ่อนกว่าวัยจริงๆ ไม่เสียแรงที่เป็นคนบำเพ็ญเพียร ผิวพรรณหน้าตาดูดีกว่าเหล่าสนมที่อยู่ในวังเสียอีก”

อวิ๋นหลิงมองท่านป้าเฟิ่งด้วยความรู้สึกสนใจมาก

ก่อนจะพบหน้ากัน นางยังคิดว่าพ่อแม่ที่สามารถเลี้ยงดูไข่เหล็กให้มีนิสัยเช่นนี้ได้ ทั้งยังเป็นคนที่บำเพ็ญเพียรอยู่ในสถานปฏิบัติธรรมตลอดมา สองผู้เฒ่าตระกูลเฟิ่งน่าจะสำรวมกิริยา หรือไม่ก็มีนิสัยหัวโบราณ

คิดไม่ถึงว่าท่านป้าเฟิ่งจะเป็นคนมีอารมณ์ขันพูดคุยเก่งมาก ทั้งชอบยิ้มและชอบพูด พออยู่กับสาวๆที่อายุน้อยกว่าก็เข้ากันได้ง่ายมาก

ท่านป้าเฟิ่งยิ้มพลางพูดว่า “พระชายารัชทายาทปากหวานชมกันเกินไปแล้ว ข้าเป็นหญิงแก่อายุเกือบครึ่งร้อยแล้ว ไหนเลยจะเทียบกับเหล่าสนมในวังได้ แต่พระชายารัชทายาทต่างหากที่สมคำร่ำลือ งดงามกว่าข่าวลือที่ข้าได้ยินมาตั้งสามส่วน”

“เฮ้อ ดูสาวๆที่หน้าตาน่ารักอย่างพวกเจ้า ต่างคนต่างก็มีจุดเด่น เห็นแล้วข้าก็อยากจะมีลูกตอนแก่ ให้กำเนิดลูกสาวอีกสักคน”

หลงเย่ยิ้มพลางใช้แก้วชาชี้ไปยังเสวียนจีที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว “ก็นี่อย่างไรเล่า ไม่ช้าท่านก็จะมีลูกสาวที่ดื้อรั้นซุกซนอีกคนหนึ่งแล้ว”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ