เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1210

กงจื่อโยวอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดเอาไว้ “ท่าน......ช่วงนี้ขัดสนหรือ”

แม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะขี้เหนียวมาก แต่ก็ไม่ถึงกับน้ำแก้วหนึ่งก็ไม่ยอมสั่ง

ฉีเทียนเหอปากไว “คุณน่าจะถามเขาว่า มีตอนไหนที่ไม่ขัดสนบ้าง”

เซียวปี้เฉิงไม่ปิดบังความยากแค้นแสนเข็ญของตนเอง ถอนหายใจก่อนจะพูดว่า “เฮ้อ พวกเจ้าแต่ละคน ถ้าไม่ใช่คนที่ได้สืบทอดกิจการใหญ่โตของครอบครัว ก็มีกิจการเป็นของตนเอง แม้กิจการจะไม่ดีเท่าไหร่ก็ยังมีเงินเดือนดีๆทุกเดือน”

“ไหนเลยจะเป็นเหมือนข้า วันๆยุ่งอยู่แต่ในตำหนักบูรพา ไม่มีเงินเดือนก็แล้วไปเถอะ ยังต้องจ่ายเงินเดือนให้คนบ่าวรับใช้อีก”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา การเงินของตำหนักบูรพานั้นเป็นกลุ่มงานที่มีการจัดการอย่างอิสระ ราชสำนักอนุญาตให้ตำหนักบูรพามีกิจการของตนเอง ทางกรมคลังก็จะไม่มีการชดเชยค่าใช้จ่ายใดๆให้อีก

บุคลากรที่ทำงานหน้าที่ต่างๆอยู่ในตำหนักบูรพาตอนนี้ บวกกับนางกำนัลและขันทีรวมไปถึงเหล่าองครักษ์ที่มีรายชื่ออยู่ รวมแล้วก็มีประมาณเจ็ดแปดร้อยคน

ในหนึ่งเดือน มีค่าใช้จ่ายรายวันไม่น้อยเลย

นี่ยังเป็นผลหลังจากที่เซียวปี้เฉิงได้เป็นรัชทายาทแล้ว พยายามลดขนาดบุคลากรในการทำงานของตำหนักบูรพาให้เล็กที่สุดแล้ว มีคนไม่น้อยที่ต้องทำงานหลายตำแหน่ง ถ้าขืนยังลดขนาดลงต่อไปเรื่อยๆ เขาจะต้องถูกผู้ใต้บังคับบัญชานินทาลับหลังว่าเป็นคนแสวงหาผลประโยชน์อย่างโหดเหี้ยม

รอให้เขาขึ้นครองบัลลังก์แล้ว เงินทองของตำหนักบูรพาก็เอาไปด้วยไม่ได้ ต้องทิ้งไว้ให้รัชทายาทคนต่อไป

และรัชทายาทคนที่แล้ว พ่อแท้ๆของเขาจักรพรรดิจาวเหริน ไม่ได้ทิ้งทรัพย์สินส่วนตัวให้เขาสักเท่าไหร่ ไม่ติดหนี้ก็เป็นบุญเท่าไหร่แล้ว

เซียวปี้เฉิงก็ไม่กล้าซ่อนทรัพย์สินส่วนตัวลับหลังอวิ๋นหลิง การกระทำเช่นนี้จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย

เอาชื่อของเฉียวเย่ในการร่วมหุ้นเพื่อรับเงินปันผล เป็นเรื่อง”นอกกรอบ”ที่สุดที่เขาเคยทำมาแล้ว

ฉีเทียนเหอมองเซียวปี้เฉิงอย่างเห็นใจ “เวลาผมดูละครตอนเด็กๆ ยังคิดว่าเงินทั้งแผ่นดินเป็นของฮ่องเต้เสียอีก พอโตขึ้นได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และโบราณคดี จึงรู้ว่าไม่ใช่อย่างนั้นเลย เป็นฮ่องเต้แล้วยังยากจนก็มีถมไป”

ตอนนี้ท้องพระคลังของแคว้นต้าโจวมีเงินมากขึ้นทุกวัน แต่คลังหลวงนั้นมีกรมคลังเป็นฝ่ายควบคุมดูแล ค่าใช้จ่ายของเหล่านางสนมในวังหลังของฮ่องเต้ล้วนถูกกำหนดไว้คงที่ จักรพรรดิจาวเหรินอยากจะนำเงินออกมาทำอะไรสักอย่าง ยังต้องปรึกษาหารือกับขุนนางของกรมคลังให้ดีเสียก่อน

แต่ว่าอีกฝ่ายน่าจะมีทรัพย์สินของตัวเอง เป็นฮ่องเต้มาตั้งหลายปี คาดว่าคงสะสมเงินไว้ไม่น้อย

แต่นั้นก็เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของจักรพรรดิจาวเหริน และเป็นเงินเลี้ยงชีพในยามชราหลังเกษียณของเขา ไม่เกี่ยวกับเซียวปี้เฉิงเลยแม้แต่น้อย

เซียวปี้เฉิงโบกมือไปมา “อย่าพูดถึงเรื่องน่าเศร้าพวกนั้นเลย พูดเรื่องจริงจังจะดีกว่า วันนี้ที่ข้าเรียกทุกคนมาที่นี่ เพราะมีเรื่องอยากจะปรึกษาเกี่ยวกับพิธีแต่งงานหมู่ในยุคปัจจุบัน”

กงจื่อโยวเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “พิธีแต่งงานหมู่ในยุคปัจจุบัน”

“ถูกต้อง เทียนเหอเป็นผู้เชี่ยวชาญ อธิบายให้พวกเขาฟังหน่อยเถอะ”

ฉีเทียนเหอได้ยินเช่นนั้น ก็รีบล้วงเอาแท็บเล็ตบางๆเครื่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้ ใช้นิ้วกดลงไปอย่างรวดเร็ว ก็มีภาพวิดีโอประกอบตัวอักษรปรากฏขึ้นมาต่อหน้าทุกคน

ก่อนหน้านี้หลังจากที่ได้รับการไหว้วานจากเซียวปี้เฉิง เขาก็ได้ติดต่อลุงเหยาทันที หาทีมงานจัดงานแต่งงานมืออาชีพเพื่อออกแบบแผนการ

ใช้เวลาร่วมหนึ่งเดือน จึงทำแผนงานนี้ออกมาจนสำเร็จ

“พิธีแต่งงานหมู่ที่ว่าถึงนี้ ความหมายก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการรวมตัวกันเพื่อจัดพิธีแต่งงาน ในบรรดาพวกคุณแม้ว่าจะมีคนจดทะเบียนสมรสกันแล้ว แต่ยังไม่เคยจัดพิธีแต่งงาน บางคนก็จัดพิธีแต่งงานแล้ว กลับไม่เคยได้สัมผัสประสบการณ์ขั้นตอนพิธีการของงานแต่งงานยุคปัจจุบัน”

ส่วนกงจื่อโยวและเฟิ่งเหมียน เวลาส่วนตัวของสองคนนี้ค่อนข้างอิสระ ไม่มีปัญหาเรื่องเวลา

เซียวปี้เฉิงมองไปทางกู้ฉางเซิน “พวกท่านสองสามีภรรยาแต่งงานกันตั้งนานแล้ว ตอนที่จดทะเบียนสมรสก็รีบร้อนมาก ไม่คิดจะจัดพิธีแต่งงานชดเชยหรือ”

ใบหน้าของกู้ฉางเซินมีแววหวั่นไหวขึ้นมาอย่างเลือนราง “ข้าเคยเอ่ยเรื่องนี้กับฉิงเอ๋อร์ แต่นางบอกว่าอยากจะรอให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่อยู่ทางเป่ยฉินมารวมตัวกันแล้วค่อยจัดงานแต่งงาน จะได้เก็บซองงานแต่งได้มากหน่อย......แค่ก ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ความหวังนี้คงยากจะสำเร็จแล้ว”

ที่จริงทั้งสองคนมีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอยู่ทางเป่ยฉินไม่มากนัก รวมตัวกันแล้วก็คงนั่งไม่เต็มสองโต๊ะ หลิวฉิงยื้อเวลาไม่จัดงานแต่ง ที่สุดแล้วก็เป็นเพราะไม่อยากจะเสียเงิน

แต่หากเป็นหญิงสายคนอื่น ไม่สามารถจัดงานแต่งงานได้ ในใจบางทีอาจจะรู้สึกน้อยใจและเสียใจ แต่นางกลับตรงกันข้าม รู้สึกว่าเสียเงินไปเปล่าๆอย่างเสียเปรียบ

“แต่ในใจของฉางเซินต้องอยากจะแต่งแน่” เซียวปี้เฉิงพยักหน้า แล้วมองไปทางเฟิ่งเหมียน “แล้วท่านล่ะ”

เฟิ่งเหมียนพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “นางหนูของข้าชอบเที่ยวสนุก ข้าย่อมยินดีจะทำให้นางประหลาดใจอยู่แล้ว”

“โอเค” ฉีเทียนเหอดีดนิ้ว “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา ถ้าทุกคนมารวมตัวกัน ค่าเช่าสถานที่สามารถเฉลี่ยกันได้ การท่องเที่ยวเพื่อฮันนีมูนหลังจากนั้นก็สามารถซื้อราคาพิเศษแบบกลุ่มได้”

เซียวปี้เฉิงสนใจขึ้นมาทันที กลั้นลมหายใจถามเขาว่า “ดังนั้น ต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่”

นี่ต่างหากคือประเด็นสำคัญ

“ไม่ต้องใช้ถึงแปดสิบล้าน ราคาพิเศษแค่แปดล้านเท่านั้น สามารถได้รับบริการที่ยอดเยี่ยมที่สุด ได้รับความทรงจำอันแสนงดงามยากจะลืม คู่ควรกับพวกคุณอย่างแน่นอน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ