เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 877

อวิ๋นหลิงมองนางอย่างสงสัย เลิกคิ้วขึ้นพลางเอามือกอดอก “พูดความจริงมา เธอไปก่อเรื่องอะไรให้พี่ฉิงโกรธอีกแล้ว”

เสวียนจีกะพริบตาปริบๆ “พี่รู้ได้อย่างไรว่าเกี่ยวกับนายท่านหลีว์”

“ฉันยังไม่รู้อีกหรือว่าเธอเป็นคนอย่างไร คนที่สามารถทำให้เธอตกใจจนต้องซ่อนตัวอยู่ในวังไม่กล้าออกไปไหน นอกจากพี่ฉิงแล้วยังมีใคร”

เสวียนจีแลบลิ้นออกมา ก่อนจะแบะปากพูดด้วยเสียงร้องไห้ “พี่เขยเจ้าอ๋องไร้น้ำใจจริงๆ ฉันช่วยให้เขาได้กอดพี่เอ้อร์หลีว์สมใจ เขากลับมาหักหลังฉัน”

อวิ๋นหลิงได้ยินคำว่า”ได้กอดพี่เอ้อร์หลีว์สมใจ”ก็เกือบจะสำลักน้ำ ยกมือขึ้นมาตบไปที่ศีรษะของนางด้วยแรงที่ไม่หนักและไม่เบา

“เธอแน่จริงก็พูดคำนี้ต่อหน้าพี่ฉิงดูซิ เชื่อไหมพี่เขาคงไล่ฆ่าเธอไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว”

“ฮือๆๆ พูดไม่พูดแล้วแตกต่างกันอย่างไร ครั้งนี้นางต้องไม่ปล่อยข้าไปแน่ๆ”

เสวียนจีว่าแล้ว ก็กระทืบเท้าอย่างโมโห เริ่มฟ้องร้องพฤติกรรมของกู้ฉางเซินที่”ได้สาวงามแล้วลืมเพื่อน” ไม่ช่วยปกป้องนางก็แล้วไปเถอะ ยังบอกหลิวฉิงอีกว่านางเป็นคนนำยามาให้

ช่วงพลบค่ำตอนที่นางไปดูลาดเลาที่เรือน หลังจากได้ยินคำพูดประโยคนี้ ก็ตกใจจนต้องรีบเผ่นหนีเข้าวังอย่างไม่กล้าหยุดพัก

ในที่สุดอวิ๋นหลิงได้รับรู้จากการบ่นไม่หยุดของเสวียนจี ว่าสองสามีภรรยาคู่นั้นมีความก้าวหน้าเรื่องบนเตียงแล้ว ในแววตาอดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา

แต่ภายนอกยังคงถลึงตาให้กับเสวียนจี ตำหนินางไปยกใหญ่

“ขึ้นชื่อว่ายาย่อมมีพิษอยู่สามส่วน เธอยังไม่ได้ทำความเข้าใจในมาตรฐานการใช้ยานั่นเลย ทำไมจึงกล้าให้พี่ฉิงกิน ถ้าพี่ฉิงเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร โตจนป่านนี้แล้วยังไม่รู้ความอีก เธอเป็นไส้ศึกที่พวกลิงส่งมาก่อกวนเพื่อนร่วมกลุ่มโดยเฉพาะกระมัง”

เปลี่ยนโลกใหม่ เปลี่ยนร่างใหม่ แต่เสวียนจีก็ยังคงเป็นเสวียนจี เป็นเด็กเกเรที่ทำให้เพื่อนในกลุ่มตกที่นั่งลำบากแล้วไม่รับผิดชอบ

หลังจากที่เสวียนจีได้รู้ว่าตอนนี้หลิวฉิงนอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นมาไม่ได้ ก็รู้สึกกลัวในใจอยู่หลายส่วน

นางรู้ว่าอีกฝ่ายมีสุขภาพร่างกายแข็งแกร่งมาก ยาปกติทั่วไปและปริมาณปกติเกรงว่าคงจะไม่มีผลต่อนาง จึงได้ให้ยาเม็ดไปสองเท่า

ไหนเลยจะคิดว่าอวิ๋นหลิงที่ปกติจะยุ่งมาก แต่ความสามารถในการพัฒนายากลับไม่ถดถอยลงไปเลย ซ้ำยังยิ่งทำยิ่งร้ายกาจ ผงยาที่มีปริมาณเท่าเล็บมือสองนิ้วเท่านั้น กลับทำให้เทพนักหญิงล้มลงได้

เสวียนจีหดศีรษะลง เอ่ยอย่างหงอยเหงาว่า “ฉันผิดไปแล้ว วันหน้าไม่กล้าทำอีกแล้ว”

อวิ๋นหลิงจึงเก็บสีหน้าโมโหกลับไป แล้วก็เตือนอย่างหวังดีว่า “ตอนนี้เธอมีสถานะเป็นจินหยวนเป่า เป็นชาวแคว้นต้าโจวโดยกำเนิด ไม่ใช่ศิษย์น้องของราชครูเฟิ่งเหมียน จะพูดจาทำอะไรก็ต้องระวังกิริยาเก็บอาการไว้บ้าง อย่าก่อเรื่องไปทั่ว มิเช่นนั้นจะทำให้เศรษฐีหนุ่มเดือดร้อนไปด้วย”

สถานะน้องสาวของอ๋องจิน นอกจากมีเงินแล้ว ก็ไม่ได้ใช้งานได้ดีเหมือนสถานะศิษย์น้องของเฟิ่งเหมียน

เพราะเฟิ่งเหมียนเป็นแขก เห็นแก่สถานะพิเศษของเฟิ่งเหมียน จึงทำให้จักรพรรดิจาวเหรินใจกว้างกับเสวียนจีเป็นพิเศษ

ระยะนี้เสวียนจีเริ่มทำความรู้จักกับเหล่ากุลสตรีในเมืองหลวง และค่อยๆรับรู้ถึงจุดนี้ ด้วยเหตุนี้จึงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

“ฉันรับรองว่าจะกลับตัวกลับใจ ไม่เป็นภาระให้กับพี่เชยเศรษฐีหนุ่ม”

พูดจบ จู่ๆนางก็คิดถึงเฟิ่งเหมียนขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนั่นตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

แม้ว่าจะกลับมาที่แคว้นต้าโจวและได้รับอิสระดั่งที่ใจปรารถนา แต่นางก็รู้สึกคิดถึงอดีตที่ผ่านมาอย่างคาดไม่ถึง วันเวลาที่เที่ยวก่อเรื่องไปทั่วโดยมีเฟิ่งเหมียนตามใจด้วยความเอือมระอา

อวิ๋นหลิงเห็นนางเหมือนจะเข้าใจแล้วจริงๆ สายตาก็มีแววอบอุ่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

“แม้เธอจะทำผิด แต่ก็ช่วยให้เรื่องของพี่ฉิงกับเจ้าอ๋องสำเร็จ ก็นับว่าเป็นผลงานชิ้นหนึ่ง ใช้ความดีชดใช้ความผิด พี่จะไม่บอกพี่ฉิงว่าเธออยู่ในวัง รอให้ผ่านไปสองสามวันร่างกายพี่ฉิงดีขึ้นและหายโมโหแล้ว เธอก็ไปขอโทษพี่ฉิงด้วยตัวเอง”

“ได้เลย พี่สามดีกับฉันที่สุดแล้ว”

อวิ๋นหลิงโบกมือ ไล่นางออกไป

“เอาล่ะเอาล่ะ รีบไปนอนเถอะ ตำหนักด้านข้างที่เธอเคยอยู่ก่อนหน้านี้ยังเก็บไว้ให้เธอตลอดมา”

“เยสเซอร์”

เสวียนจียืดอกยืนตรง ทำความเคารพให้นาง แล้ววิ่งออกไปอย่างมีความสุข

เงาร่างของนางหายไปในความมืดของยามราตรีอย่างรวดเร็ว

ความรู้สึกเหมือนท้อน้ำผึ้งที่สุกดีแล้วเช่นนี้ เสวียนจีเคยเห็นจากร่างหลงเย่หลังจากที่นางแต่งงาน ทันใดนั้นก็เกิดความเข้าใจและมีแววตาหยอกล้อผุดขึ้นมา

“จุ๊ๆๆ ชีวิตแต่งงานที่กลมเกลียวนั้นช่างแตกต่างกันจริงๆ......ไม่รู้ว่านายท่านหลีว์ตอนนี้จะรู้สึกอย่างไรบ้าง ฮึๆๆ......”

อวิ๋นหลิงกินข้าวด้วยท่าทีเกียจคร้าน “ทำไม เจ้าอิจฉาหรืออย่างไร ถ้าอิจฉาก็ไปหาคู่สักคน”

“ข้าไม่มีทางหาคู่แน่ ใครจะเหมาะสมกับสาวสวยที่มีสติปัญญาไร้เทียมทานอย่างข้าได้”

อีกอย่าง เกรงว่าคงมีคนปกติไม่กี่คนที่สามารถทนนิสัยของนางได้ จุดนี้เสวียนจีก็รู้ตัวเองดี

มีความคิดหนึ่งวาบผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยุดอยู่ที่เงาร่างอันเลือนรางของเฟิ่งเหมียนชั่ววูบ

คาดว่าก็คงจะมีแต่นกโง่ที่มีพลังอดทนแข็งแกร่งสามารถฝืนทนได้กระมัง

“ยังกล้าชมตัวเองอีก”

อวิ๋นหลิงกำลังอยากจะสั่งสอนเด็กเกเรคนนี้ จู่ๆสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเสวียนจี ทำให้ชะงักค้างไปครู่หนึ่ง

เทียบกับสองปีที่แล้ว ความไร้เดียงสาบนใบหน้าได้สลายหายไปหลายส่วน แก้มที่อ้วนกลมราวกับเด็กน้อยก็หายเยอะมาก ดวงตาที่เดิมทีก็ดูเจ้าเล่ห์ปราดเปรื่องมีความดึงดูดใจมากขึ้น

ร่างเตี้ยๆของนางก็ยืดสูงขึ้นไม่น้อย แต่ยังคงดูเล็กบอบบางเหมือนเดิม

เพียงแต่รูปร่างเดิมที่แบนราบราวกับกระดานซักผ้าบัดนี้มีส่วนเว้าส่วนโค้งขึ้นมาแล้ว เอวที่เพรียวบางเผยความเป็นอ่อนช้อยงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ของสาวแรกแย้ม

ทันใดนั้น อวิ๋นหลิงเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่า นางหนูคนนี้ปีนี้อายุสิบเจ็ดแล้ว แตกต่างไปจากเด็กดื้อจอมซนที่ก่อเรื่องไปทั่วก่อนหน้านี้

ถ้าแต่งตัวดีๆและเดินออกไป ก็สามารถดึงดูดสายตาของชายหนุ่มในเมืองหลวงให้จ้องมองเพราะความงามได้เช่นกัน

จู่ๆนางก็มีความรู้สึกทอดถอนใจเหมือนในบ้านตัวเองมีหญิงสาวที่เพิ่งจะเติบโต

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ