เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 884

ยินถังได้สติกลับมา รู้สึกว่าความตั้งใจที่จะปกป้องจินหยวนเป่านั้นฉายชัดไปหน่อย เขาจึงรีบกำจัดความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วปลอบใจโม่อี้ซืออย่างอดทน

“ซือซือ เจ้าอย่าคิดมาก ก็แค่วันแรกที่ข้าเจอนาง”

เขาเกิดความคิดบางอย่างกับจินหยวนเป่าจริงๆ แต่ไม่ใช่ความรักระหว่างชายหญิง

เห็นชัดว่าโม่อี้ซือไม่เชื่อ ดวงตามีน้ำเอ่อคลอแวววาว “จริงหรือ พี่ถังอย่าหลอกข้า เมื่อครู่ข้าเห็นนางป้อนยาให้ท่านเองกับมือ ท่านเองก็ไม่ปฏิเสธ... ใช่ว่าซือซือจะเป็นหญิงสาวที่ทนอิจฉาคนอื่นๆ ไม่ได้ แต่...แต่พวกเราจะแต่งงานกันอีกเจ็ดวันแล้วนี่นา…”

นางรู้ดีแก่ใจว่าต่อไปยินถังจะมีหญิงอื่นอีก ไม่ได้หยุดที่นางคนเดียว

นางไม่คัดค้านหากอีกฝ่ายจะรับอนุ ขอเพียงนางเป็นรักแท้ในใจของอีกฝ่ายและยืนหนึ่งไปตลอดก็พอ

แต่บัดนี้พวกเขาทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างเป็นทางการ ยินถังก็สนใจหญิงอื่นเป็นพิเศษเสียแล้ว ถึงกับพูดคุยกันต่อหน้าว่าที่ภรรยาด้วยซ้ำ

ไม่ว่าโม่อี้ซือจะมีคุณธรรมและใจกว้างแค่ไหน นี่ก็ดูจะล้ำเส้นที่นางรับได้ไปแล้ว

ยินถังขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้จักโม่อี้ซือมานาน งานแต่งงานของทั่งสองก็งวดเข้ามาเต็มที หลังจากเขาเจอนิสัยที่อ่อนแอของอีกฝ่าย เขาก็ไม่ได้ปลอบนางให้เบิกบานใจไว้ก่อนเหมือนอย่างที่ทำในตอนแรกอีกต่อไป

ขบคิดพักหนึ่ง เขาก็เอ่ยพูดอย่างจริงจัง

“ซือซือ ข้ามีความคิดบางอย่างกับจินหยวนเป่าจริงๆ แต่ไม่ใช่ความรักระหว่างชายหญิง เจ้าก็รู้ว่านางเป็นน้องสาวคนเดียวของท่านจินอ๋อง ตระกูลยินจะเสียมิตรภาพกับนางไม่ได้ หากข้าแต่งงานกับนางได้ในอนาคต ก็จะช่วยตระกูลยินได้อย่างมาก”

“ตั้งแต่ต้นจนจบคนที่ข้าชอบก็คือเจ้าเท่านั้น เจ้าเป็นคนอ่อนโยน มีคุณธรรม ใจดีและใจกว้าง ในโลกนี้ไม่มีหญิงคนไหนจะดีไปกว่าเจ้า ถึงจะยังไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดินอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าก็เป็นฮูหยินที่คู่ควรกับรัฐทายาทอย่างข้า นั่งอยู่กลางใจอยู่แล้ว”

“เพราะฉะนั้นการกระทำของเจ้าจะเป็นเหมือนฮูหยินของรัฐทายาท ไม่ต้องไปถือสากับสาวน้อยอย่างนาง ภายหน้าเจ้าก็จำเรื่องนี้ไว้ให้ดี อย่าทำให้ข้าผิดหวัง เข้าใจหรือไม่”

ยินถังรู้ดีถึงจุดอ่อนของโม่อี้ซือกับเรื่องที่นางใส่ใจมากที่สุด ถ้อยคำนี้จึงแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ที่หญิงสาวตรงหน้าต้องการนั้นมีเพียงแค่สิ่งที่เรียกว่าเกียรติยศเท่านั้น

สำหรับฐานะของฮูหยินรัฐทายาทนั้น ยินถังไม่คิดว่านางจะมีศัตรูมาเทียบชั้นได้ ถึงอย่างไรนอกจากความงามกับพ่อบุญธรรมที่ร้ายกาจแล้ว โม่อี้ซือก็ไม่มีอะไรเลย

แต่นางเป็นแจกันดอกไม้ที่สมบูรณ์แบบและงดงามอย่างแน่นอน ภายหน้านางจะได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินรัฐทายาท อยู่เรือนหลังไว้ดูแลสามีเลี้ยงดูลูกก็พอ

อย่างที่คาดไว้ หลังจากโม่อี้ซือได้ยินว่านางคือรักแท้ของยินถัง ดวงตาก็สดใสขึ้นเล็กน้อย นางสูดจมูกแล้วพูดว่า “ขอโทษพี่ถัง เมื่อครู่ซือซือผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอีกแน่นอน”

“จำไว้ก็ดี” ยินถังพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “จินหยวนเป่านั่นดูจะประทับใจข้าอยู่ทีเดียว ไว้วันหน้าซือซือ เจ้าหาวิธีใกล้ชิดนางให้มากขึ้น แม้ว่าสถานะของนางจะไม่ดีเท่าของเจ้า แต่เจ้าอย่าไปวางมาดต่อหน้านางเชียว ยอมๆ ให้นางบ้าง”

โม่อี้ซือได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ยังไม่ทันแต่งเข้าไปก็จะให้นางเป็นว่าที่นายหญิงที่ต้องยอมอ่อนข้อให้เสียแล้ว แล้วถ้าวันหน้าแต่งเข้าไปคงต้องยอมประเคนให้อีกฝ่ายหรือไม่

ถึงแม้จะรู้สึกผิดหวังและตะขิดตะขวงใจ แต่สุดท้ายนางก็กัดริมฝีปากและพยักหน้าเบาๆ

“เอาละ ได้เวลาแล้ว ข้าต้องไปขออภัยโทษฝ่าบาทที่ห้องตำรา เจ้าก็กลับไปพักผ่อนเร็วหน่อยเถิด อย่าลืมไปตีสนิทกับจินหยวนเป่า ทางที่ดีไปขอโทษนางกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ด้วย”

ยินถังว่าพลางโบกมือให้โม่อี้ซือช่วยพยุงเขาลุกขึ้นแต่งตัว จากนั้นเดินไปหยิบยาบำรุงที่เสวียนจีมอบให้

โม่อี้ซือมองแผ่นหลังของเขาอย่างตะลึงงัน จ้องอยู่นานกว่าจะชักสายตากลับ ยังคงเงียบไม่เอื้อนเอ่ยวาจา

นางมั่นใจมาตลอดว่าจะเป็นรักแท้เพียงคนเดียวในใจของยินถัง และก็เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะยอมรับหญิงอื่นของสามีมาเป็นอนุอย่างไม่เห็นแก่ตัว

แต่เมื่อได้สัมผัสด้วยตัวเอง นางก็พบว่าน่าอึดอัดกว่าที่คิดไว้มาก

……

บนถนนในพระราชวังด้านนอกโรงหมอหลวง เสวียนจีกลอกตาขณะขี่รถล้อไม้คันโปรด

นางปล่อยพลังจิตปกคลุมรัศมีหลายสิบเมตรได้อย่างง่ายดาย บทสนทนาระหว่างยินถังกับโม่อี้ซือดังแว่วอยู่ในหูทั้งหมด

“ผู้ชายมั่นหน้า เซ็งชะมัด!”

หลังจากกลับมาถึงตำหนักบูรพา อวิ๋นหลิงโพล่งถามนาง “เป็นอย่างไรบ้าง”

“วางใจเถอะ เรียบร้อยแล้ว และไม่ว่าข้าจะเล่นงานชายผู้มั่นหน้าคนนั้นมากแค่ไหน เขาก็จะไม่ถือสาข้า!”

อวิ๋นหลิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “ว่าไงนะ”

“เพราะเขาจะจีบข้า!”

เสวียนจีตอบเสียงดังฟังชัด เล่าทุกถ้อยคำที่เพิ่งได้ยินมาทั้งหมดให้ฟัง

หลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบโต้ เสวียนจีก็ทำเป็นใจกล้า ตั้งท่าจะทำสิ่งที่อยากทำมานับครั้งไม่ถ้วนแต่กลับทำไม่สำเร็จอย่างอดไม่ได้

นางเขย่งปลายเท้า ยื่นสองมือออกไปบีบเครื่องหน้าอันหล่อเหลาและเย็นชาของเฟิ่งเหมียน

“หึๆๆ ช่างเป็นความฝันที่สมจริงนัก...”

แต่ยังบีบไม่ถึงสองที จู่ๆ ก็มีคนคว้าข้อมือของนางและกดนางไว้ใต้ล่าง

จู่ๆ โลกโดยรอบก็สว่างขึ้น เปลี่ยนจากความมืดมิดมาเป็นห้องที่มีแสงเทียน

เสวียนจีล้มลงบนเตียง มองใบหน้าของเฟิ่งเหมียนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมด้วยความตกใจ ร่างกายของนางสั่นเทา

“โอ้แม่เจ้า...”

สิ้นเสียง เสวียนจีพลันตื่นจากห้วงความฝัน ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะได้สติกลับมา แล้วมองแสงจันทร์นอกหน้าต่างด้วยความตื่นตระหนก

เกิดอะไรขึ้น นางฝันว่าเฟิ่งเหมียนทำอหังการอยู่เหนือนางจริงๆ หรือนี่

เสวียนจีรู้สึกงุนงงไปหมด หรือว่านางแอบรักเฟิ่งเหมียนมานานแล้ว หมู่นี้จึงฝันถึงเขาบ่อยๆ ถึงขั้นฝันหวานเรื่องทำนองนั้นเสียด้วย

นี่มันน่ากลัวเหลือเกิน!

……

ในโรงเตี๊ยมชานเมืองที่อยู่ไกลหลายพันลี้ ทันใดนั้นเฟิ่งเหมียนก็ลืมตาหงส์ที่ทอประกายวาวโรจน์ ดวงตาเจือริ้วอารมณ์เล็กน้อย

ล้มเหลวจนได้ เสวียนจีมีอารมณ์หวั่นไหวมากเหลือเกิน เมื่อครู่เขาตื่นเต้นเกินไป ความฝันก็เลยพังครืน

“ช่างเถอะ คืนพรุ่งนี้ค่อยลองใหม่แล้วกัน”

หากทดลองเข้าฝันแล้วยังทำไม่สำเร็จ เขาจะไปถึงเมืองหลวงแคว้นต้าโจวในอีกประมาณหกเจ็ดวัน

ไม่ว่าเสวียนจีจะเป็นคนที่ลิขิตไว้หรือไม่ เขาก็จะต้องผ่านด่านเคราะห์กรรมนี้ได้อย่างแน่นอน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ