เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 885

เฟิ่งเหมียนพบคนแปลกหน้าผู้นั้นเมื่อครึ่งเดือนก่อน

เวลานั้นสงครามในแคว้นตงฉู่สิ้นสุดลงแล้ว เมืองหลวงก็กลับไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและคึกคักดังเช่นในอดีต แต่ข้างกายเขากลับโดดเดี่ยวว้าเหว่ยิ่งนัก ไม่มีร่างงามอ้อนแอ้นที่ชวนให้เขาขมวดคิ้วอยู่บ่อยๆ อีกต่อไป

เนื่องจากชิ้นส่วนดวงดาวหายไป จักรพรรดิตงฉู่จึงอารมณ์ไม่ดี และแม้แต่ราชครูใหญ่ที่ได้รับความเคารพจากทุกคนอย่าง เฟิ่งเหมียนก็สีหน้าไม่สู้ดีนักเหมือนแต่ก่อน

“เจ้าได้คำนวณแล้วหรือยังว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไร นางคงไม่ได้แอบเอาชิ้นส่วนดวงดาวหนีไปด้วยจริงๆ ใช่หรือไม่”

“นางมีดวงชะตาพิเศษ ข้าไม่ใช่คนที่จะดูดวงของนางได้ ข้าไม่รู้ว่านางเป็นหรือตาย แต่ได้ส่งกองกำลังทางทะเลไปหาเบาะแสล่วงหน้ามาเกือบเดือนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครพบเงื่อนงำอะไร ดูจากจุดนี้ นางไม่น่าจะรอด”

“ถังระเบิดสิบกว่าถังถูกจุดในเวลาเดียวกัน เศษชิ้นส่วนร่างกายหลายส่วนตกอยู่ใกล้บริเวณทะเล แต่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว ก็ถูกฝูงปลากัดกินจนหมด แม้ว่านางจะกระโดดลงทะเลเพื่อเอาชีวิตรอดก่อนเกิดระเบิด นางก็ต้องอยู่แถวๆ เรือปืน หากไกลออกไปสองสามพันเมตรก็มีแต่หินโสโครก ไม่มีที่ให้หลบหนีอีก”

รอบตัวเฟิ่งเหมียนช่างวังเวงน่าสะพรึงกลัว สองตาที่ไร้อารมณ์มาตลอด ตอนนี้เต็มไปด้วยความเงียบงัน

เขาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงอย่างมีเหตุผลชนิดที่เกือบจะโหดร้าย ราวกับหน้าอกถูกควักหัวใจออกไปจนไม่รู้สึกอะไรเลย

ไม่มีใครหวังให้เสวียนจีมีชีวิตอยู่มากไปกว่าเขา

จักรพรรดิตงฉู่นิ่งเงียบไปนาน ในที่สุดก็ถอนใจยาวด้วยความโศกเศร้าเจือความไม่ยินยอม

“พูดเช่นนี้ เสวียนจีคงตายแล้วจริงๆ น่าเสียดายที่ชิ้นส่วนดวงดาวชิ้นนั้นคงถูกระเบิดเป็นจุณ ล่องลอยไปในทะเลแล้ว…”

จักรพรรดิตงฉู่ไม่สงสัยว่าเฟิ่งเหมียนซ่อนความจริงอีกต่อไป แม้แต่ตัวเขาเองก็นึกไม่ออกว่าเสวียนจีจะรอดมาได้อย่างไร

นั่นคือคลื่นมหาสมุทร ไม่มีใครเข้าใจความน่ากลัวของท้องทะเลได้ดีไปกว่าชาวตงฉู่

แม้ยามคลื่นลมสงบ คนธรรมดาตกลงไปในทะเลก็สามารถล่องลอยไปกับกระแสน้ำได้ทุกเมื่อ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉลามยักษ์กินคน ไม่ว่าเด็กสาวคนนั้นจะเก่งกาจมีฤทธิ์เดชแค่ไหน ก็ไม่อาจสู้ธรรมชาติได้

……

สำหรับเสวียนจี ทะเลไม่ได้น่ากลัว อย่างน้อยสำหรับนางแล้ว ทะเลก็ผ่อนคลายเหมือนได้กลับบ้าน

หลิวฉิงศึกษาวิธีการควบคุมสัตว์ด้วยพลังจิตมาหลายปี รวมถึงสัตว์ทะเลหลายชนิดด้วย

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มีความฉลาดสูงอย่างโลมาและวาฬนั้นมีความใกล้ชิดกับมนุษย์อย่างน่าเหลือเชื่อ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะสร้างสัมพันธ์สื่อสารอันดีกับพวกมัน

แม้ว่าเสวียนจีจะไม่เป็นมืออาชีพเท่าหลิวฉิง แต่ก็พอรู้เคล็ดลับบางอย่าง

สองปีที่อยู่แคว้นตงฉู่ นางมักจะออกไปเดินเล่นในทะเล เพื่อช่วยปรับปรุงเรือบรรทุกสินค้าและเรือรบ ดังนั้นนางจึงได้รู้จักสัตว์น่ารักมากมายในน่านน้ำใกล้เคียง

แผนการแกล้งตายนั้นแม่นยำไร้ที่ติยิ่งนัก โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด แม้แต่ปัจจัยด้านสภาพอากาศ

เฉินอ๋องรีบหนีตาย เพื่อความอยู่รอด ถึงแม้จะมีหมอกหนาในคืนนั้น เขาก็ได้แต่เสี่ยงหลงทางออกทะเลไป

เสวียนจีถูกมัดไว้บนเรือโดยไม่มีความตื่นตระหนกหรือความกลัวแม้แต่น้อย หัวใจอัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นและเฝ้าปรารถนาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

คืนนี้ผ่านพ้นไป นางจะเป็นอิสระอย่างแท้จริงในโลกนี้!

บนเรือรบลำใหญ่นี้ มีพวกกบฏหลงเหลืออยู่เกือบพันคน เกือบเก้าส่วนล้วนเป็นชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่บึกบึน และมีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากที่อยู่รายล้อมเฉินอ๋อง

เสวียนจีฟังพวกเขาคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าต่อไปจะจัดการกับนางในฐานะเชลยอย่างไร นางหรี่นัยน์ตาแมวลงพลางฮัมเพลงเบาๆ

นางไม่มีพลังต่อสู้ขั้นเทพเหมือนเทพนักรบหญิงอย่างหลิวฉิง แต่ตอนทำภารกิจในชาติก่อน จำนวนที่นางสังหารได้นั้นนำหน้าทิ้งห่างการจัดอันดับขององค์กรไปมาก

เมื่อใดก็ตามที่ลงมือ จะมีคนตายเป็นเบือ

เฉินอ๋องและคนอื่นๆ จมจ่อมอยู่กับความสุขที่รอดชีวิตจากภัยพิบัติ โดยหารู้ไม่ว่าปีศาจตัวน้อยที่จับได้นั้นกำลังเปิดประตูสู่ขุมนรกไว้แล้ว

เมื่อเรือลำยักษ์อยู่ห่างจากชายฝั่งหลายพันเมตร เสวียนจีก็ปลดเชือกหนีออกมาอย่างว่องไว ใช้พลังจิตสังหารลูกเรือหลายคนที่เฝ้าลาดตระเวนด้านนอกได้อย่างง่ายดาย

สายนำไฟฟ้ายาวถูกจุดขึ้น เพลิงยาวเหยียดดุจอสรพิษก็ราวกับยมทูต ไฟลามเลียคดเคี้ยวไปตามทางที่เก็บกระบอกดินปืน

“ลาก่อน!”

เด็กสาวกล่าวคำอำลาอย่างรวดเร็ว กระโดดออกไปนอกหน้าต่าง ตกลงไปในทะเลอย่างว่องไวเหมือนแมว แหวกว่ายอย่างอิสระราวกับปลาที่ติดอยู่ในตู้กระจกได้กลับคืนสู่ท้องทะเล

แม่สาวน้อยได้ทำสิ่งต่างๆ มากมายและเสียสละเพื่อแคว้นตงฉู่ แต่สุดท้ายสิ่งเดียวที่จักรพรรดิตงฉู่เสียดายกลับกลายเป็นก้อนหินสีแดง

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เฟิ่งเหมียนรู้สึกละอายใจและเสียใจเหลือแสน

หากสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ เขาจะไม่บังคับนางให้อยู่ในวังแคว้นตงฉู่อีก จะไม่บังคับเข้มงวดนางให้เรียนรู้การเป็นพระชายารองที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

เขาจะช่วยนางให้สมปรารถนา เป็นวิหคน้อยที่บินออกจากวังอย่างอิสรเสรีและมีความสุข หัวเราะร้องไห้ได้เต็มที่ จะติดตามนางไปทุกที่ก็ย่อมได้

แต่ในโลกนี้ไม่มีคำว่าถ้าหาก เมื่อพลาดแล้วจะไม่มีโอกาสหวนกลับคืนได้อีก

เป็นเขาเองที่ฆ่านาง

เฟิ่งเหมียนออกจากวังแคว้นตงฉู่เงียบๆ เขาจิตใจสับสนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในหัวเต็มไปด้วยภาพซากศพกลาดเกลื่อนของเสวียนจี จนเขาลืมสาเหตุที่ต้องลงเขาไปเสียสนิท

นั่นคือหาบุพเพที่ลิขิตชะตากรรมของเขา

หลังจากกลับมาที่วัดไท่ชิง เขาพบว่าตนเองไม่อาจนั่งทำสมาธิได้อีก ขอเพียงหลับตา ในสมองจะปรากฏภาพดวงตาที่ยิ้มแย้ม ฉลาดและมีไหวพริบของนางขึ้นมา

จนกระทั่งเย็นวันนั้น มีผู้แสวงบุญแปลกหน้ามาที่วัด

นักพรตสวมชุดนักบวชมองเขาด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น พูดเสียงนุ่มนวล “ท่านยังมีบุพเพที่ตัดไม่ขาด เกรงว่าจะฝึกบำเพ็ญเพียรในชาตินี้อีกก็คงเป็นเรื่องยาก”

“...บุพเพหรือ”

เฟิ่งเหมียนตกใจเล็กน้อย พึมพำสองคำนี้ สีหน้าก็งุนงงไปครู่หนึ่ง

“ข้าลงเขารอคอยมาสิบสองปี แต่ยังไม่พบผู้ที่เรียกว่าพรหมลิขิตเลย”

“ท่านคล้ายมีเส้นผมบังภูเขา ต้องรู้ว่าผู้ที่ทำให้ท่านเฝ้าคะนึงหาก็คือบุพเพในชาตินี้”

ร่างของเฟิ่งเหมียนสั่นไหว รูม่านตาพลันหดลงทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ