เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 886

ที่แท้ผู้เป็นพรหมลิขิตของเขาก็คือเสวียนจีอย่างนั้นหรือ

เฟิ่งเหมียนพูดเสียงสั่นเครือแหบแห้ง “แต่นางถูกฝังอยู่ในทะเลแล้ว ข้าจะตามหาบุพเพนี้มาได้อย่างไร”

นักพรตสวมชุดนักบวชฟังแล้วก็ค่อยๆ คลี่ยิ้ม “บุพเพของท่านยังมีชีวิตอยู่ นางยังอยู่ในโลกนี้”

หลังจากเฟิ่งเหมียนได้ยินคำนี้ ก็ชะงักไปก่อน จากนั้นร่างกายก็เริ่มสั่นเล็กน้อย

หัวใจเงียบงันราวกับทะเลไร้คลื่นลมที่จะก่อคลื่นลูกใหญ่ อารมณ์ความรู้สึกประดังประเดเข้ามาท่วมท้นจิตวิญญาณของเขา เริ่มแรกเป็นความตกใจและปีติยินดี จากนั้นก็เกิดความกังวล สับสน สงสัย และโกรธจัด...

“ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน”

เฟิ่งเหมียนถามทีละคำ ขอบตาแดงระเรื่อบนใบหน้าที่เย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็ง

เต้าหวู๋ซินตอบว่า “โปรดอภัยที่ข้าบอกไม่ได้ นั่นเป็นชะตากรรมของท่าน ท่านต้องไปค้นหาและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง แต่ข้าพอมีวิธีหนึ่งที่จะช่วยท่านได้อีกแรง”

ในที่สุดเฟิ่งเหมียนก็ดูเหมือนจะตื่นจากความสับสน สายตาที่มองของชายหนุ่มค่อยๆ กระจ่างชัด และฉายแววพินิจพิเคราะห์มากขึ้น

“ท่านเป็นใคร”

“ข้าเป็นผู้ที่มีชะตาต้องกันกับท่าน”

เต้าหวู๋ซินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย และไม่เปิดเผยตัวตนของเขา

เขาแค่อยากจะบอกทิศทางแก่เฟิ่งเหมียน และไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจของเฟิ่งเหมียนมากเกินไป ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่ แล้วจะไปทำหรือเปล่า ก็ล้วนต้องเลือกที่จะจัดการกับเคราะห์กรรมเอง

เฟิ่งเหมียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรเป็นคนปล่อยวางมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เปิดเผยตัวตนก็เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นเขาจึงไม่ซักไซ้ไล่เรียง

“ขอผู้อาวุโสโปรดไขข้อสงสัยให้กระจ่าง”

เต้าหวู๋ซินเผยรอยยิ้มอันอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า “เจ้าจุดโคมให้ลุกโชติช่วง ใช้เลือดของเจ้าเขียนชื่อของผู้ที่เจ้ากำลังตามหา ข้าจะสอนวิชาล่อวิญญาณเข้าสู่ความฝัน จะช่วยให้เจ้าพบกับนางในฝัน”

เฟิ่งเหมียนทำตามที่เขาบอกโดยไม่ลังเลแต่อย่างใด เมื่อโคมไฟถูกจุดขึ้น ก็เป็นช่วงที่ตะวันตกลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว พระจันทร์ลอยเด่นประดับบนท้องฟ้า

เต้าหวู๋ซินให้เขานั่งสมาธิอยู่ข้างโคมไฟ จากนั้นค่อยๆ อ้าปากเหมือนสวดคัมภีร์เพื่อนำทางเขาเข้าสู่ความฝัน

ไม่รู้ผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด เฟิ่งเหมียนก็รู้สึกว่าร่างกายจมดิ่งลง จิตสำนึกก็บินออกจากกายหยาบ เข้าไปสู่โลกที่มืดมนอนธการ

ในมือเขาถือโคมไฟที่มีแสงสลัว พู่ระย้าใต้โคมพลิ้วไปตามสายลม เขานึกถึงคำชี้แนะของนักพรตหนุ่ม แล้วเดินไปตามทิศทางที่พู่พลิ้วไหว

เฟิ่งเหมียนที่หลับตาล่วงเข้าสู่ห้วงความฝันไม่ได้สังเกตว่าโคมไฟบนโต๊ะตรงหน้าที่เดิมทีปล่อยแสงสีเหลืองนวลกลายเป็นเขียวครามจางๆ ในขณะนี้

เต้าหวู๋ซินมองชายตรงหน้าด้วยดวงตาที่ยิ้มแย้ม ก่อนพยักหน้าด้วยความยินดี

ด้วยการแนะนำของเขา อีกฝ่ายก็สามารถชักนำวิญญาณเข้าสู่ความฝันได้สำเร็จในครั้งเดียว ถือเป็นพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมโดยแท้

น่าเสียดายที่รากเหง้าแห่งจิตวิญญาณของเฟิ่งเหมียนยังอยู่ในช่วงกึ่งหลับใหล ยังไม่ตื่นขึ้นอย่างแท้จริงเหมือนอย่างเซียวปี้เฉิง

ในคนรุ่นหลังที่ปราณจิตบางเบานี้ เต้าหวู๋ซินก็เห็นอกเห็นใจต่อทุกสรรพสิ่งในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มองเห็นความลับสวรรค์ หรือได้รับความโปรดปรานจากสวรรค์

สามีของพี่น้องทั้งสี่หาใช่คนธรรมดาไม่

เต้าหวู๋ซินย่อมยินดีที่ได้เห็นพวกเขาปลุกพลังที่แท้จริงขึ้นมา แต่ยามนี้ดูเหมือนความหวังของกงจื่อโยวกับกู้ฉางเซินนั้นค่อนข้างริบหรี่ แต่เฟิ่งเหมียนกลับปลุกได้แล้วครึ่งหนึ่ง

เด็กคนนี้มีแกนกระดูกที่ยอดเยี่ยม แต่เกิดมาพร้อมกับอารมณ์ทั้งเจ็ดประการที่ไม่สมบูรณ์ อันได้แก่ ความสุข ความโกรธ ความเศร้า ความกลัว ความรัก ความชั่วร้าย และความปรารถนา ล้วนอ่อนแอและแตกต่างจากคนทั่วไป จึงเป็นอุปสรรคต่อการปลุกพลังของเขา

เต้าหวู๋ซินจงใจผลักเขา แต่ไม่ว่าจะปลุกพลังได้สำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเด็กสาวอย่างเสวียนจีว่าจะกระตุ้นเฟิ่งเหมียนได้เหมือนอย่างที่อวิ๋นหลิงเป็นคู่บุญของเซียวปี้เฉิงหรือไม่

“เจ้ายังไม่ตายจริงๆ...”

ในความฝัน เฟิ่งเหมียนถือโคมไฟและมองไปที่เสวียนจี ในอกมีอารมณ์มากมายพลุ่งพล่านไปหมดจนไม่รู้ว่ามันคืออะไร

เขากวาดตามองห่อผ้าที่มารดาเตรียมให้ ในถุงผ้าที่มีรอยปะหลายแห่ง มีเสื้อผ้าผลัดเปลี่ยนสองชุด ตั๋วแลกเงินหลายใบ ขนมเปี๊ยะโรยงากรอบแข็งค้างคืนสองชิ้น และถุงน้ำเก่าหนึ่งใบ

เฟิ่งเหมียนไม่พูดอะไร สะพายถุงผ้าอย่างเงียบๆ แล้วเดินจากไป

หากหาบุพเพไม่เจอ ชาตินี้เขาก็อย่าหวังจะบำเพ็ญเพียรได้อย่างสงบสุขอีกเลย

เจ้าลัทธิกับฮูหยินยืนอยู่หน้าประตูสถานที่ปฏิบัติธรรม มองตามหลังจนร่างของเฟิ่งเหมียนหายลับไปจากสายตา มองอาลัยอาวรณ์อยู่เป็นนานสองนาน

เจ้าลัทธิพึมพำ “ผู้วิเศษเคยกล่าวไว้ในตอนนั้นว่า เหมียนเอ๋อร์จะพบกับบุพเพตอนอายุยี่สิบเจ็ด ไม่ว่าเขาจะสับสนวุ่นวายมาครึ่งชีวิตหรือเข้าสู่ทางโลกลิ้มลองความรัก ไม่ว่าจะมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง หรือตระกูลเฟิ่งจะไร้ทายาทสืบสกุล ก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้…”

ฮูหยินเจ้าลัทธิกล่าวปลอบ “ท่านพี่อย่ากังวลไปเลย ข้าดูดวงให้เหมียนเอ๋อร์แล้ว เขาจะเป็นฝั่งเป็นฝาตอนอายุยี่สิบแปด ภายภาคหน้าจะมีลูกเป็นชายสองหญิงสอง อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา!”

เจ้าลัทธิถอนหายใจ “หวังให้เป็นเช่นนั้นเถิด ก็ไม่รู้ว่าเป็นแม่นางผู้ใดที่ทำให้เหมียนเอ๋อร์ยอมเปิดใจได้”

หากเขาได้เห็นหญิงสาวผู้นั้น ก็อยากจะโขกศีรษะคำนับนางจริงๆ ขอบคุณนางที่ช่วยกอบกู้สายโลหิตตระกูลเฟิ่งให้คงอยู่ต่อไป

……

นอกแคว้นตงฉู่ เฟิ่งเหมียนเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืน จนมาถึงชายแดนแคว้นต้าโจวอย่างรวดเร็วแทบจะบินก็ไม่ปาน

ตอนกลางวันเร่งรีบเดินทางไม่หยุดพัก กลางคืนใช้วิชาดึงดูดวิญญาณเข้าฝันต่อ เพียงไม่กี่วันเขาก็ผ่ายผอมไปมาก

ใช้ชีวิตมายี่สิบเจ็ดปี ในใจเฟิ่งเหมียนก็บังเกิดอารมณ์อยากแก้แค้นเป็นครั้งแรก

เด็กสาวผู้นั้นไม่อยากให้เขาใช้ชีวิตสบายๆ เขาจึงไล่ตามนางราวกับผีในความฝันมาหลายวันหลายคืน นางเองก็อย่าหวังจะใช้ชีวิตสบายๆ เช่นกัน

จนกระทั่งในที่สุดเสวียนจีก็ทนไม่ไหว สารภาพผิดร้องวิงวอนทั้งน้ำตาไหลอาบแก้ม หลังจากเฟิ่งเหมียนรู้ว่าเข้าใจผิดไป ก็ดับเพลิงโทสะลง

แต่นี่ยังไม่เพียงพอ เด็กสาวผู้นี้ติดหนี้เขา จะต้องชดใช้คืนทั้งหมด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ