อวิ๋นหลิงควงแขนหลิ่วชิงเยี่ยนแล้วพูดเสียงเบา “เป็นอย่างไรบ้าง แม่ใหญ่ของเจ้าเคี่ยวเข็ญเจ้าไหม?”
หลิ่วชิงเยี่ยนแย้มยิ้ม “ต้องขอบคุณพระชายาที่ช่วยเพคะ ช่วงก่อนท่านปู่มาคุยกับท่านพ่อด้วยตัวเอง ยามนี้นางไม่คุยเรื่องแต่งงานกับข้าแล้ว ต่อให้มีแผนร้าย แต่ไม่มีแม่นมหยู ข้ารับใช้คอยรับคำสั่ง นางก็ทำอะไรไม่ได้เพคะ”
เจ้าสามหลิ่วเลอะเลือน ทว่าอาลักษณ์กรมอาญาไม่เลอะเลือน
ขุนนางยศสูงที่เก่าชราไม่มีผู้ใดไม่ใส่ใจผลประโยชน์ของตระกูลหรอก แต่อาลักษณ์หลิ่วไม่ได้งมงายเท่าเสนาบดีขวาหลี่
เรื่องภายในครอบครัวสายสาม ไม่ว่าจะพฤติกรรมของฮูหยินสามหลิ่วหรืออย่างอื่น เขาย่อมรู้ไม่มากก็น้อย แค่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เฉย ๆ
เพราะอยากให้บุตรชายเจริญยิ่งขึ้นยังต้องพึ่งลูกสะใภ้ และหลิ่วชิงเยี่ยนก็ไม่ได้แสดงความสามารถโดดเด่นเหนือยน หากฮูหยินสามหลิ่วไม่ทำจนเกินไปก็จะปล่อยเลยตามเลย
ทว่ายามนี้หลิ่วชิงเยี่ยนค่อย ๆ แสดงความสามารถออกมา วันที่อวิ๋นหลิงเชิญอาลักษณ์หลิ่วไปดื่มน้ำชาเป็นการส่วนตัว และบอกให้รู้ว่าให้ความสำคัญกับหลิ่วชิงเยี่ยนเป็นอย่างมาก อาลักษณ์หลิ่วจึงจะใส่ใจในที่สุด
เขาเห็นด้วยที่จะให้หลิ่วชิงเยี่ยนแต่งช้าไปอีกหลายปี
เหนือสิ่งอื่นใดคือ อนาคตหลิ่วชิงเยี่ยนจะไต่เต้าไปยังที่สูง ถึงเวลานั้นคู่ครองที่นางหมายตาจะไม่ใช่คุณชายเหล่านี้อีกต่อไป
“ชิงเยี่ยนอายุสิบเจ็ดปี อีกสามปีค่อยแต่งก็ไม่สาย พระชายาเอ็นดูนางเพียงนี้ จะทำให้พระชายาผิดหวังไม่ได้ หากสามปีต่อจากนี้นางทำให้พระชายาพอใจไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะนางไร้วาสนา โทษที่พระชายาทำให้นางเสียเวลาไม่ได้”
อาลักษณ์หลิ่วช่างรู้จักพูด ดูเหมือนไม่ใส่ใจ ทว่าท้ายประโยคบอกว่าเสียเวลา เป็นการบอกใบ้อย่างแจ่มชัด
ดังนั้นอวิ๋นหลิงสัญญากับเขาว่าอนาคตจะเลือกคู่ครองที่ดีให้กับหลิ่วชิงเยี่ยน
ตำหนักบูรพาอาสาจะหาคู่ให้ ย่อมดีกว่าฮูหยินสามหลิ่ว ดังนั้นอีกฝ่ายจึงไม่อาจก้าวก่ายเรื่องแต่งงานของหลิ่วชิงเยี่ยนได้อีก
แม่นมหยูถูกส่งกลับบ้านนอก เมื่อขาดคนไว้เนื้อเชื่อใจไป ฮูหยินสามหลิ่วทำอะไรก็ไม่สะดวก
ก่อนหน้านี้เวลานางแสร้งพูดดี จำต้องมีคนพูดคล้อยตามข้างกาย
ยามนี้ไม่มีคนค่อยพูดผสมโรงแล้ว หากยังคิดจะรักษาภาพลักษณ์เดิม คงต้องเจอดี หลิ่วชิงเยี่ยนจับจุดนี้ได้ ช่วงนี้เวลาปะทะกันนางก็ไม่ตกเป็นฝ่ายรองแล้ว
“งั้นก็ดี งานเลี้ยงคืนนี้เจ้าระวังให้ดี พยายามอย่าไปอยู่คนเดียว ควรอยู่กับหรงรั่วตลอด เจ้าจะได้ไม่ติดกับแผนของฮูหยินสามหลิ่ว”
อวิ๋นหลิงกำชับสองสามประโยคก็ให้หลิ่วชิงเยี่ยนไปนั่งโต๊ะของกลุ่มดรุณีน้อยวัยแรกแย้ม
ส่วนโต๊ะของนางอยู่ด้านซ้าย ผู้ร่วมโต๊ะล้วนเป็นสตรีที่แต่งกับราชนิกุล
ยินถังรับเจ้าสาวมาจากพระราชวัง ตอนนี้พันผ้าดอกไม้แดงตรงหน้าอก ท่าทางปลื้มปีติ กำลังต้อนรับแขกแก้วที่มาเยือน
เมื่อหางตาเหลือบเห็นหลิ่วชิงเยี่ยน มุมปากเขาพลันเผยรอยยิ้ม มอบหมายให้พ่อบ้านต้อนรับแขกชั่วคราว
หลิ่วชิงเยี่ยนรู้ตัวก็หยุดเดิน หมุนกายเดินไปยังมุมเงียบๆในสวนดอกไม้
“บอกมา ท่านพยายามให้เข้ามาร่วมงาน คิดจะทำสิ่งใดอีก?”
ยินถังพูดเนิบๆ “ไม่เจอกันนาน แค่คิดถึง หลังจากเจ้าเข้าสำนักศึกษาชิงอี้ อยากเจอหน้าเจ้าหน่อยก็ยากนัก วันนี้จึงเชิญเจ้ามาร่วมงานให้หายคิดถึง เจ้าจะได้รู้ว่าที่ผ่านมาข้ายังคงคิดถึงเจ้าตลอดเวลา”
“จิ้งอันเสี่ยนจู่รู้หรือไม่ว่าท่านพูดคำหวานกับหญิงอื่นในวันแต่งงาน”
ยินถังจ้องใบหน้านาง ยิ้มตอบไม่ตรงคำถาม “เจ้าสวยกว่าเมื่อก่อนขึ้นเยอะ คงอยู่ในสำนักศึกษาอย่างมีความสุขมากสิท่า”
นัยน์ตาหลิ่วชิงเยี่ยนเผยความรังเกรียจเดียดฉันท์ “ข้ามีชีวิตเช่นไรก็ไม่เกี่ยวกับท่าน วันนี้ข้ามาร่วมงานเพื่อจะเตือนท่านว่า อย่าคิดจะครอบครองข้า ฮูหยินสามหลิ่วก้าวก่ายเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว ต่อไปท่านอย่าหาคุณชายหม่ามาบีบให้ข้ายอม ข้ากับท่านไม่มีวันเป็นไปได้หรอก”
ยินถังหัวเราะก่อนจะถอนหายใจ “พอเจ้ามีตำหนักบูรพาก็เปลี่ยนไปนะ ชิงเยี่ยน เมื่อก่อนเจ้าไม่เย็นชาขนาดนี้นะ”
เรื่องราวของเขากับหลิ่วชิงเยี่ยนต้องเริ่มเล่าจากหลายปีก่อน
ยินถังเป็นคนเจ้าชู้ เคยเชยชมสตรีงามในเมืองหลวงนับไม่ถ้วน ดวงตาคู่นี้ประทับคำว่า ผ่านผู้หญิงมาเยอะไว้
ให้เป็นอนุภรรยาไม่ชอบ อยากจะเป็นเนื้อสับ
ยินถังกลับไปยังห้องโถงหลัก เห็นว่าแขกมากันครบแล้ว ทำพิธีคารวะฟ้าดินของเขากับโม่อี้ซือได้แล้ว
ในสวนดอกไม้ที่ลับหูลับตาผู้คน ทันใดนั้นก็มีศีรษะหนึ่งโผล่ออกมา โดยใช้ผ้าดำปิดหน้า นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
“คารวะฟ้าดินได้สักที คิกๆๆ”
ไม่เสียแรงที่นางอุตส่าห์เตรียมการมานาน ในที่สุดวินาทีนี้ก็มาถึง
......
ภายในจวนคึกคัก ด้านนอกจวนเงียบเหงา
เวลานี้บุรุษสวมคลุมนักบวชสีม่วงโดนขวางไม่ให้เข้าจวนยิน เขาแบกกระเป๋าเสื้อด้านหลัง ท่าทางเหมือนจะศึกแล้ว
“หยุด เจ้าเป็นใคร วันนี้เป็นวันสมรสของรัฐทายาทกับเสี่ยนจู่ เจ้ามีเทียบเชิญหรือไม่?”
เฟิ่งเหมียนยืนนิ่งกับที่ เขาไม่ใช่ราชครูแคว้นตงฉู่อีกต่อไป ไม่รู้ว่าจะใช้เหตุผลใดเข้าจวน
เขาทอดสายตามองไปยังประตูใหญ่ นัยน์ตาวูบไหว
ระหว่างทางมาเมืองหลวงแคว้นต้าโจว เขาได้ยินว่าท่านอ๋องจินมีน้องสาวฝาแฝดที่กลับจากแคว้นตงฉู่ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นใคร
ได้ยินว่าจวนยินมีงานสมรส แล้วคนจวนจินอ๋องมาร่วมด้วย เฟิ่งเหมียนจึงอยากมาด้วย
ระหว่างที่เขากำลังคิดหาวิธีก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านใน
“แย่แล้ว มีมือสังหาร มีมือสังหาร”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...