เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 892

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

หมู่นี้เสวียนจีฝันอยู่เสมอว่าเฟิ่งเหมียนถึงเนื้อถึงตัวกับนางอย่างผิดปกติ หรือไม่ก็จับหน้านาง หรือกอดเอวนางแน่น หรือพยายามจูบนาง...

เฟิ่งเหมียนเป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และปราศจากความปรารถนามาตลอด ตอนอยู่แคว้นตงฉู่ เมื่อหญิงงามสะคราญอันดับหนึ่งทำเป็นเนื้อตัวเปียกโชกและยั่วยวนต่อหน้าเขา เขาก็ไม่มีริ้วอารมณ์ในสายตาเลยแม้แต่น้อยราวกับหญิงงามผู้นั้นเป็นแค่เศษหมูตายที่เข้ามาในสายตา

เสวียนจีรู้สึกมาตลอดว่าเฟิ่งเหมียนเป็นคนที่ไม่มีความใคร่ปรารถนา เขาไม่มีความชอบ ไม่มีคนที่ชมชอบ และไม่มีความหลงใหลในสิ่งใดๆ

แต่สำหรับผู้เป็นดั่งเซียนมาจุติเช่นนี้ ในความฝันของนาง เขาดูไม่ต่างจากพวกหื่นกามเลย!

คิดมาถึงตรงนี้ นางก็อดหันไปมองเฟิ่งเหมียนอย่างเงียบๆ แวบหนึ่งไม่ได้

เครื่องหน้าบุรุษผู้นั้นชัดเจนราวกับดอกบัว ท่วงท่าสง่างาม ถึงแม้มือใหญ่จะจับเอวนางไว้แน่น ทว่านัยน์ตากระจ่างใสไม่มีสิ่งเจือปนแต่อย่างใด

ลำพังแค่เชื่อมโยงเขากับทุกสิ่งทุกอย่างในความฝันก็ทำให้เสวียนจีรู้สึกผิดที่ดูหมิ่นผู้เป็นเซียน

“เจ้ามองข้าทำไม”

“ดูท่านหล่อเหลาขึ้นนะ”

เสวียนจีชอบพูดทะเล้นจนติดเป็นนิสัยแล้วหันกลับไปอย่างรวดเร็ว ทว่าคราวนี้นางสบตากับเฟิ่งเหมียนอีกครั้ง กลับเกิดความรู้สึกอันละเอียดอ่อนที่อธิบายไม่ถูก แต่เป็นอิสระกว่าครั้งก่อน

ทั้งสองเข้าไปในเมืองหลวง บัดนี้เฟิ่งเหมียนไม่ได้เป็นราชครูแคว้นตงฉู่อีกต่อไป เขาจะบุ่มบ่ามเข้าไปพำนักในหอซื่อฟาง โดยกรมวังไม่ได้จัดเตรียมการไม่ได้

ไม่รู้ว่าจักรพรรดิจาวเหรินออกวังไปประพาสอยู่ที่ไหน เสวียนจีจึงพาเขาตรงกลับไปยังตำหนักบูรพา

ยามเย็นโพล้เพล้ หลังจากอวิ๋นหลิงกับสามีได้เห็นความวุ่นวายในจวนยินมากพอแล้ว เพิ่งกลับมาก็ได้ยินตงชิงรายงานทันที

“พระชายา ท่านกลับมาแล้ว! บ่ายวันนี้ บ่าวเห็นแม่นางหยวนเป่าพาบุรุษผู้หนึ่งกลับมา ดูลักษณะท่าทางเหมือนใต้เท้าเฟิ่งเหมียน!”

“หืม? ไข่เหล็กกลับมาแล้วหรือ”

สองสามีภรรยามองหน้ากันปราดหนึ่งด้วยสีหน้าตกตะลึง

หลังจากก้าวเข้าไปในตำหนัก ก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังหลับตานั่งสมาธิอยู่ด้านข้าง

“แม่สาวน้อย เหตุใดเจ้าถึงอยู่กับราชครูเฟิ่งเหมียน”

เสวียนจีพึมพำ “ข้าก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะมาที่แคว้นต้าโจว จู่ๆ ก็โผล่ออกมาเหมือนผีเลย”

ได้ยินเสียงเซียวปี้เฉิง เฟิ่งเหมียนพลันลืมตาขึ้น หยัดกายขึ้นโค้งคำนับ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “รัชทายาท พระชายา ไม่เจอกันนาน สบายดีหรือไม่”

“ข้าออกจากสำนักหอดูดาวหลวงแคว้นตงฉู่แล้ว ยามนี้เป็นเพียงนักพรตพเนจร บังเอิญได้รู้ความจริงว่าเสวียนจีแกล้งตาย จึงมาเยี่ยมนางที่แคว้นต้าโจว ในเมื่อนางไม่เป็นไรแล้ว ข้าก็รู้สึกสบายใจ”

อวิ๋นหลิงพูดยิ้มๆ “ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง เด็กสาวผู้นี้ไม่รู้ความ ก่อนหน้านี้ทำให้ท่านว้าวุ่นใจ เกรงว่าจะทำให้ท่านวิตกกังวลใช่หรือไม่ อันที่จริงเมื่อไม่กี่วันก่อนเด็กสาวผู้นี้ถึงกับเขียนจดหมายส่งไปยังแคว้นตงฉู่ อยากจะบอกความจริงกับท่าน ตอนนี้ดูท่าความเข้าใจผิดได้คลี่คลายลงแล้ว ข้าก็รู้สึกโล่งใจ”

กล่าวจบ นางก็สั่งตงชิงให้ทางห้องครัวเล็กจัดเตรียมอาหารเย็น ขณะเดียวกันก็เชิญเฟิ่งเหมียนให้นั่งคุยกัน

เซียวปี้เฉิงพยักหน้าพลางกล่าว “ล้วนเป็นคนคุ้นเคยกันเอง ไม่ต้องมีพิธีรีตอง อยู่ต่อหน้าพวกเรา ก็มานั่งคุยเรื่องเก่าๆ กันเถอะ”

เป็นไข่เหล็กนั้นไม่ง่ายเลย ไม่เพียงตกงานแต่ยังผ่ายผอมลงอีกด้วย เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ไม่ได้สง่างามเหมือนเมื่อครั้งแรกพบกัน

จักรพรรดิตงฉู่เป็นคนงี่เง่าไม่รู้จักถนอมของดีไว้เลยจริงๆ ปรมาจารย์ผู้เก่งกาจเช่นนี้ ไม่คิดหาทางตะล่อมไว้ใช้งาน คิดแต่จะผลักไสคนออกนอกประเทศ เพียงเพราะเฟิ่งเหมียนคุกคามศักดิ์ศรีและสถานะของเขา

เซียวปี้เฉิงคิดในใจว่าถ้าเฟิ่งเหมียนเต็มใจเป็นคนของพวกเขาก็คงจะดี

เขาคงมีความสุขที่ได้มอบงานตำแหน่งใหม่ให้กับอีกฝ่าย แต่ไม่รู้ว่าเฟิ่งเหมียนจะยินดีรับหรือไม่

คิดได้ดังนี้ เขาก็ดื่มชาร้อนแล้วพูดว่า “สหายเฟิ่งเหมียน คราวนี้ท่านวางแผนจะอยู่แคว้นต้าโจวนานแค่ไหน”

เฟิ่งเหมียนตอบโดยไม่ต้องคิด “อาจอยู่สามถึงห้าปี หรือไม่ก็แปดปีสิบปีไปเลย ข้าเกิดมาก็อยู่แต่ในวัดไท่ชิงกับวังแคว้นตงฉู่ ยังไม่เคยเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสและเข้าใจทางโลก ข้าจึงอยากอยู่แคว้นต้าโจวต่ออีกสักพัก”

ทว่าเซียวปี้เฉิงยังไม่ยอมถอดใจจะดึงเฟิ่งเหมียนมาเป็นสมัครพรรคพวก ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเสนอเงื่อนไขที่นับว่าดีที่สุด “เหล็ก...เอ่อเฟิ่งเหมียนพูดถูก ด้วยสถานะของเขาไม่เหมาะจะเป็นขุนนางในราชสำนักจริงๆ แต่ท่านสามารถเป็นที่ปรึกษาในนามตำหนักบูรพา เช่นนี้จะเดินทางไปรอบแคว้นต้าโจวก็จะสะดวกกว่าและไร้ปัญหา”

“เช่นนั้นก็ขอบพระทัยรัชทายาท”

ครั้งนี้เฟิ่งเหมียนไม่ปฏิเสธ

ในฐานะชาวต่างชาติ เขาจะถูกจำกัดไม่ให้ทำหลายๆ อย่างในแคว้นต้าโจว หากเป็นที่ปรึกษาได้ ก็จะช่วยตัดปัญหาที่ไม่จำเป็นได้มาก

ระหว่างการสนทนา ทางห้องครัวเล็กได้จัดเตรียมอาหารเย็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เฟิ่งเหมียนเพิ่งกลับมายังไม่มีที่พัก อวิ๋นหลิงจึงจัดห้องพักให้เขาอยู่ในตำหนักบูรพา และกำชับให้เสวียนจีต้อนรับขับสู้อีกฝ่ายอย่างดี

“เมื่อก่อนตอนอยู่แคว้นตงฉู่ ไข่เหล็กก็ดูแลเจ้าสารพัดอย่าง บัดนี้เขามาแคว้นต้าโจวแล้ว เจ้าต้องดูแลเขาให้ดีเช่นกัน”

เสวียนจีตบหน้าอกอวบอิ่มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “วางใจได้ ถึงอย่างไรก็เคยเป็นพี่น้องที่ช่วยกันปฏิวัติวงการ ข้าจะช่วยดูแลอย่างเต็มที่แน่นอน!”

ก่อนเข้านอนในคืนนั้น นางเดินเล่นไปรอบๆ ห้องของเฟิ่งเหมียนโดยไม่พะว้าพะวังใดๆ

“เจ้านกโง่ เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของท่านในอดีต หากมีสิ่งใดที่ต้องการความช่วยเหลือก็เอ่ยปากได้เลย”

บนตั่งเตี้ย เฟิ่งเหมียนที่สวมแต่เสื้อตัวใน เผยให้เห็นแผงอกแพลมๆ ได้ยินคำพูดนี้ ประกายตาพลันสั่นไหวแล้วก็หลับตาลง

“จริงหรือ”

“ใครโกหกเป็นสุนัข”

“เช่นนั้นดีเลย ข้าอยากให้เจ้าช่วยข้าฝึกบำเพ็ญ”

เสวียนจีตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้าง นางถามด้วยความสับสน “หมายความว่าอะไร”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ