เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 894

อวิ๋นหลิงฟังแล้วงุนงง “เกิดอะไรขึ้น”

เสวียนจีกลืนน้ำลาย แล้วเล่าเรื่องที่เฟิ่งเหมียนคิดจะอาศัยการแต่งงานมีลูกมาบรรลุความเข้าใจโลกมนุษย์ รวมถึงขอนางแต่งงานกะทันหันด้วย

“มันน่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวเสียจนข้าฝันร้ายทั้งคืนเลย”

หลังจากอวิ๋นหลิงได้ฟังแล้วก็เผยสีหน้ายากจะพรรณนา “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าที่เขาบอกว่าจะเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกก็เพื่อทำความเข้าใจโลกมนุษย์…”

แต่ไข่เหล็กเข้าใจจริงๆ หรือว่าความรักคืออะไร

นางนึกภาพไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจะตกหลุมรักใครสักคนจนถึงขั้นแต่งงานมีลูก

หลังจากคิดใคร่ครวญพักหนึ่ง อวิ๋นหลิงก็เห็นด้วยกับคำขอของเสวียนจี รับปากจะพูดคุยเรื่องนี้กับเฟิ่งเหมียน

เมื่อเผชิญหน้ากับอวิ๋นหลิง ท่าทีของเฟิ่งเหมียนค่อนข้างสุภาพนอบน้อม พอรู้ว่าอวิ๋นหลิงเชิญเขาไปดื่มชาและพูดคุยเป็นพิเศษ เขาจึงมาเยือนแต่เช้า

เฟิ่งเหมียนสวมเสื้อคลุมนักพรตสีม่วงเหมือนเช่นเคย เสื้อผ้าอาภรณ์เปลี่ยนจากผ้าแพรไหมเป็นผ้าเนื้อหยาบธรรมดา แต่ก็ไม่ได้กลบท่วงท่าที่อยู่เหนือผู้คนไปได้

อวิ๋นหลิงพับแขนเสื้อแล้วนั่งลง ยื่นถ้วยเปล่าวางตรงหน้าเขา

“อยู่กับข้าที่นี่ ท่านก็แค่ทำเหมือนอยู่บ้านตัวเองนั่นแหละ”

เฟิ่งเหมียนก็เลิกเกรงใจ เติมชาเต็มถ้วยด้วยตัวเอง

บนโต๊ะไม้มีชาต้อนรับแขกกับน้ำผลไม้ที่พวกเด็กๆ ชื่นชอบ เขาเลือกน้ำต้มที่เซียวปี้เฉิงดื่มบ่อยๆ

“เด็กสาวนั่นเล่าเรื่องของท่านให้ข้าฟังแล้ว ตอนนี้ท่านประสบปัญหาคอขวดในการฝึกบำเพ็ญ จึงอยากเป็นคนธรรมดาเพื่อเข้าใจชีวิตทางโลกใช่หรือไม่”

เฟิ่งเหมียนพยักหน้าโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ใช่แล้ว นี่คือจุดประสงค์ที่ข้ามาแคว้นต้าโจว”

“หากเป็นเช่นนั้นละก็ ข้าเดาว่าคงเป็นเรื่องยากที่ท่านจะได้พบบุพเพ”

“ขอพระชายาโปรดช่วยไขข้อสงสัยและชี้แนะเฟิ่งเหมียนด้วย”

อวิ๋นหลิงอดหัวเราะไม่ได้ “ท่านวางเป้าหมายด้วยการหาผู้หญิงมาแต่งงาน เช่นนั้นจะเข้าสู่ทางโลกได้อย่างไร”

เฟิ่งเหมียนมุ่นคิ้วเล็กน้อย พูดด้วยความงุนงง “เมื่อหลวงจีนในวัดออกจากวัด กลับสู่ทางโลกฆราวาสแล้วแต่งงานเรียกว่าสึก เหตุใดข้าออกจากสถานปฏิบัติธรรมแล้วแต่งภรรยาจึงไม่ถือว่าเข้าสู่ทางโลก”

“เหตุที่หลวงจีนเหล่านั้นถูกเรียกว่าสึก ก็เพราะพวกเขาเลิกฝึกบำเพ็ญอย่างกินเจและสวดมนต์ กลายเป็นอุบาสกโดยสมบูรณ์ แต่ท่านแต่งงานเพื่อเข้าใจโลกมนุษย์ เพื่อให้วิถีการฝึกบำเพ็ญก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง การปฏิบัติเช่นนี้จะเรียกว่าเข้าสู่ทางโลกได้อย่างไร”

เฟิ่งเหมียนฟังแล้วก็เม้มริมฝีปากขบคิด นัยน์ตาหงส์คู่งามสะท้อนให้เห็นดวงหน้าอันงดงามของอวิ๋นหลิง ราวกับกำลังคิดไตร่ตรองคำพูดของนางอย่างจริงจัง

อวิ๋นหลิงพูดต่อด้วยเสียงนุ่มนวล “ข้าแค่จะถามท่านว่า ถ้าต่อไปคอขวดที่ขัดขวางการฝึกบำเพ็ญของท่านถูกขจัดออกไป แล้วท่านจะรั้งอยู่แคว้นต้าโจวต่ออีกหรือไม่”

“ถ้าบรรลุเป้าหมายแล้ว ก็ย่อมจะกลับไปฝึกบำเพ็ญยังสถานปฏิบัติธรรม”

“เมื่อถึงเวลานั้นภรรยาและลูกๆ ของท่านจะทำอย่างไร หลังจากหลวงจีนที่สึกแล้วกลับไปแต่งงานมีลูกก็จะไม่ได้กลับมาบวชอยู่ที่วัดอีก”

เฟิ่งเหมียนตกใจเล็กน้อย ในดวงตาวาบผ่านความสงสัย ทันใดนั้นก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรไปชั่วขณะ

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็กล่าวต่อ “ข้าไม่เคยคิดเรื่องทายาทเลย เพราะไม่เอื้อต่อการฝึกบำเพ็ญ พอบิดามีข้าแล้วก็ค่อยๆ เลิกฝึกวิชาเต๋า แม้เขาจะยังนุ่งห่มชุดนักพรตอยู่แต่ก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป แต่หัวใจเต๋าของข้ายังคงไม่มอดดับ และไม่ต้องการเดินตามเส้นทางเก่าของบิดา”

อวิ๋นหลิงฟังถึงตรงนี้ก็เลิกคิ้วเล็กน้อย “เช่นนั้นการที่ขอเสวียนจีแต่งงานก็เป็นการหน่วงเหนี่ยวนางไม่ใช่หรือ ไม่ว่าจะมองแง่มุมไหน การกระทำเยี่ยงนี้ของท่านก็เป็นพฤติกรรมของคนหลอกลวง”

เฟิ่งเหมียนขมวดคิ้วแน่น พูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม “พระชายาวางพระทัย ความรักระหว่างชายหญิงในโลกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทั้งสองฝ่ายต้องยินยอมพร้อมใจ หากเสวียนจีเต็มใจช่วยข้าเรื่องนี้ ข้าจะขอบคุณยิ่งนัก แต่ถ้าเสวียนจีไม่เต็มใจ ข้าก็จะไม่บังคับ ข้าแค่อยากหาคนที่มีวาสนาและใจตรงกันมาช่วยฝึกบำเพ็ญก็แค่นั้นเอง”

หากหาผู้ที่มีวาสนาตรงกันไม่พบก็ไม่เป็นไร ตอนนี้เขามีวิธีแก้ไขปัญหาอื่นแล้ว เพราะเขาสามารถเข้าใจทางโลกผ่านทางความฝันได้เหมือนกัน

แต่บัดนี้เมื่อต้องกลับมาอยู่กับเขาอีกครั้ง บางอย่างดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ นางเองก็ไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ

“ไม่มีปัญหา การเข้าใจโลกมนุษย์ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เสมอไป ก็แค่เรียนรู้การใช้ชีวิต ข้าจะช่วยให้เขารู้สึกถึงอันตรายของโลกนี้เอง!”

หากต้องการเรียนรู้การใช้ชีวิต ต้องเริ่มต้นด้วยการหาเงินก่อน

เสวียนจีตัดสินใจช่วยเฟิ่งเหมียนตั้งแผงดูดวงก่อน จากนั้นก็ลงโฆษณาพาดหัวในหนังสือพิมพ์ประชาชนแคว้นต้าโจว

แต่ยังไม่ทันจะตั้งแผงดูดวง กิจการก็เริ่มมีวี่แววดีทีเดียว

ตามที่เซียวปี้เฉิงกล่าวไว้ สองวันนี้ตระกูลยินวางแผนจะไปวัดหานซาน เพื่อเชิญเจ้าอาวาสมาทำพิธีขับไล่สิ่งอัปมงคลในวันแต่งงานของยินถังให้กับจวนยิน

เสวียนจีฟังแล้วก็ตาลุกวาวทันที มีเรื่องดีงามเช่นนี้ นางก็อดคิดแผนหลอกเอาเงินอีกฝ่ายไม่ได้?

ดังนั้นนางจึงไปหายินถังทันที พูดด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย “พี่ยินถัง ท่านรู้เรื่องใต้เท้าเฟิ่งเหมียน อดีตราชครูแคว้นตงฉู่มาเยี่ยมแคว้นต้าโจวหรือไม่ เมื่อวานนี้ข้าได้พบกับใต้เท้าเฟิ่งเหมียนที่ตำหนักบูรพา ถ้าท่านอยากทำพิธีละก็ ข้าจะไปเชิญเขามาหาท่านได้”

ได้ยินเช่นนี้ ยินถังก็กล่าวอย่างประหลาดใจระคนยินดี “น้องหยวนเป่าจะช่วยเชิญใต้เท้าเฟิ่งเหมียนมาได้หรือ”

“อาศัยความสัมพันธ์ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ เชิญเขาได้ไม่ยาก ส่วนเรื่องเงิน...”

“ขอเพียงสามารถเชิญใต้เท้าเฟิ่งเหมียนมาได้ เงินก็ไม่ใช่ปัญหา ขอบคุณน้องหยวนเป่าที่คิดถึงข้า เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”

ยินถังพูดด้วยสายตาที่อ่อนโยนและตื้นตันใจ

เสวียนจีลอบดีใจ หลังจากกลับมาตำหนักบูรพา นางก็บอกเรื่องของจวนยินกับเฟิ่งเหมียนทันที

“นกโง่ โอกาสทำเงินก้อนใหญ่มาถึงแล้ว!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ