อวิ๋นหลิงฟังแล้วงุนงง “เกิดอะไรขึ้น”
เสวียนจีกลืนน้ำลาย แล้วเล่าเรื่องที่เฟิ่งเหมียนคิดจะอาศัยการแต่งงานมีลูกมาบรรลุความเข้าใจโลกมนุษย์ รวมถึงขอนางแต่งงานกะทันหันด้วย
“มันน่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวเสียจนข้าฝันร้ายทั้งคืนเลย”
หลังจากอวิ๋นหลิงได้ฟังแล้วก็เผยสีหน้ายากจะพรรณนา “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าที่เขาบอกว่าจะเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกก็เพื่อทำความเข้าใจโลกมนุษย์…”
แต่ไข่เหล็กเข้าใจจริงๆ หรือว่าความรักคืออะไร
นางนึกภาพไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจะตกหลุมรักใครสักคนจนถึงขั้นแต่งงานมีลูก
หลังจากคิดใคร่ครวญพักหนึ่ง อวิ๋นหลิงก็เห็นด้วยกับคำขอของเสวียนจี รับปากจะพูดคุยเรื่องนี้กับเฟิ่งเหมียน
เมื่อเผชิญหน้ากับอวิ๋นหลิง ท่าทีของเฟิ่งเหมียนค่อนข้างสุภาพนอบน้อม พอรู้ว่าอวิ๋นหลิงเชิญเขาไปดื่มชาและพูดคุยเป็นพิเศษ เขาจึงมาเยือนแต่เช้า
เฟิ่งเหมียนสวมเสื้อคลุมนักพรตสีม่วงเหมือนเช่นเคย เสื้อผ้าอาภรณ์เปลี่ยนจากผ้าแพรไหมเป็นผ้าเนื้อหยาบธรรมดา แต่ก็ไม่ได้กลบท่วงท่าที่อยู่เหนือผู้คนไปได้
อวิ๋นหลิงพับแขนเสื้อแล้วนั่งลง ยื่นถ้วยเปล่าวางตรงหน้าเขา
“อยู่กับข้าที่นี่ ท่านก็แค่ทำเหมือนอยู่บ้านตัวเองนั่นแหละ”
เฟิ่งเหมียนก็เลิกเกรงใจ เติมชาเต็มถ้วยด้วยตัวเอง
บนโต๊ะไม้มีชาต้อนรับแขกกับน้ำผลไม้ที่พวกเด็กๆ ชื่นชอบ เขาเลือกน้ำต้มที่เซียวปี้เฉิงดื่มบ่อยๆ
“เด็กสาวนั่นเล่าเรื่องของท่านให้ข้าฟังแล้ว ตอนนี้ท่านประสบปัญหาคอขวดในการฝึกบำเพ็ญ จึงอยากเป็นคนธรรมดาเพื่อเข้าใจชีวิตทางโลกใช่หรือไม่”
เฟิ่งเหมียนพยักหน้าโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ใช่แล้ว นี่คือจุดประสงค์ที่ข้ามาแคว้นต้าโจว”
“หากเป็นเช่นนั้นละก็ ข้าเดาว่าคงเป็นเรื่องยากที่ท่านจะได้พบบุพเพ”
“ขอพระชายาโปรดช่วยไขข้อสงสัยและชี้แนะเฟิ่งเหมียนด้วย”
อวิ๋นหลิงอดหัวเราะไม่ได้ “ท่านวางเป้าหมายด้วยการหาผู้หญิงมาแต่งงาน เช่นนั้นจะเข้าสู่ทางโลกได้อย่างไร”
เฟิ่งเหมียนมุ่นคิ้วเล็กน้อย พูดด้วยความงุนงง “เมื่อหลวงจีนในวัดออกจากวัด กลับสู่ทางโลกฆราวาสแล้วแต่งงานเรียกว่าสึก เหตุใดข้าออกจากสถานปฏิบัติธรรมแล้วแต่งภรรยาจึงไม่ถือว่าเข้าสู่ทางโลก”
“เหตุที่หลวงจีนเหล่านั้นถูกเรียกว่าสึก ก็เพราะพวกเขาเลิกฝึกบำเพ็ญอย่างกินเจและสวดมนต์ กลายเป็นอุบาสกโดยสมบูรณ์ แต่ท่านแต่งงานเพื่อเข้าใจโลกมนุษย์ เพื่อให้วิถีการฝึกบำเพ็ญก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง การปฏิบัติเช่นนี้จะเรียกว่าเข้าสู่ทางโลกได้อย่างไร”
เฟิ่งเหมียนฟังแล้วก็เม้มริมฝีปากขบคิด นัยน์ตาหงส์คู่งามสะท้อนให้เห็นดวงหน้าอันงดงามของอวิ๋นหลิง ราวกับกำลังคิดไตร่ตรองคำพูดของนางอย่างจริงจัง
อวิ๋นหลิงพูดต่อด้วยเสียงนุ่มนวล “ข้าแค่จะถามท่านว่า ถ้าต่อไปคอขวดที่ขัดขวางการฝึกบำเพ็ญของท่านถูกขจัดออกไป แล้วท่านจะรั้งอยู่แคว้นต้าโจวต่ออีกหรือไม่”
“ถ้าบรรลุเป้าหมายแล้ว ก็ย่อมจะกลับไปฝึกบำเพ็ญยังสถานปฏิบัติธรรม”
“เมื่อถึงเวลานั้นภรรยาและลูกๆ ของท่านจะทำอย่างไร หลังจากหลวงจีนที่สึกแล้วกลับไปแต่งงานมีลูกก็จะไม่ได้กลับมาบวชอยู่ที่วัดอีก”
เฟิ่งเหมียนตกใจเล็กน้อย ในดวงตาวาบผ่านความสงสัย ทันใดนั้นก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็กล่าวต่อ “ข้าไม่เคยคิดเรื่องทายาทเลย เพราะไม่เอื้อต่อการฝึกบำเพ็ญ พอบิดามีข้าแล้วก็ค่อยๆ เลิกฝึกวิชาเต๋า แม้เขาจะยังนุ่งห่มชุดนักพรตอยู่แต่ก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป แต่หัวใจเต๋าของข้ายังคงไม่มอดดับ และไม่ต้องการเดินตามเส้นทางเก่าของบิดา”
อวิ๋นหลิงฟังถึงตรงนี้ก็เลิกคิ้วเล็กน้อย “เช่นนั้นการที่ขอเสวียนจีแต่งงานก็เป็นการหน่วงเหนี่ยวนางไม่ใช่หรือ ไม่ว่าจะมองแง่มุมไหน การกระทำเยี่ยงนี้ของท่านก็เป็นพฤติกรรมของคนหลอกลวง”
เฟิ่งเหมียนขมวดคิ้วแน่น พูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม “พระชายาวางพระทัย ความรักระหว่างชายหญิงในโลกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทั้งสองฝ่ายต้องยินยอมพร้อมใจ หากเสวียนจีเต็มใจช่วยข้าเรื่องนี้ ข้าจะขอบคุณยิ่งนัก แต่ถ้าเสวียนจีไม่เต็มใจ ข้าก็จะไม่บังคับ ข้าแค่อยากหาคนที่มีวาสนาและใจตรงกันมาช่วยฝึกบำเพ็ญก็แค่นั้นเอง”
หากหาผู้ที่มีวาสนาตรงกันไม่พบก็ไม่เป็นไร ตอนนี้เขามีวิธีแก้ไขปัญหาอื่นแล้ว เพราะเขาสามารถเข้าใจทางโลกผ่านทางความฝันได้เหมือนกัน
แต่บัดนี้เมื่อต้องกลับมาอยู่กับเขาอีกครั้ง บางอย่างดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ นางเองก็ไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ
“ไม่มีปัญหา การเข้าใจโลกมนุษย์ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เสมอไป ก็แค่เรียนรู้การใช้ชีวิต ข้าจะช่วยให้เขารู้สึกถึงอันตรายของโลกนี้เอง!”
หากต้องการเรียนรู้การใช้ชีวิต ต้องเริ่มต้นด้วยการหาเงินก่อน
เสวียนจีตัดสินใจช่วยเฟิ่งเหมียนตั้งแผงดูดวงก่อน จากนั้นก็ลงโฆษณาพาดหัวในหนังสือพิมพ์ประชาชนแคว้นต้าโจว
แต่ยังไม่ทันจะตั้งแผงดูดวง กิจการก็เริ่มมีวี่แววดีทีเดียว
ตามที่เซียวปี้เฉิงกล่าวไว้ สองวันนี้ตระกูลยินวางแผนจะไปวัดหานซาน เพื่อเชิญเจ้าอาวาสมาทำพิธีขับไล่สิ่งอัปมงคลในวันแต่งงานของยินถังให้กับจวนยิน
เสวียนจีฟังแล้วก็ตาลุกวาวทันที มีเรื่องดีงามเช่นนี้ นางก็อดคิดแผนหลอกเอาเงินอีกฝ่ายไม่ได้?
ดังนั้นนางจึงไปหายินถังทันที พูดด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย “พี่ยินถัง ท่านรู้เรื่องใต้เท้าเฟิ่งเหมียน อดีตราชครูแคว้นตงฉู่มาเยี่ยมแคว้นต้าโจวหรือไม่ เมื่อวานนี้ข้าได้พบกับใต้เท้าเฟิ่งเหมียนที่ตำหนักบูรพา ถ้าท่านอยากทำพิธีละก็ ข้าจะไปเชิญเขามาหาท่านได้”
ได้ยินเช่นนี้ ยินถังก็กล่าวอย่างประหลาดใจระคนยินดี “น้องหยวนเป่าจะช่วยเชิญใต้เท้าเฟิ่งเหมียนมาได้หรือ”
“อาศัยความสัมพันธ์ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ เชิญเขาได้ไม่ยาก ส่วนเรื่องเงิน...”
“ขอเพียงสามารถเชิญใต้เท้าเฟิ่งเหมียนมาได้ เงินก็ไม่ใช่ปัญหา ขอบคุณน้องหยวนเป่าที่คิดถึงข้า เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”
ยินถังพูดด้วยสายตาที่อ่อนโยนและตื้นตันใจ
เสวียนจีลอบดีใจ หลังจากกลับมาตำหนักบูรพา นางก็บอกเรื่องของจวนยินกับเฟิ่งเหมียนทันที
“นกโง่ โอกาสทำเงินก้อนใหญ่มาถึงแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...