เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 896

เสวียนจีกำลังยิ้มหวานอย่างจอมปลอมให้กับยินถัง พอได้ยินคำพูดประโยคนี้ก็แทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง

นางเบิกตากว้าง มองอีกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง “ใต้เท้าเฟิ่งเหมียน เมื่อครู่ท่านพูดอะไร”

ไหที่นำมาด้วยนั้นมีส่วนผสมของฉี่เด็กและเลือดสุนัขดำ ไหนบอกว่าจะเอามารดประตูใหญ่ของบ้านตระกูลยินมิใช่หรือ

เฟิ่งเหมียนใบหน้าไร้ความรู้สึก เอ่ยเสียงเรียบว่า “ก็ใต้เท้ายินบอกว่า มีคนทรยศใช้คำสาปทำร้ายอยู่เบื้องหลัง อีกฝ่ายก่อเรื่องวุ่นวายในงานเลี้ยงแต่งงานของรัฐทายาทยิน ย่อมต้องพุ่งเป้ามาที่รัฐทายาทยินแน่นอน ดังนั้นต้องรับประกันว่าท่านจะปลอดภัยจึงจะดีที่สุด”

รอยยิ้มของยินถังแข็งค้าง สีหน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันที “ใต้เท้าเฟิ่งเหมียน ต้องอาบเลือดสุนัขดำจริงๆหรือ มีวิธีการอื่นที่จะขับไล่สิ่งชั่วร้ายหรือไม่"

เพราะคนที่อยู่ตรงหน้ามีชื่อเสียงโด่งดังมาก เขาไม่สงสัยในคำพูดของเฟิ่งเหมียนเลยสักนิด

แต่คนทั่วไปใครเขาจะยินดีใช้ฉี่และเลือดในการราดตัวเล่า

ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ต่อหน้าจินหยวนเป่า น่าขายหน้ามาก......

“ฉี่เด็ก เลือดสุนัขดำ ล้วนเป็นสิ่งที่มีพลังแข็งแกร่งในการกำจัดความชั่วร้าย ใช้สิ่งนี้ในการอาบร่างไม่เพียงแต่จะสามารถป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าใกล้เท่านั้น ยังขับไล่วิญญาณร้ายให้ถอยห่างอีกด้วย เป็นวิธีที่ได้ผลและเหมาะสมที่สุด”

ดวงตาเย็นชาของเฟิ่งเหมียนกวาดมองยินถังแวบหนึ่ง ก้าวเท้าจะจากไป

“วิธีการก็ได้บอกกับรัฐทายาทยินไปแล้ว ถ้าหากท่านไม่ยินดีละก็ ข้าก็สุดวิสัย พิธีการทางศาสนาก็จำเป็นต้องดำเนินต่อไปแล้ว”

อาลักษณ์ยินนิ่งอึ้ง รีบรังเฟิ่งเหมียนเอาไว้ ยิ้มอย่างกระดากพลางเอ่ยว่า “ลูกชายข้าไม่รู้ประสีประสา ใต้เท้าเฟิ่งเหมียนอย่าได้ใส่ใจเลย พวกเราจะทำตามที่ท่านบอก”

พูดจบ เขาก็ส่งสายตาให้ยินถังให้ความร่วมมือ จะให้เกิดความผิดพลาดในเวลาสำคัญเช่นนี้ไม่ได้

ยินถังใบหน้าแข็งกระด้าง ได้แต่เอ่ยอย่างฝืนใจว่า “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนใต้เท้าเฟิ่งเหมียนแล้ว......ข้าจะสั่งให้บ่าวเทเลือดสุนัขดำลงไปในถังอาบน้ำ"

เสวียนจียืนมองทุกอย่างอยู่ข้างๆ เกือบจะหัวเราะออกมา

ทำไม่จู่ๆพี่เหมียนจื่อจึงได้สุดยอดเช่นนี้

นางกระแอมเบาๆ กลั้นยิ้มพลางให้กำลังใจว่า “พี่ยินถังไม่ต้องกลัว หยวนเป่าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านตรงนี้”

ในขณะที่ยินถังยิ้มอย่างกระดากอยู่ครู่หนึ่ง และเตรียมตัวจะจากไปนั้น เฟิ่งเหมียนก็เม้มริมฝีปากแน่น จู่ๆก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้งว่า “ช้าก่อน ข้าบอกว่าใช้เลือดสุนัขดำอาบร่าง ไม่ได้หมายถึงการใช้เลือดสุนัขดำอาบในถังอาบน้ำ”

“แต่ต้องรออยู่ที่ลานบ้านนี้จนถึงเวลายามจื่อ รอให้เมฆดำไม่บดบังพระจันทร์ ในยามที่แสงจันทร์ส่องมาบน่างของรัฐทายาทยิน ให้ใช้เลือดสุนัขดำราดไปที่ร่างของเขา จึงจะสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายได้ในชั่วพริบตา”

หางตาของยินถังกระตุกสองสามที นอกจากในหนังสือนิทานแล้ว เขายังไม่เคยเห็นวิธีการขจัดสิ่งชั่วร้ายที่ไม่น่าเชื่อเช่นนี้มาก่อน

เมื่อก่อนเคยมีเรื่องคล้ายๆกันเกิดขึ้น ล้วนเชิญพระที่มีสมณศักดิ์สูงมาจุดธูปสวดมนต์เท่านั้น

ถ้าหากคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เฟิ่งเหมียน เขาก็คงจะเกิดความสงสัยแล้วว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้ง อยากให้เขาอับอายขายหน้า

เห็นได้ชัดว่ายินถังได้ยินก็รู้สึกอึ้งไปครู่หนึ่ง “ต้องพิถีพิถันขนาดนั้นเชียว”

“ข้าเป็นทายาทสายเลือดบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเฟิ่งแห่งวัดไท่ชิง”

เฟิ่งเหมียนพูดอย่างสบายๆ สกัดกั้นความสงสัยของพ่อลูกตระกูลยินไว้ทั้งหมด

ในแผ่นดินนี้มีตำนานเรื่องเล่าขานที่แปลกประหลาดมากมาย ได้ยินมาว่าเมื่อนานมาแล้ว บนโลกใบนี้มีเซียนและสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่จริงๆ

แม้จะผ่านไปนานนับหมื่นปีแล้ว ความจริงเกี่ยวกับตำนานก็ไม่มีใครตรวจสอบได้ แต่บางทีสิ่งที่ยุคโบราณได้หลงเหลือเอาไว้ ล้วนตรงกับตำนาน

ตัวอย่างเช่นวัดไท่ชิงที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ว่ากันว่าบรรพบุรุษเคยมีผู้บำเพ็ญจนเป็นเซียน แต่คนที่เคยย่างกรายเข้าไปในวัด ต่างก็รับรู้ได้ถึงความแตกต่างจากภายนอกได้อย่างชัดเจน

แม้ลึกๆแล้วยินถังจะรู้สึกไม่ยินดี ก็ได้แต่ทำตามเท่านั้น

ตอนนี้อีกหนึ่งชั่วยามจึงจะถึงยามจื่อ อาลักษณ์ยินจึงสั่งให้คนไปเอาเก้าอี้และเสื้อคลุมมา และนำของว่างผลไม้กับน้ำชามาวางไว้บนโต๊ะ

อาศัยจังหวะที่สองพ่อลูกตระกูลยินยุ่งกันอยู่ เสวียนจีสะกิดเฟิ่งเหมียน กดเสียงลงต่ำและเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “ทำไมจู่ๆท่านจึงได้โหดร้ายเช่นนี้ ยินถังคนนั้นล่วงเกินท่านหรือ”

ใบหน้าของเฟิ่งเหมียนไร้อารมณ์ เอ่ยเสียงเรียบว่า “เจ้าให้ข้าขับร้าวยสิ่งชั่วร้ายมิใช่หรือ วิธีที่ข้าใช้ล้วนเป็นวิธีดั้งเดิมในการขจัดสิ่งชั่วร้ายของลัทธิเต๋า ก็เท่านั้นเอง”

ลมเย็นพัดโชยมา เมฆหมอกสลายแสงจันทร์สาดส่อง

“สาด”

เฟิ่งเหมียนตะคอกเสียงต่ำ บ่าวสองคนรีบยกถังไม้ขึ้นมา สาดถังที่มีฉี่เด็กและเลือดสุนัขดำผสมอยู่ออกไป ตั้งแต่หัวจรดเท้าของยินถัง

“......อ้วก”

ยินถังถูกความเหม็นปกคลุมจนสัมผัสทั้งห้าผิดปกติ กลิ่นเหม็นคาวพุ่งเข้าจากปลายจมูก เหม็นจนเขาแทบจะเป็นลมไปทันที

ห่างจากตรงหน้าไปสิบเมตร เฟิ่งเหมียนเริ่มทำพิธีการทางศาสนาแล้ว

เห็นเขาสีหน้าเคร่งขรึม กระดาษที่ติดอยู่ตรงปลายดาบไม้ท้อถูกจุดจนลุกเป็นไฟ จากนั้นก็เสียบเข้าไปในถ้วยที่มีข้าวเหนียวบรรจุอยู่

กลิ่นไหม้ที่หอมอ่อนๆกระจายออกไป เฟิ่งเหมี่ยนยกถ้วยขึ้นมา กำข้าวเหนียวทั้งหมดสาดไปที่ร่างของยินถัง

เสวียนจีมองดูอยู่ข้างๆอย่างรู้สึกสนุก ในมือยังขาดแค่ข้าวโพดคั่วเท่านั้น

จะว่าไปการกระทำของนกโง่ดูแล้วเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ และดูสง่างามมาก คล้ายกับปรมาจารย์จากสรวงสวรรค์อยู่หลายส่วน

ยินถังถูกกระแทกเข้าที่หน้าจนรู้สึกเจ็บ ลมพัดผ่านร่างกายที่เปียกปอน ทำให้เย็นจนสั่นสะท้านขึ้นมาชั่วขณะ ผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากว่า “ใต้เท้าเฟิ่งเหมียน......สิ่งชั่วร้ายถูกขจัดออกไปหรือยัง”

เฟิ่งเหมียนเย็นชาไม่พูดจา รอให้พิธีกรรมที่เหลือเสร็จสิ้นหมดแล้ว เก็บดาบไม้ท้อไว้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปทางอาลักษณ์ยิน

“สิ่งชั่วร้ายบนร่างของลูกชายท่านได้สลายไปจนหมดแล้ว แต่ต่อจากนี้อีกสองสามวันอาจจะไม่สบาย ทางที่ดีควรจะพักฟื้นอยู่ที่บ้าน อย่าไปไหนทั้งสั้น มิเช่นนั้นความเย็นอาจอาศัยจังหวะที่ร่างกายอ่อนแอแทรกซึมขเมาได้ จะทำให้ลำบากมากทีเดียว”

ถูกสาดเลือดสุนัขในกลางดึกของเดือนสิบเอ็ด ทั้งยังถูกลมเย็นพัดโชยกว่าครึ่งค่อนวัน คนคนนี้ไม่ป่วยก็ยากแล้ว

ส่วนคำเชิญให้ไปที่หอว่านเป่าบนถนนจิ่นซิ่ว ก็ควรจะให้เขาหยุดความคิดได้แล้ว

ใบหน้าของอาลักษณ์ยินมีความรู้สึกยินดีวาบผ่าน เดินเข้าไปกล่าวขอบคุณ “ดีๆๆ ขอบคุณใต้เท้าเฟิ่งเหมียนที่ช่วยเหลือ ตระกูลยินรู้สึกซาบซึ้งใจมาก”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ