เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 899

สำนักศึกษาชิงอี้เปิดมาเป็นปีที่สองแล้ว ตอนนี้การตกแต่งภายในแต่ละจุดก็สมบูรณ์มาก ภูมิทัศน์สวยงามอย่างยิ่ง

อวิ๋นหลิงกับเซียวปิ้เฉิงช่วยกันคำนวณ และกำหนด”วันครบรอบสำนักศึกษา”

ในยุคปัจจุบัน โรงเรียนจำนวนมากล้วนมีการทำกิจกรรมเปิดบ้าน แม้จะเป็นบุคคลภายนอกก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมภายในโรงเรียนได้ เหล่านักเรียนยังสามารถตั้งแผงลอย หรือเช่าพื้นที่เช่าห้องในการทำการค้า

ก่อนหน้านี้ อวิ๋นหลิงได้บอกแนวคิดเกี่ยวกับ”งานโรงเรียน”ให้กู้ฉางเซินรับรู้ ให้เขาระดมนักเรียนในสำนักศึกษาเตรียมการกันเอง

นางอยากจะเห็นว่าหัวหน้าในสภานักเรียนทั้งหลายจะมีความสามารถถึงขั้นไหน ลูกศิษย์คนอื่นๆจะสามารถทำให้นางประหลาดใจได้หรือไม่

ส่วนงานเต้นรำของชมรมเป็นหนึ่งในกิจกรรมของงานเลี้ยงตอนค่ำของวันครบรอบโรงเรียน กิจกรรมนี้จำกัดเฉพาะชายหนุ่มหญิงสาวที่มีอายุตั้งแต่สิบหกปีจนถึงยี่สิบหกปีเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับฐานะชาติกำเนิดและภูมิหลัง ขอเพียงลงทะเบียนล่วงหน้าก็สามารถเข้าร่วมได้

ไข่เหล็กเขา......อายุแก่ไปหน่อย

แต่ไม่ใช่ปัญหา อวิ๋นหลิงตัดสินใจจะใช้เส้นสายช่วยเขา

อีกอย่างเขาหน้าตาหล่อเหลา บอกกับบำเพ็ญตนมานานหลายปี ดูแล้วไม่ได้แก่มาก

ก่อนหน้านี้ตอนที่ก่อสร้างสำนักศึกษาชิงอี้ หมู่บ้านน้ำพุร้อนเดิมทีมีพื้นที่ขนาดใหญ่มาก คล้ายกับตำหนักจัดงานเลี้ยงในวังหลวง

ตอนนั้นสองสามีภรรยารู้สึกว่ามีประโยชน์มาก ไม่จำเป็นต้องบุกเบิกพื้นที่ใหม่ ทำการปรับปรุงเสียหน่อย ในที่สุดตอนก็ได้ใช้งานแล้ว

แน่นอนว่า เป้าหมายของงานเต้นรำชัดเจนมาก ไม่แตกต่างจากงานเลี้ยงหาคู่

อวิ๋นหลิงในตอนนี้มีความคิดของความเป็นแม่ มองนักเรียนในสำนักศึกษาชิงอี้แต่ละคนเหมือนลูกของตัวเอง

พวกลูกๆอายุปูนนี้แล้วยังหาคู่แต่งงานไม่ได้ แล้วยังเอาแต่เรียนหนังสืออยู่ในสำนักศึกษาทั้งวัน ขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ช่างน่ากลุ้มใจจริงๆ

ถ้ามีคู่รักอย่างถังจูซิงและหลิ่วจือซู่มากขึ้นอีก คงจะยิ่งปวดหัว

เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงวันครบรอบโรงเรียนแล้ว อวิ๋นหลิงได้ไหว้วานให้หลงเย่ช่วยเรื่องจัดซื้อสิ่งของเพื่อเตรียมใช้ในงานเลี้ยง ส่วนหลิวฉิงก็ใจป้ำสนับสนุนการแสดงสัตว์เพื่อเพิ่มความนิยมให้กับสำนักศึกษา

นางยืนยันกำหนดการโดยรวมไปพลาง และสั่งการให้กรมวังเร่งตัดชุดให้กับเสวียนจีและเฟิ่งเหมียนไปพลาง

บนชุดสีม่วงอ่อนที่หรูหราสวยงาม ปักลายหงส์สีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาสีแดงราวกับมณีแดง

เสวียนจีรับคำสั่งให้เอาเสื้อผ้าไปให้เฟิ่งเหมียนลองสวมใส่ รู้สึกตื่นเต้นกับงานครบรอบสำนักศึกษาชิงอี้ที่จะมาถึงเร็วๆนี้เป็นอย่างมาก

“พี่สามเร่งตัดชุดใหม่ให้ท่าน รีบสวมดูว่าพอดีหรือไม่”

เรื่องที่เฟิ่งเหมียนสนใจและชื่นชอบมีไม่มาก สำนักศึกษาชิงอี้นับเป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นจึงไม่รังเกียจที่จะเข้าร่วมงานครบรอบโรงเรียนที่ครึกครื้น

เขาเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเดินออกมา จับที่ชายเสื้อแล้วถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง พอดีตัวหรือไม่”

เขาสวมชุดนักพรตจนชินแล้ว เป็นครั้งแรกที่สวมใส่ชุดทันสมัยและหรูหราสวยงามเช่นนี้ รู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินอยู่บ้าง

เสวียนจีหันหน้ามาก็ต้องยืนอึ้งอยู่กับที่ ผ่านไปนานก็ยังไม่ได้สติกลับมา

คนตรงหน้ารวบผมสีดำขลับขึ้นสูง ดวงตาราวกับภาพวาด ชายเสื้อสีม่วงอ่อนโบกสะบัดเบาๆไปตามลมในฤดูใบไม้ร่วงที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง รูปหงส์สีขาวบริสุทธิ์ที่ปักอยู่บริเวณชายเสื้อราวกับกำลังกางปีกทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

ที่เอวของเขาไม่ได้เหน็บแส้ขนเก่าอันนั้นเอาไว้ กลับดูเหมือนเซียนที่เดินบนเมฆสีม่วงที่ปรากฏขึ้นในทิศตะวันออก ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงตกลงมาสู่โลกมนุษย์

เสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของเสวียนจีก็เต้นแรงขึ้นมาหลายครั้งอย่างควบคุมไม่ได้

เฟิ่งเหมียนรับรู้ได้ว่านางมองตนเองอย่างเผลอไผล ในใจเกิดความรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก แต่ใบหน้ากลับเย็นชาเหมือนปกติ

“วิญญาณเจ้าล่องลอยไปแล้วหรือ”

เสวียนจีได้สติกลับมา กลืนน้ำลายลงคอ ดวงตาเปล่งประกายขึ้นมาทันที

“ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง เสื้อผ้าชุดนี้เหมาะกับท่านมาก ดูแล้วอายุอ่อนลงถึงห้าปีทีเดียว รอให้ถึงงานเลี้ยงเต้นรำในวันครบรอบสำนักศึกษา ต้องทำให้สาวๆกลุ่มใหญ่หลงใหลได้แน่ ไม่ต้องกังวลว่าจะหาภรรยาไม่ได้อีกแล้ว”

รอยยิ้มจางๆของเฟิ่งเหมียนชะงักค้างอยู่ที่มุมปาก ราวกับถูกราดด้วยน้ำเย็น

……

วันครบรอบสำนักศึกษาชิงอี้ใกล้เข้ามาทุกที กำหนดการที่อยู่ในมือของอวิ๋นหลิงก็ยิ่งละเอียดมากขึ้น บนกำหนดการได้รวบรวมกิจกรรมต่างๆที่เหล่านักเรียนได้จัดเตรียมเอาไว้

กู้ฮั่นม่อเป็นประธานรับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่สามารถปลีกตัวไปทำอย่างอื่นได้ จึงลงข่าวในหนังสือพิมพ์ว่ามีกิจกรรมทดลองชิมที่ร้านของหวานของแม่นางหลี

เฟิงอู๋จีวางแผนจะสร้างเวทีประลองเล็กๆ ขอเพียงมีผู้เข้าแข่งขันรายการต่างๆเช่นตัวต่อปริศนา เก้าห่วงปริศนาและปริศนาตัวเลื่อนเป็นต้น เลือกแข่งขันรายการใดรายการหนึ่งและเอาชนะเขาได้ เช่นนี้ก็จะสามารถได้รับรางวัลหนึ่งร้อยตำลึงทอง กลับกันหากแพ้ต้องมอบเงินจำนวนยี่สิบอีแปะ

กิจกรรมนี้เหมาะสมกับความชอบและสไตล์ของอูจีมาก สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้ยากมาก เป็นของเล่นพื้นบ้านที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็ก

แต่ถ้าหากจะแข่งขันเรื่องความเร็ว อวิ๋หลิงยังไม่เคยเห็นใครเร็วเท่าเขา คาดว่าเจ้าหมอนี่คงจะหาเงินได้ก้อนใหญ่ทีเดียว

ส่วนลูกศิษย์ที่เหลือ บ้างก็ทำกิจกรรมตลาดนัด บ้างก็ทำกิจกรรมคล้องห่วงและปาลูกดอก ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่เช่าร้านค้าเพื่อขายอาหาร

อวิ๋นหลิงชี้ไปยังแถวที่เขียนว่าเมิ่งฝูเอ๋อร์ ถามขึ้นมาว่า “ทำไมจึงว่างเปล่า”

เซียวปี้เฉิงตอบว่า “เมิ่งฝูเอ๋อร์บอกว่านางไม่ค่อยฉลาด และไม่ถนัดการทำการค้า แค่อยากจะกินดื่มสนุกสนานเท่านั้น”

อวิ๋นหลิงพยักหน้า ก็ไม่ได้คิดอะไร ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวนักเรียนเอง

นางพลิกอ่านไปอีกสองหน้า คิ้วเลิกขึ้นมาเล็กน้อย “หลี่หยวนเส้าถึงกับทำเครื่องสล็อตในสำนักศึกษาเลยหรือ”

ต้องรู้ว่าของอย่างเครื่องสล็อต หมายถึงการพนัน นักเรียนคนอื่นต้องอาศัยมันสมอง หรือไม่ก็อาศัยความขยันในการหาเงิน

มีเพียงเจ้าหมอนี่ที่อยากจะจับเสือมือเปล่า ยังเข้าใจดีอีกว่าการละเล่นอะไรที่ง่ายประหยัดและหาเงินได้เร็ว

เซียวปี้เฉิงพูดยิ้มๆว่า “ข้าได้ถามเป็นการส่วนตัวแล้ว เขารับประกันว่าจะไม่เล่นโกงเด็ดขาด ข้าก็เลยตามใจเขา”

หลี่หยวนเส้าตั้งรางวัลไว้เยอะมาก เพียงแต่เครื่องสล็อตที่เขาทำ มีรูปภาพจำนวนมาก อยากจะเขย่าให้ได้รูปภาพที่ตรงกันสามภาพเป็นเรื่องที่ยากมาก ความเป็นไปได้มีน้อยมาก

เขารู้ว่าพี่น้องตระกูลหลี่ขาดสนเงินทอง ไม่ว่าอย่างไรการเล่นเครื่องสล็อตก็เป็นเรื่องที่ไม่มีให้พบเห็นบ่อยๆ ไม่เหมือนกับการทอยลูกเต๋าที่เล่นกันอย่างโจ่งแจ้ง ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปล่อยให้อีกฝ่ายทำไปแล้วกัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ