เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 904

“แค่ก......แค่กแค่ก เจ้า พวกเจ้าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”

จักรพรรดิจาวเหรินมองกลุ่มหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ คิดว่าตัวเองเกิดภาพลวงตาขึ้นมา

เขาไม่เคยพาพระสนมมากมายเช่นนี้ออกจากวังอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อก่อนแม้จะเป็นการไปหมู่บ้านบนภูเขาเพื่อหลบร้อนในฤดูร้อน ก็แค่ผลัดกันพาฮองเฮาและพระสนมหลี่ไปเท่านั้น

“นายท่าน ท่านเห็นพวกเราพี่น้องแล้วรู้สึกยินดีจนพูดไม่ออกใช่หรือไม่ ที่จริง วันนี้พวกเรามาสนับสนุนเป็นการเฉพาะ ให้การช่วยเหลือท่าน”

“นายท่าน ท่านนี้คงเป็นน้องหลีกระมัง หน้าตางดงามเหมือนเทพธิดาจริงๆ ไม่เสียแรงที่ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามขายเต้าหู้”

“นายท่าน สายตาของท่านช่างดีจริงๆ พี่สาวที่อ่อนโยนน่ารักเช่นนี้ ข้าเห็นแล้วยังรู้สึกหวั่นไหว ถึงว่าทำไมท่านจึงอดใจไม่ได้เอาแต่วิ่งเทียวมาที่นี่”

“นานท่าน ท่านจะพาน้องหลีกลับไปเมื่อไหร่ พวกเราพี่น้องอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว เรือนด้านหลังของท่านมีพี่น้องอยู่ทั้งหมดสิบเอ็ดคน ขาดแค่นางคนเดียวก็สามารถรวบรวมคนเล่นไพ่นกกระจอกได้ครบสามโต๊ะแล้ว”

“นายท่าน ของหวานนี้กลิ่นหอมหวานมาก ไม่เสียแรงที่น้องหลีเป็นผู้สืบทอดของพ่อครัวในห้องครัว คงไม่ถือสาหากข้าจะชิมกระมัง”

“นานท่าน ท่านกระหายแล้วใช่หรือไม่ ให้ข้าป้อนท่านดื่ม......”

พระสนมกลุ่มใหญ่ที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่แย่งกันพูดขึ้นมา ซ้ายขวามีพระสนมฝั่งละสองคนกอดแขนของเขาเขย่าไปมา พระสนมด้านหลังสองคนคนหนึ่งทุบหลังคนหนึ่งนวดบ่า

ที่เหลือก็นั่งล้อมลงที่โต๊ะ กระทั่งกินของหวานร้อนๆที่วางอยู่อย่างไม่เกรงใจ

จักรพรรดิจาวเหรินถูกพวกนางเขย่าซ้ายขวาผลักไปมา เหมือนก้อนแป้งที่ถูกนวดคลึง เสื้อผ้าสีสันสดใสตรงหน้าแทบจะทำให้เขาตาบอดแล้ว

เสียงร้องเรียก”นายท่าน”ดังขึ้นข้างหูไม่ขาด ฟังดูวุ่นวายจนสมองเขาอื้ออึงไปหมด

“หยุด......”

เขายังไม่ทันได้พูดจบประโยค ก็ถูกช้อนที่เหลียงเฟยส่งมาอุดปากเอาไว้ ความร้อนของของหวานทำให้เขาตัวสั่น ที่สุดก็ทนไม่ไหวต้องพ่นออกมา

เหลียงเฟยรีบวางถ้วยลงทันที เอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปากและปกเสื้อด้านหน้าของจักรพรรดิจาวเหรินอย่างตื่นตระหนก เอ่ยอย่างร้อนรนว่า “นายท่านเป็นอะไรหรือไม่ ต้องโทษที่ข้าไม่ได้เป่าให้ท่านก่อน”

จักรพรรดิจาวเหรินอดทนไม่แลบลิ้นออกมาเพราะความใจร้อนชั่วขณะ ตบโต๊ะด้วยความอายจนกลายเป็นโทสะ “พอแล้ว พวกเจ้าจะทำอะไรกันแน่”

เขาเพิ่งจะตะคอกเสร็จ ก็รีบสูดลมหายใจเย็นเข้าไปหลายเฮือก เพื่อบรรเทาอาการแสบร้อนที่ลิ้น

เหล่าสนมต่างก็ตกใจจนตัวสั่น ร้านของหวานตกอยู่ในความเงียบในชั่วพริบตา คนรอบข้างต่างก็มองมาที่เขาด้วยสายตาบริสุทธิ์และน่าสงสาร

แม่นางหลีเป็นคนแรกที่ทำลายบรรยากาศเงียบสงบ

นางยกชาสมุนไพรออกมา แววตาซับซ้อน มองจักรพรรดิจาวเหรินด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย

“นายท่านเก้า รีบดื่มชาสมุนไพรแล้วไปที่โรงหมอสำนักศึกษาเถอะ เกรงว่าจะถูกลวกจนปากได้รับบาดเจ็บ หม่อมฉันยังต้องดูแลจัดการร้าน คงไม่มีเวลามาต้อนรับฮูหยินทุกท่านในตอนนี้ ต้องขออภัยด้วย”

จักรพรรดิจาวเหรินมองสีหน้าแม่นางหลีแวบหนึ่ง รู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด ก็รีบลุกขึ้นพูดว่า “หว่านเจิง เข้าฟังข้าอธิบาย......”

แต่แม่นางหลีราวกับไม่ได้ยิน เดินไปเลิกผ้าม่านขึ้นและเข้าไปทางห้องครัวด้านหลัง

จักรพรรดิจาวเหรินเม้มปาก และไม่กล้าจะอาละวาดในร้านของหวานของแม่นางหลี หันกลับไปจ้องเหล่านางสนมด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“พวกเจ้าออกไปให้หมด”

เขาพูดเสียงต่ำ สะบัดแขนเสื้อเดินออกไปอย่างโมโห

เหลียงเฟยและคนอื่นๆต่างก็สบตากัน ต่างก็เก็บรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้า ก้าวเท้าตามออกไป

มีเพียงลี่ผินที่ตั้งแต่เข้ามาก็นั่งอยู่ในมุมหนึ่งไม่เคลื่อนไหว มองดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตา นางยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย

หลังจากแม่นางหลีที่อยู่ในครัวไม่ได้ยินเสียงภายนอกแล้ว ก็ถอนหายใจยาวออกมา เตรียมจะออกมาเก็บโต๊ะด้วยความปวดหัว

กลับพบหญิงคนหนึ่งที่มีหน้าตาสวยงามแฝงแววเด็ดเดี่ยวนั่งอยู่ในมุมหนึ่งของร้าน กำลังมองมาที่นางด้วยสายตาราบเรียบ

อีกฝ่ายไม่พูดจา สีหน้าเรียบเฉย กลับทำให้เกิดความรู้สึกน่าเกรงขาม

แม่นางหลีเห็นนางมีท่าทีไม่ธรรมดา และเดินทางมาพร้อมกับกลุ่มผู้หญิงเมื่อครู่ จึงเอาสถานะของนางออก ไม่กล้าเมินเฉย

“หม่อมฉันคำนับพระสนม ขอพระสนมทรงพระเจริญ”

อีกด้านหนึ่ง จักรพรรดิจาวเหรินก้าวเดินด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยโทสะ เดินห่างออกไปไกลจากร้านของหวานสิบกว่าเมตร

กระทั่งใจเย็นลงบ้างแล้ว เขาจึงสะกดกลั้นความโมโหและเอ่ยขึ้นว่า

“บังอาจจริงๆ พวกเจ้ากำลังทำเรื่องเหลวไหลอะไรกัน ไม่มีคำสั่งจากข้า ใครอนุญาตให้พวกเจ้าออกจากวังกันเอง ยังรวมกลุ่มกันมาหาเรื่องที่ร้านของหวานอีก”

จักรพรรดิจาวเหรินยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห จ้องเขม็งไปที่เหลียงเฟยซึ่งมียศสูงสุดในกลุ่มอย่างโมโห ด่ากราดออกไปทันที

“เหลียงเฟย ปกติข้ายังชื่นชมเจ้าว่าเป็นคนดีมีเหตุผล ทำไมจึงทำเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ออกมาได้ ถ้าไม่อธิบายให้ชัดเจน พวกเจ้าทั้งหมดกลับวังไปต้องถูกกักบริเวณสามเดือน”

เหลียงเฟยกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น กัดริมฝีปากก่อนจะพูดว่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันและน้องๆต่างก็ได้รับคำสั่งจากพระเจ้าหลวงจึงได้มาที่นี่ เป็นพระเจ้าหลวงที่ให้พวกหม่อมฉันทำเช่นนี้”

ได้ยินคำว่า”พระเจ้าหลวง” ไฟโทสะที่พุ่งพรวดขึ้นมาของจักรพรรดิจาวเหรินราวกับถูกน้ำสาดให้ดับมอดจนรู้สึกหวั่นใจ

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เอ่ยเสียงตึงว่า “เสด็จพ่อให้พวกเจ้ามาทำอะไร”

สวี่เหม่ยเหรินที่อยู่ในนั้นแอบเหลือกตาค้อนทีหนึ่ง ถ้าไม่ใช่คำสั่งของพระเจ้าหลวง ในวันที่อากาศหนาวเช่นนั้นใครเขาอยากจะมาหาเรื่องถึงที่นี่กัน

นางกำผ้าเช็ดหน้าพลางเอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจว่า

“ฝ่าบาททรงเข้าใจผิดแล้ว พวกหม่อมฉันไม่ได้มาหาเรื่อง พระเจ้าหลวงได้ยินว่าทรงชื่นชอบแม่นางหลี อีกฝ่ายไม่ยอมตกลงเข้าวังเสียที ดังนั้นจึงเรียกให้พวกเราพี่น้องมาช่วยฝ่าบาทอีกแรง”

“มาช่วยข้า”

“ใช่แล้ว พระเจ้าหลวงไตร่ตรองแล้วว่าบางทีแม่นางหลีอาจรู้สึกว่าตัวเองสถานะต่ำต้อยเกินไป ทั้งยังเกรงกลัวการแก่งแย่งชิงดีในวังหลัง จึงไม่ยอมตกปากรับคำฝ่ายบาท จึงได้ให้พวกหม่อมฉันมาสนับสนุนร้านของหวาน จะได้ให้แม่นางหลีเห็นว่าพวกเราพี่น้องในวังหลังนั้นรักใคร่สมัครสมานกัน เช่นนั้นนางก็จะไม่กลัวแล้ว”

จักรพรรดิจาวเหรินได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะโกรธจนหัวเราะออกมา ถ้าเขาเชื่อสมองของคงมีปัญหา

มองสวี่เหม่ยเหริน เขาเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “ช่วยข้า แล้วเมื่อครู่ที่เจ้าพูดจายั่วยุต่อหน้าแม่นางหลีหมายความว่าอย่างไร เมื่อคืนข้านอนที่ตำหนักบำรุงฤทัยแท้ๆ ได้เรียกเจ้ามาปรนนิบัติตั้งแต่เมื่อไหร่”

สวี่เหม่ยเหรินบิดผ้าเช็ดหน้า สีหน้าแฝงแววเขินอาย “โธ่เอ๋ย......ฝ่าบาทอย่างทรงกริ้ว ต้องโทษที่หม่อมฉันคิดถึงฝ่าบาททุกวี่วัน ฝันถึงฝ่าบาททุกค่ำคืน เมื่อครู่ไร้สติไปชั่วขณะ คิดว่าความฝันเป็นความจริง”

จักรพรรดิจาวเหริน “......”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ