ยามเย็นโพล้เพล้ ในที่สุดหลี่กุ้ยเฟยก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาในเรือนรับรอง ทันทีที่นางลืมตาก็เห็นเยียนอ๋องเฝ้าอยู่ข้างๆ ด้วยดวงตาแดงก่ำ
ครั้นเห็นว่านางตื่นแล้ว เยียนอ๋องก็ตะโกนอย่างตกประหม่าทันที “ฟื้นแล้วๆ พี่สาม อาซ้อสาม เสด็จแม่ฟื้นแล้ว!”
ไม่นานนัก ข้างนอกก็มีเสียงฝีเท้าวุ่นวาย คล้ายมีผู้คนจำนวนมากวิ่งกรูกันเข้ามาในห้อง
ท่ามกลางไอหมอกขาว ตี้หวู่เหยาถือกล่องสำรับอยู่ในมือ นางก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลแล้วพูดว่า “เสด็จแม่ ท่านยังรู้สึกเจ็บอยู่หรือไม่ นี่เป็นโจ๊กสมุนไพรที่ห้องครัวหลังโรงอาหารปรุงมาเป็นพิเศษ ท่านไม่ได้กินข้าวมาเกือบวันแล้ว รีบกินอะไรก่อนเถิด”
หลี่กุ้ยเฟยหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างมึนหัว อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็รู้สึกหิวท้องร้องโครกคราก
นางโมโหจักรพรรดิจาวเหรินมากเสียจนไม่มีเวลากินข้าวกลางวันด้วยซ้ำ เวลาอาหารเย็นก็ใกล้จะหมดลง ตอนนี้นางหิวจนหน้าอกติดกับหลังแล้ว
ยามนี้นางไม่สนใจสิ่งอื่นใด รับชามโจ๊กมากินง่วน
ซดโจ๊กรวดเดียวหมดชาม หลี่กุ้ยเฟยก็เริ่มมีเรี่ยวแรง นางพบว่ามีถุงร้อนแบบบางเบาวางประคบอยู่บนหน้าท้องของตนสองถุง อาการปวดท้องยังมีอยู่ แต่ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่แทบจะทนไม่ไหว
“เจ้าฝังเข็มให้ข้าอย่างนั้นหรือ”
อวิ๋นหลิงพยักหน้าตามปกติ “ถึงโรคเก่าของเสด็จแม่จะดื้อยา แต่ก็ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้ การฝังเข็มเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้มาก”
แน่นอนว่าเข็มเงินนั้นเคลือบพลังจิต ไม่เช่นนั้นการฝังเข็มธรรมดาจะไม่สามารถบรรเทาอาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่เช่นนี้ได้
หลี่กุ้ยเฟยเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดช้าๆ “ขอบใจเจ้ามาก”
“เรื่องเล็กน้อย เสด็จแม่ไม่ต้องเกรงใจไป”
เยียนอ๋องได้ยินแล้วก็สีหน้าเปี่ยมสุข “อาซ้อสาม โรคเก่าของเสด็จแม่จะรักษาให้หายได้หรือไม่ จะต้องพักฟื้นนานแค่ไหน”
อวิ๋นหลิงขบคิดในใจครู่หนึ่ง หลี่กุ้ยเฟยถูกแทงที่ท้องเมื่อสมัยสาวๆ นี่เป็นแผลเก่าเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นอาการยังไม่หายสนิท จะรักษาให้หายขาดตอนนี้ก็ยากยิ่งกว่าเดิม
ต่อให้มีพลังจิต ก็ไม่อาจรักษานางให้หายได้ภายในไม่กี่วัน อาจต้องใช้เวลาหนึ่งปีครึ่งกว่าจะดูแลนางให้กลับมามีสุขภาพดี
หากเสี่ยวเซียงถวนเอ๋อร์ลงมือ ไม่แน่อาจจะรักษาให้หายได้อย่างรวดเร็ว แต่อีกฝ่ายเวลานี้ยังเป็นทารกน้อยอยู่เลย อวิ๋นหลิงก็ไม่แน่ใจว่าลูกสาวจะทำได้หรือไม่
ดังนั้นนางจึงตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “ตอนนี้ยังพูดยาก ไว้กลับวังก็จะตรวจซ้ำอย่างละเอียดแล้วค่อยว่ากัน”
แต่ได้ยินหลี่กุ้ยเฟยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเจือความเหนื่อยล้าเล็กน้อย “การบำรุงให้กลับมาแข็งแรงไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าไม่ต้องเปลืองแรงมาคิดเรื่องของข้าหรอก อีกอย่างข้าอายุปูนนี้แล้ว อีกสองปีก็อาจจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้แล้ว ถ้ามียาแก้ปวดที่ได้ผลชะงัดก็ปันให้ข้าสักสองชุดก็พอ”
เยียนอ๋องสีหน้างุนงง แล้วพูดอย่างร้อนใจ “อาซ้อสามรักษาได้อยู่แล้ว เหตุใดท่านไม่ลองเล่า”
อวิ๋นหลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่าหลี่กุ้ยเฟยสื่อถึงอะไร ก่อนพูดอย่างกระจ่างชัด “เพคะ ทำตามที่เสด็จแม่หลี่ว่าเถอะ แต่ก่อนหน้านั้น ท่านต้องพยายามรักษาจิตใจให้สงบเพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลใจและปวดศีรษะ”
อีกฝ่ายอายุสี่สิบต้นๆ แต่เริ่มแสดงอาการวัยหมดประจำเดือนแล้ว
นี่อาจเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บในระยะเริ่มแรกของหลี่กุ้ยเฟย และนางเป็นคนที่โกรธง่าย ปะทุเพลิงโทสะบ่อยๆ อาจนำไปสู่การหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติในสตรีวัยกลางคน
ดูท่าหลี่กุ้ยเฟยจะเข้าใจสภาพร่างกายของนางเป็นอย่างดี
เยียนอ๋องยังอยากถามต่อ แต่ถูกตี้หวู่เหยาลากออกไปเสียก่อน ทั้งคู่กระซิบกันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเยียนอ๋องก็ปิดปากด้วยท่าทีเป็นเชิงเข้าใจ
เซียวปี้เฉิงและชายที่ไม่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ กำลังนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ เมื่อเห็นเขาออกมา พวกเขาก็เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “เสด็จแม่หลี่เป็นอย่างไรบ้าง”
“ดีขึ้นมาก กินโจ๊กหมดไปชามหนึ่งแล้วกำลังกินชามที่สอง”
“เจ้าลูกสารเลว ทำอะไรไม่เป็นโล้เป็นพาย ทำแต่เรื่องโง่ๆ ให้ผู้คนเขารำคาญไปทุกแห่งหน! ประมุขดินแดนแค้วนตาโจวผู้ยิ่งใหญ่ เที่ยวตามก้นไปขอความรักหญิงม่าย เจ้าไม่อายบ้างหรือไร เจ้าไม่อายแต่ข้าอายแทนเลยล่ะ!”
“อย่างไรเสียหลี่กุ้ยเฟยก็ติดตามเจ้ามาหลายสิบปี แต่เจ้ากลับหักหาญน้ำใจนางที่เป็นถึงกุ้ยเฟยเพื่อหญิงนอกวังคนหนึ่ง ข้าล่ะอยากจะทุบสมองของเจ้าเปิดออกดูจริงๆ ว่าข้างในมีขี้เลื่อยมากแค่ไหน!”
“คนในวัยสี่สิบเศษร่างกายครึ่งหนึ่งก็เริ่มเสื่อมถอย ยังต้องให้ข้าออกโรงมาห้ามทัพละครน้ำเน่าเยี่ยงนี้ เจ้าคิดว่าตัวเองยังหนุ่มอยู่ อยากเล่นบทหนุ่มเจ้าสำราญสิท่า?”
พระเจ้าหลวงตรัสอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ตีจักรพรรดิจาวเหรินอย่างแรงด้วยกล้องยาสูบในมือ เห็นชัดว่าเดือดดาลกับสิ่งที่เขาทำไปในวันนี้
จักรพรรดิจาวเหรินรู้ตัวว่าเขาทำผิด จึงอดทนต่อความเจ็บปวดไม่กล้าร้องออกมา เขาสูดลมหายใจแล้วพูดว่า “เสด็จพ่อ ลูกสำนึกผิดแล้ว...ข้าไม่อยากปลดนาง ที่พูดไปก่อนหน้านั้นล้วนเป็นเพราะโทสะ”
“โทสะ?” พระเจ้าหลวงแค่นหัวเราะหยัน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าอะไรที่เรียกว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”
“วันนี้เจ้าพลั้งปาก อย่าคิดว่าจะจบลงง่ายๆ หลี่กุ้ยเฟยถวายฎีกากับข้าแล้ว ข้าอนุญาตปลดนางเป็นคนธรรมดาสามัญและถูกขับออกจากวัง เห็นแก่บุญคุณนางที่ช่วยชีวิตเจ้าไว้ ข้ารู้สึกว่าบุญคุณนี้ควรตอบแทน”
จักรพรรดิจาวเหรินฟังแล้วตกใจยิ่งนัก “เสด็จพ่อ ทำเช่นนี้ได้อย่างไร! เสาอี๋ไม่ได้ทำผิดอะไรใหญ่โตเลย จะขับออกจากวังตามใจชอบได้อย่างไร พวกขุนนางจะไม่เห็นด้วย อีกอย่างนางเป็นแม่สามีของตี้หวู่เหยา ทำเช่นนี้มีอย่างที่ไหนกัน!”
โกรธก็ส่วนโกรธ แต่เขาไม่เคยคิดจะปลดหลี่กุ้ยเฟยเลย
หากไม่เอ่ยถึงเรื่องบุญคุณความแค้นส่วนตัวแล้ว นางก็คือแม่สามีขององค์หญิงที่แต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีของแคว้นตงฉู่ ถ้าหลี่กุ้ยเฟยถูกลดตำแหน่ง แม้แต่ฮ่องเต้แคว้นตงฉู่ก็คงต้องเขียนจดหมายมาถามไถ่เกี่ยวกับนาง
“ตอนนี้เพิ่งรู้ตัวหรือ” พระเจ้าหลวงยิ้มเยาะในใจ “สายไปแล้ว!”
“เอาเป็นว่าข้าตกลงไปแล้ว หากเจ้าไม่ต้องการ เช่นนั้นก็ไปขอร้องให้นางเปลี่ยนใจเองแล้วกัน หากเรื่องแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ เจ้าก็ควรสละบัลลังก์โดยเร็วที่สุด!”
เจ้าลูกสารเลวที่ไม่เป็นโล้เป็นพายคนนี้ สมควรโดนสั่งสอนให้เข็ดหลาบสักที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...