หลังจากพระเจ้าหลวงบริภาษจบ ก็ทิ้งจักรพรรดิจาวเหรินไว้นอกเรือน
ครั้งนี้เขาหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ หากจักรพรรดิจาวเหรินไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ลุล่วงไปได้ หากฉลองตรุษยามต้นวสันตฤดูเสร็จสิ้นเมื่อใด เขาก็สละบัลลังก์ได้เลย
จักรพรรดิจาวเหรินยังคงจมจ่อมอยู่ในห้วงสะเทือนใจกับการอกหักจากสตรีทั้งสอง ท่าทางหงอยเหงาเศร้าซึม
เขาอยากคุยกับหลี่กุ้ยเฟยถึงเรื่องที่เข้าใจผิดในวันนี้ แต่พอก้าวเข้าไปในเรือนกว้างสองเมตร ก็ถูกเยียนอ๋องทำหน้าบึ้งตึงใส่ผลักไสให้ออกมา
“เสด็จแม่ไม่สบายควรพักผ่อนได้แล้ว ต่อไปท่านอย่ามารบกวนความสงบสุขของนางอีก!”
เจ้าเด็กบ้าคนนี้พูดจากับเขาเยี่ยงนี้ได้อย่างไร
จักรพรรดิจาวเหรินเดิมคิดจะดุเขาสักหน่อย แต่คิดว่าตนขาดเหตุผลจนเข้าใจหลี่กุ้ยเฟยผิดไปก่อนจริงๆ เยียนอ๋องจะแสดงท่าทีเช่นนี้ก็สมเหตุสมผลแล้ว เขาจึงระงับความโกรธไว้
“เช่นนั้นให้นางพักผ่อนให้สบาย แล้วบอกนางว่าพรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมนางอีก”
แล้วเขาก็เดินออกไปอย่างไม่พอใจ
พูดตามเนื้อผ้า จักรพรรดิจาวเหรินยอมรับเรื่องการสละราชบัลลังก์อย่างใจกว้าง
ตอนนั้นพี่ชายของเขาหลายคนต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อชิงบัลลังก์ เวลานั้นดินแดนแคว้นต้าโจวยังคงเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน
ด้วยความโกรธแค้น พระเจ้าหลวงจึงจัดการพวกเขาทั้งหมดด้วยมือตนเอง แล้วส่งแต่ละคนไปรักษาการณ์ตามหัวเมืองชายแดนต่างๆ
เวลานั้นเขายังเด็ก มีนิสัยค่อนข้างเรียบง่าย เขายังคงห่วงใยพี่น้อง ทว่าต่อมาต้องแบกรับความหวังอันสูงส่งของพระเจ้าหลวง เขาก็ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งรัชยายาทด้วยความสับสนมึนงง
ช่วงยี่สิบปีแรกเขาทำงานอย่างหนัก ทุกวันต้องต่อสู้กับบรรดาขุนนางที่ครองอำนาจบาตรใหญ่ ซ้ำยังกังวลว่าพวกทูเจวียจะโจมตีเมื่อใดก็ได้ทุกเวลา เรียกว่าใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานก็ว่าได้
เหตุที่สามารถอดทนอย่างมีสติมาได้ตลอด ก็เพราะเขาเป็นลูกชายที่กตัญญูและเชื่อฟัง และรู้ว่าหากเขาไม่รับช่วงต่อดินแดนแคว้นต้าโจวนี้ พ่อของเขาจะต้องตายทั้งเป็นด้วยความเหนื่อยล้า
ด้วยเหตุนี้เขาจึงชื่นชอบเสี่ยวเฟิง คู่รักในวัยเด็กที่เป็นคนอ่อนโยน และอยู่ให้ห่างจากหญิงสาวที่เอาแต่ใจและหยิ่งโอหังอย่างหลี่กุ้ยเฟย
เขาเบื่อหน่ายกับวังหลังของราชวงศ์ก่อนหน้านี้ บัดนี้สามารถแบ่งเบาภาระหนักๆ ได้แล้ว เขาก็มีความสุขที่จะได้มีเวลาว่าง
แต่โดยพื้นฐานแล้วจักรพรรดิจาวเหรินยังคงต้องรักษาหน้าตา เขาสามารถยอมรับการสละบัลลังก์ในลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไปได้ แต่ไม่อาจยอมรับการสละราชบัลลังก์ท่ามกลางการกล่าวโทษของเหล่าขุนนางกับคำชี้แนะของผู้อื่น!
ทำงานตรากตรำมาหลายทศวรรษ ไหนเลยพอแก่ตัวแล้วกลับยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์?
นักประวัติศาสตร์อาจไม่สรรเสริญเขา แต่จะไม่ด่าทอเขาเป็นอันขาด!
ดังนั้นจักรพรรดิจาวเหรินก็ได้แต่ระงับอารมณ์ไว้ และลดทิฐิลงไปขอโทษหลี่กุ้ยเฟย
แต่หลี่กุ้ยเฟยไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมพบเขา แม้ว่าเขาจะตะโกนเสียงแหบแห้งอยู่นอกเรือน แต่นางก็ไม่ได้โต้ตอบใดๆ กับเขา
บัดนี้เป็นช่วงปลายสารทฤดู จักรพรรดิจาวเหรินก็ชราภาพแล้ว เขาออกมาอยู่ท่ามกลางลมหนาวทั้งวัน คืนนั้นก็ล้มป่วยลงในหอพักอาจารย์ มีน้ำมูกไหลและร้องเสียงครวญครางอย่างอ่อนแรง
สนมเหลียงในฐานะที่มีตำแหน่งสูงสุดในบรรดาสนมอื่นๆ ยามนี้ภาระในการดูแลผู้ป่วยจึงย่อมตกอยู่กับนาง
พวกสวี่เหม่ยเหรินมองนางอย่างเห็นอกเห็นใจ “ท่านพี่สนมเหลียงสวมผ้าปิดหน้าแล้วค่อยไปเถิด ยามปรนนิบัติฝ่าบาทจะได้ไม่ติดเชื้อไข้หวัดลมหนาวมาด้วย หาไม่แล้วจะป่วยเอาได้!”
สนมเหลียงตอบเสียงนุ่มนวล “ไม่เป็นไร ข้าเตรียมกินยาป้องกันไข้หวัดลมหนาวมาแล้ว น่าจะอยู่ได้ประมาณสองวัน เช้าวันมะรืนก็กลับเมืองหลวงได้ แต่ทางด้านหลี่กุ้ยเฟย...ช่างเถอะ นางคงไม่ชอบเสียงดังหนวกหู”
“อ้อ เต้าหู้เมล็ดผลซิ่งที่ผู้ดูแลส่งมาเมื่อวานอร่อยดี ให้เขาเตรียมมาเป็นมื้อเที่ยงอีกสักชุดนะ”
อวิ๋นหลิงอดคลี่ยิ้มไม่ได้ “เต้าหู้เมล็ดผลซิ่งนั้นแม่นางหลีตั้งใจส่งมาให้โดยเฉพาะ แต่กลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อนของท่าน จึงมอบให้ผู้ดูแลจัดการแล้วออกไป ถ้าเสด็จแม่หลี่ชอบ ข้าจะบอกแม่นางหลีให้ ขอให้นางทำมาให้ท่านอีก เมล็ดผลซิ่งมีฤทธิ์อุ่น ท่านกินมากๆ หน่อยก็จะดีต่อสุขภาพ”
หลี่กุ้ยเฟยสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นก็รู้ว่าแม่นางหลีเป็นผู้ทำเต้าหู้เมล็ดผลซิ่ง มิน่ารสชาติแตกต่างจากในวัง แม้ว่านางจะชอบกินขนมหวานแค่ระดับกลางๆ แต่ก็อยากกินต่ออีกอย่างอดใจไม่ไหว
จากนั้นครู่หนึ่ง สีหน้าของนางก็อ่อนลง “เป็นเช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นรบกวนเจ้าฝากคำไปถึงนางหลีที ให้นางทำเต้าหู้เมล็ดผลซิ่งแล้วมานั่งคุยกันที่เรือนหน่อย นางช่วยข้าไว้เมื่อวันก่อน ข้ายังไม่ได้ขอบคุณนางเลย ใช้โอกาสที่ข้ายังไม่ถูกปลดออกจากวัง ยังพอตกรางวัลให้นางได้”
อวิ๋นหลิงผงกศีรษะ คิดว่าหลี่กุ้ยเฟยดูท่าจะตัดสินใจออกจากวังแน่แล้ว
หลังจากนางออกไป หลี่กุ้ยเฟยมองทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงนอกหน้าต่าง แล้วเอ่ยเนือยๆ “เหอเยว่ เจ้าว่าหลังจากที่ข้าออกจากวังไปแล้ว จะทำมาหาเลี้ยงชีพอะไรดี”
แม่นมเหอเยว่ตอบเสียงอ่อนโยน “ท่านพูดเหลวไหลอะไรกัน ยังมีเยียนอ๋องและพระชายาเยียนอ๋องอยู่ ถึงท่านจะไม่ใช่พระสนมกุ้ยเฟยอีกต่อไป ก็ไม่จำเป็นต้องบากหน้าไปทำมาหาเลี้ยงชีพให้กลัดกลุ้มใจ”
หลี่กุ้ยเฟยส่ายหน้า “ข้าแค่อยากหาอะไรทำ แม้แต่พวกสนมเหลียงเองก็มีสิทธิ์ได้ไปดูแลเด็กๆ ที่โรงเรียนอนุบาล ข้าไม่อยากอยู่ในเรือนหลังทั้งวัน เจ้าว่าข้าจะเรียนวิธีทำของหวานกับนางหลีได้หรือไม่ เด็กๆ ล้วนชอบกินของหวาน ถึงเวลานั้นข้าจะไปขายของหวานริมถนนในเมืองหลวง”
“ชีวิตคนเรานี้ จะต้องมีความหวังว่าอยากทำอะไรสักอย่างเสมอ”
ในอดีต ความหวังของนางวนเวียนอยู่กับจักรพรรดิจาวเหรินและลูกชาย แต่ยามนี้นางอยากใช้ชีวิตเรียบง่าย
แม่นมเหอเยว่ฟังแล้วก็รู้สึกแสบจมูก เอ่ยยิ้มๆ ด้วยดวงตาแดงเรื่อ “ท่านจะทำอะไรก็ได้ ข้าจะอยู่กับท่านตลอดไป”
หลี่กุ้ยเฟยระบายยิ้ม นางไม่เคยไปขายของหวานตามท้องถนนเลย คิดๆ ดูแล้วก็น่าจะสนุกทีเดียว?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...