เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 956

เสิ่นชิ่นรอให้เด็ก ๆ เลิกเรียนแล้วไปซื้อของขวัญพบหน้าตอนบ่าย พรุ่งนี้จะไปหาเวินฮุ่ยเจินพร้อมลูกที่โรงยา

อวิ๋นหลิงเห็นนางใจเย็นและมีแนวทาง จึงไม่ได้พูดอะไรมาก เตรียมแวะโรงยาระหว่างทางกลับ

เวลานี้มีเสียงเคาะประตูด้วยความเร่งรีบดังขึ้น

“พี่เสิ่นอยู่ด้านในไหม? เกิดเรื่องใหญ่ที่ประตูใหญ่แล้ว พี่ใหญ่เสิ่นทัวไม่รู้ว่าไปทำท่าไหนกับคุณหนูลูกขุนนาง อีกฝ่ายเอาแส้เฆี่ยนเขา ท่านรีบไปดูเถิด”

เสิ่นชิ่นฟังออกว่าเป็นเสียงเด็กหนุ่มที่คอยคุ้มภัยในโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ นางรีบเปิดประตู

“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

อวิ๋นหลิงกับเซียวปี้เฉิงสบตากัน เลิกคิ้วแล้วตามเสิ่นชิ่นไปด้วย

เสิ่นทัวกลับมามีสติปัญญาเหมือนคนปกติก็ทำตัวอ่อนโยนเสมอมา ไม่เคยมีเรื่องกับใครโดยไร้สาเหตุ

......

สิบห้านาทีก่อน บนถนนหน้าประตูโรงเรียนอนุบาล

เด็กอายุห้าขวบสวมเสื้อตัวบางเก่าเดินกลางหิมะ ใส่งอบที่มีผ้าม่านสีดำคลุมไว้ งอบไม่เพียงแต่บังหิมะได้ ยังอำพรางใบหน้าสีม่วงได้อีกด้วย

เวินฮุ่ยเจินกับลูกชายย้ายมาอยู่ในเมืองหลวงสามวันแล้ว เมื่อคืนหิมะตกจนอากาศหนาวเหน็บ ก่อนหน้านี้นางกับลูกอยู่ในเมืองทิศใต้ของแคว้น จึงเพิ่งเคยสัมผัสความหนาวเหน็บนี้เป็นครั้งแรก เสื้อผ้าที่เอามาด้วยกันหนาวไม่ได้

วันนี้เวินฮุ่ยเจินจึงออกมาเพื่อซ้อผ้าฝ้ายเพื่อเย็บเสื้อตัวใหม่ เวินหรูเฟยก็มากับนางด้วย ระหว่างที่มารดาซื้อผ้าอยู่ในร้าน เขาก็จะไปขายหนังสือพิมพ์ในถนนด้านข้าง

แม้เขาจะอายุเพียงห้าขวบ ทว่ากลับรู้ความ เห็นเด็กคนอื่นขายหนังสือพิมพ์ก็รับไปขายด้วยสามสิบฉบับ

“พี่ชาย พี่สาว หนังสือพิมพ์ประชาชนของวันนี้ขายเพียงห้าเหวินเท่านั้น”

“เด็กน้อย เอามาให้ข้าหนึ่งฉบับ”

เสียงเด็กร้องขายหนังสือพิมพ์ดังก้อง ไม่นานก็มีเจ้าของร้านข้างทางเรียกเขาไป

เมืองหลวงต้าโจวขายหนังสือพิมพ์ยังทิศเหนือใต้ออกตก รวมทั้งสิ้นสี่แห่ง ซึ่งจะขายในราคาสามเหวินต่อหนึ่งฉบับ แล้วหนังสือพิมพ์ที่นำมาขายบนถนนจะห้าเหวินขึ้นไป

เพราะมีคนอยากอ่านหนังสือพิมพ์กันเยอะ แต่ไม่อยากวิ่งไปซื้อในสำนักพิมพ์ไกล ๆ ต่อให้เด็กบนถนนขายแพงหน่อย แต่ก็ยินดีซื้อ

จุดที่ยิ่งไกลจากสำนักพิมพ์ ราคาหนังสือพิมพ์ก็จะยิ่งสูงขึ้น แต่ราคาที่เวินหรูเฟยขายจะถูกกว่าคนอื่นหนึ่งเหวิน

เขาตะโกนขายตลอดทาง ไม่นานในกระเป๋าก็เหลือหนังสือพิมพ์เพียงหนึ่งฉบับ

เวลานี้เขาได้ยินเสียงหัวเราะ หยอกล้อด้านในโรงเรียนอนุบาล ก็อดหยุดเดินแล้วทอดสายตามองเข้าไปไม่ได้

เวินหรูเฟยไม่เคยเข้าโรงเรียน หนังสือที่เขารู้ก็เป็นเพราะเวินฮุ่ยเจินสอน นางเป็นบุตรีอาจารย์ศาลาว่าการ ย่อมมีวิชาติดตัว

“โรง...เรียน...อนุบาล...หลวง”

เขาอ่านป้ายอย่างติด ๆ ขัด ๆ มีน้ำเสียงปรารถนาและหดหู่ผสมปนเปกัน

แม้จะอายุน้อย เมื่อเห็นคำว่าหลวงเขาก็รู้ว่าไร้วาสนากับที่นี่

ระหว่างที่กำลังเศร้าใจอยู่นั้น เมื่อประตูใหญ่โรงเรียนอนุบาลเปิดออก ก็มีบุรุษร่างสูงใหญ่เดินออกมา

ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะอึ้งไปชั่วขณะ

เวินหรูเฟยเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ เขาเห็นคนที่เหมือนเขา

หาใช่หน้าตาเหมือนกันไม่ แต่ผิวสีม่วงเหมือนกัน

เสิ่นทัวออกมาเพื่อซื้องาตัดให้นั่วเอ๋อร์ ทันทีที่เดินออกจากประตูก็เห็นเด็กน้อยตรงหน้า หลังสบตากับอีกฝ่ายก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่บอกไม่ถูก

สารถีที่เหมือนทหารเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อและตกใจ ด้านในรถก็มีเสียงเด็กหญิงกรีดร้องดังขึ้น

เสียงกระแทกดึงดูดผู้คนที่ผ่านไปมา ล้อของรถกระเด็นออกไปหนึ่งอัน ทหารคุ้มกันรีบลุกขึ้นแล้วพยุงคนในรถขึ้น

“คุณหนู คุณหนูไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

เห็นดรุณีน้อยปีนออกจากรถอย่างทุลักทุเล นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยเพลิงโทสะ จ้องเขม็งใส่เสิ่นทัว

เวินหรูเฟยในอ้อมกอดของเขาอกสั่นขวัญแขวน ใบหน้าซีดเผือด

“ทำ...ทำไงดี...ก่อเรื่องแล้ว...”

รถไม้สามล้อแพงมาก เขาไม่มีปัญญาใช้หรอก

เสิ่นทัวได้ยินก็ปล่อยเขาออก ตำหนิอีกฝ่ายด้วยท่าทางจริงจังขึงขัง “ถูกต้อง สหายท่านนี้ เจ้าก่อเรื่องแล้ว กฎข้อเจ็ดของโรงเรียนอนุบาลหลวงคือ รถที่สัญจรหน้าโรงเรียนต้องชะลอความเร็ว”

เขาท่องกฎของโรงเรียนขึ้นใจ อีกฝ่ายบังคับรถเร็วเกินกำหนด คือการแหกกฎขั้นร้ายแรง

ในสถานที่เกิดอุบัติรถ ลู่หยินซีต้องขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล ตอนปีนออกมา หิมะบนพื้นก็ทำเสื้อเปรอะเปื้อน

เมื่อเห็นรถล้อไม้พังแล้วได้ยินเสิ่นทัวพูดเช่นนี้อีก เพลิงโทสะภายในใจพลันปะทุขึ้น

“ชาวบ้านที่ไหนกัน เจ้าขวางทางข้าจนทำรถข้าคว่ำ แล้วยังมีหน้าตำหนิข้าอีก”

ทหารข้างกายลู่หยินซีก็ตะโกน “ไอ้คนเฝ้าประตู เจ้าเป็นใครมาจากไหน คุณหนูข้าคือลูกสาวอาลักษณ์กรมคลัง เจ้าทำให้คุณหนูเสียขวัญ ยังไม่รีบคุกเข่าขอขมาอีก ไม่แน่คุณหนูอาจเมตตาปล่อยเจ้าไป”

“ข้าคือหัวหน้าคุ้มภัยของโรงเรียนอนุบาลหลวง” เสิ่นทัวเน้นย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะชี้ข้อความที่ระบุไว้ข้างผนัง “กฎจราจรมีมากมาย ความปลอดภัยคือที่หนึ่ง หากใช้รถใช้ถนนไม่อยู่ในกฎระเบียบ จะทำให้ญาติพี่น้องหลั่งน้ำตาได้”

“คุณหนู ท่านแหกกฎโรงเรียนอนุบาลก่อน ต้องรับโทษโดยการคัดกฎสิบรอบ ถ้าคัดไม่จบข้าก็ปล่อยท่านไปไม่ได้”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ