เสิ่นชิ่นหอบกล่องและห่อของเดินเข้าไป และคอยวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ไม่คุ้นเคย รู้สึกแค่ว่าที่นี่ค่อนข้างวังเวงโดดเดี่ยว
เป็นบ้านที่เรียบง่าย หลังจากเดินเข้าประตูมา ด้านหน้าก็เป็นโถงหลัก ซ้ายขวามีเรือนข้างละหนึ่งห้อง
ในบริเวณนี้ไม่มีสาวรับใช้หรือแม่บ้าน มีเพียงบ่าวตัวเล็กผอมที่กำลังกวาดใบไม้อยู่ในมุมหนึ่งของลานบ้าน
ไฟในห้องดังข้างสว่างอยู่ สะท้อนเงาร่างของคนคนหนึ่งออกมาอย่างเลือนราง เสิ่นชิ่นยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง หัวใจเกิดความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก
“เถ้าแก่.......ข้าคือเสิ่นชิ่น ข้ากับพี่ชายผ่านมาแถวนี้ได้ยินว่าท่านไม่สบาย จึงนำของขวัญเล็กๆน้อยๆมาเยี่ยมท่าน”
ในห้องเงียบไปชั่วขณะ มีเสียงแหบแห้งผิดปกติของชายหนุ่มดังขึ้นมา “แม่นางเสิ่นลำบากแล้ว ข้างนอกอากาศหนาว เชิญเจ้ากับพี่ชายเจ้าเข้ามานั่งก่อนเถอะ อาอู๋เจ้าไปต้มน้ำชามา”
พูดจบ เสียนอ๋องก็ไอออกมาอย่างพยายามสะกดกลั้นเต็มที่
เขาเป็นหวัด เสียงเดิมทีก็แหบแห้ง เมื่อครู่จงใจกดเสียงลงต่ำในการพูด ลำคอจึงยิ่งรู้สึกแห้งเจ็บและคัน
ดีที่เมื่อเป็นเช่นนี้ ตอนที่พูดจาไม่เหมือนกับเสียงเดิมของเขาเลยแม้แต่น้อย ใครก็ฟังไม่ออก
อู๋อิ่งเห็นเสียนอ๋องเชิญเสิ่นชิ่นเข้าไปข้างในด้วยตนเอง จึงพยายามสะกดความร้อนใจเอาไว้ ไม่ได้พยายามไล่อีกฝ่ายออกไป รับคำและเดินไปทางห้องครัว
“เช่นนั้นข้ากับพี่ชายก็รบกวนเถ้าแก่แล้ว”
เสิ่นชิ่นพูดจบก็ผลักประตูเข้าไป สายตามองไปรอบห้อง เห็นเงาร่างหนึ่งนั่งอยู่ทางด้านหลังฉากกั้น
ในห้องได้จุดเตาถ่านไว้แล้ว บรรยากาศอบอุ่น ในอากาศมีแฝงไปด้วยกลิ่นยาที่รุนแรง กลบกลิ่นหอมของต้นสนที่เป็นกลิ่นอันคุ้นเคยบนร่างเสียนอ๋องไปจนหมด
เสิ่นชิ่นเพิ่งจะวางของลงบนโต๊ะ อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นว่า “พวกเราคุยกันผ่านฉากกั้นเถอะ เจ้าทำงานในโรงเรียนอนุบาลหลวง ถ้าหากติดหวัดจากข้า แล้วเจ้าเอาไปแพร่ให้กับพวกเด็กๆ จะไม่ดี”
เขายังพูดไม่ทันจบประโยคก็ไออย่างเจ็บปวดขึ้นมาหลายครั้ง เสิ่นชิ่นลังเลอยู่ชั่วครู่ รู้สึกว่าที่อีกฝ่ายพูดก็มีเหตุผล แต่ว่า......
“ก็ได้เถ้าแก่ แต่ข้าเห็นท่านไอรุนแรงมาก พอดีในกล่องไม้นี้มีน้ำเชื่อมปี่แป่ที่ใช้รักษาอาการไออยู่หนึ่งขวด ข้าจะเทให้ท่านดื่มดู”
เสิ่นชิ่นพูดไปพลาง ก็รีบหยิบเอาขวดดินเผาออกมา เอาแก้วสะอาดที่อยู่บนโต๊ะมาเทใส่ปริมาณหนึ่งช้องน
เมื่อพูดจบประโยค นางก็เดินไปถึงด้านข้างฉากกั้นแล้ว
เถ้าแก่ไม่ได้ห้ามหรือปฏิเสธ นางกลั้นลมหายใจไว้เล็กน้อย ไม่รู้ว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นแรงเพราะอะไร
ทั้งๆที่อวิ๋นหลิงเคยพบกับเถ้าแก่แล้ว รู้ว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะเป็นเขา แต่นางก็ยังคงไม่อาจปล่อยวางความรู้สึกที่คุ้นเคยนั้นลงไปได้
คนที่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนกันมาหนึ่งพันกว่าราตรี แม้แต่เงาเพียงครึ่งตัว นางก็สามารถจำเขาได้ทันทีแม้จะอยู่ท่ามกลางฝูงชน
แต่เมื่อเดินอ้อมไปหลังฉากกั้น เสิ่นชิ่นก็ต้องชะงักไป
คนที่นั่งอยู่บนตั่งมีรูปร่างคล้ายกับเขามาก แต่มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยเลยสักนิด
ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคิ้วตรงตาโต สีผิวค่อนไปทางเหลือง แก้มสองข้างมีกระสีน้ำตาลแต่งแต้มอยู่ หน้าตาธรรมดา
มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ดูเย็นชาเรียบนิ่ง ดำขลับราวกับท้องฟ้ายามราตรี แม้จะดูไร้อารมณ์แต่ก็น่าประทับใจ
เหมือนเขามาก แค่มองแวบเดียวก็สามารถจมปลักอยู่ในสายตาของเขาได้อย่างง่ายดาย
แต่ก็ไม่เหมือนเขา ดำขลับจนไม่มีแววคมกริบหรือความแวววาวเลยแม้แต่น้อย
“ขอบคุณยาของแม่นางเสิ่น ข้าไม่เกรงใจแล้ว เอาแก้วให้ข้าก็พอ เจ้าอยู่ให้ห่างข้าหน่อย จะได้ไม่ติดหวัด”
เห็นเสิ่นชิ่นยกแก้วยาเข้ามา นิ้วเรียวยาวของเสียนอ๋องยกมาปิดบังใบหน้าเอาไว้ ดวงตาและน้ำเสียงที่แหบแห้งแฝงความอ่อนโยนที่แตกต่างออกไป
เขารับแก้วยาไป เสิ่นชิ่นจึงได้สติกลับมา รีบปิดบังอาการของตนเองอย่างรวดเร็ว ถอยกลับออกไป
เสิ่นชิ่นยิ้ม “ข้าคิดว่าปีนี้ท่านจะอยู่ที่เมืองหลวงเสียอีก ยังคิดอยู่ว่าถ้าเป็นเช่นนั้น ไม่ทราบว่าพอจะให้เกียรติร่วมส่งท้ายปีพร้อมกับพวกเราได้หรือไม่”
ริมฝีปากของเสียนอ๋องโค้งขึ้น ในดวงตามีแววอบอุ่นแฝงอยู่ เอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “อาอู๋จะยังคงอยู่ในเมืองหลวง ถ้าเจ้าไม่รังเกียจว่าเป็นการรบกวน สามารถเรียกเขาไปร่วมได้”
ถือเสียว่าไปอยู่เป็นเพื่อนนั่วเอ๋อร์กับอาชิ่นแทนเขา
อู๋อิ่งนิ่งอึ้งไป ทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง ถ้าหากเขาไปที่บ้านตระกูลเสิ่นละก็ เจ้านายก็ต้องอยู่ตัวคนเดียว
กำลังคิดจะพูดอะไรบางอย่าง ก็ได้ยินเสิ่นชิ่นเอ่ยอย่างเห็นด้วยทันที “ข้ากับพี่ชายย่อมยินดีอยู่แล้ว คนเยอะจะได้คึกคัก เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ปีนี้เชิญผู้ดูแลอู๋ไปส่งท้ายปีที่บ้านพวกเรา”
อู๋อิ่งกระแอมเบาๆ ได้แต่ตอบด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นก็ขอบคุณคำเชิญของแม่นางเสิ่น”
เวลานี้เอง เสิ่นทัวที่นั่งอยู่ข้างๆฟังทุกคนคุยกันและกินขนมปังนมจานใหญ่จนหมดแล้ว ในที่สุดก็หยุดลงอย่างพอใจ
เขาเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เลียปากตัวเอง เอ่ยเสียงกังวานว่า “ใช่แล้วท่านอาเถ้าแก่ ท่านแต่งงานหรือยัง”
ทุกคนต่างก็ถูกคำถามที่โพล่งขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้นิ่งอึ้งไป
“.......แต่งงาน”
เสิ่นทัวพยักหน้า เอ่ยอย่างจริงจังว่า “ใช่แล้ว วันนี้ตอนกินข้าวทุกคนต่างก็พูดเรื่องนี้กับอาชิ่น บอกว่าเถ้าแก่เป็นคนดี ไม่รู้ว่าแต่งงานหรือยัง ถ้าหากยังไม่แต่ง ต้องเป็นตัวเลือกที่ดีในการเป็นสามีแน่ๆ”
“ดังนั้น ท่านพี่เถ้าแก่ท่านแต่งงานหรือยัง ข้ามีความดีความชอบด้านกองทัพ พวกเขาบอกว่าอาชิ่นเหมาะสมกับท่านมาก สามารถเป็นดอกท้อที่เบ่งบานเป็นครั้งที่สองได้”
บทสนทนาของผู้ใหญ่เหล่านั้นเสิ่นทัวเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ถึงแม้ว่าเขาจะอ่อนต่อโลก แต่ก็ไม่ใช่คนโง่
ช่วงอาหารกลางวันสิ่งที่อวิ๋นหลิงพูดคุยกับเสิ่นชิ่น เขานั่งฟังอยู่ข้างๆอย่างชัดเจน และจดจำเอาไว้ทั้งหมด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...