เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 965

หลงเย่เคยสำรวจดูเวินฮุ่ยเจิน นางใส่ใจเด็กคนนี้มาก ไม่เคยมีท่าทีรังเกียจต่อความแปลกประหลาดของเขาเลยสักนิด

ตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยทอดทิ้ง ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความรักความเอาใจใส่ที่นางมีต่อลูกชาย

เพื่ออนาคตของเวินหรูเฟย เป็นไปได้อย่างยิ่งว่านางจะเลือกแต่งงานกับเสิ่นทัว

อวิ๋นหลิงได้ยินก็รู้สึกสะท้านในใจ “แล้วหรูเฟยเล่า เขาคิดอย่างไร”

“เด็กคนนั้นรู้ว่าตัวเองมีพ่อแล้ว ย่อมดีใจมาก ฉันดูเขามีท่าทีชื่นชอบเสิ่นทัวมาก เรียกท่านพ่อได้อย่างเต็มปากเต็มคำแล้ว”

แน่นอนว่า เสิ่นทัวก็ชอบเด็กคนนี้มาก แม้ว่าเขาจะไม่รู้ความหมายที่แฝงอยู่ในคำว่าพ่อลูกก็ตาม

เวินฮุ่ยเจินเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจละเอียดอ่อน ตอนที่ลูกชายถามว่าทำไมไม่มีพ่อ นางมักจะบอกว่าอีกฝ่ายเข้าร่วมสงครามและตายในสนามรบไปแล้ว

ลูกอายุยังเล็ก ไม่รู้ความหมายของคำว่าตาย รู้แค่ว่าพ่อที่ตนเองไม่เคยเห็นหน้านั้นเป็นวีรบุรุษ ดังนั้นหลายปีมานี้จึงไม่เคยรู้สึกต่ำต้อยและขลาดกลัวเลย

ตอนนี้เมื่อได้รู้ว่าท่านพ่อยังไม่ตาย แค่ถูกศัตรูทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ จำพวกเขาสองแม่ลูกไม่ได้ เวินหรูเฟยร้องไห้เพราะความดีใจระคนเสียใจ จากนั้นก็ตามติดอยู่ข้างกายอีกฝ่ายไม่ยอมจากไปไหน

อวิ๋นหลิงได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าก็มีแววถอดทอนใจ “การพบกันอีกครั้งของพวกเขาสามคนก็เป็นโชคชะตาที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย ถ้าหากอนาคตเสิ่นทัวสามารถฟื้นฟูความทรงจำได้ คงจะดีมาก”

สองพี่น้องคุยกันต่ออีกสักพัก หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไปที่เรื่องของเสวียนจีอย่างเป็นธรรมชาติ

ครั้งนี้เจ้าปีศาจน้อยทำงานไว้ใจได้ทีเดียว ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งข่าว ช่วยให้ยินถังและจวนยินเชื่อมโยงกัน

หลงเย่เอ่ยเสียงต่ำว่า “สำนักทิงเสวี่ยได้สืบเบาะแสของตระกูลยินจนชัดเจนแล้ว พวกเขามีหน่วยกล้าตายทั้งหมดร้อยกว่านาย ล้วนเป็นผู้ที่มีวรยุทธสูงส่งที่อบรมเลี้ยงดูมาหลายปี”

ได้ยินเช่นนี้ แม้แต่อวิ๋นหลิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมในความมือเติบของตระกูลยิน

หน่วยกล้าตายไม่ใช่ทหารคุ้มกัน ต้องมีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง และความเด็ดเดี่ยวที่จะตายแทนเจ้านายได้อย่างไม่ลังเล

ตระกูลยินสามารถเลี้ยงดูหน่วยกล้าตายได้มากมายเช่นนี้ ไม่รู้ว่าต้องเสียเวลาและเงินทองไปมากเท่าไหร่

โชคดีที่พวกเขาอาศัยเรื่องชั่วร้ายของอ๋องไหวเซียงในการชิงลงมือก่อนเพื่อความได้เปรียบ มิเช่นนั้นภายหน้าคงกลายเป็นภัยร้ายอันใหญ่หลวง

หลงเย่พูดต่อไปว่า “หน้ากากเงินได้วางแผนแทรกตัวเข้าไปภายในแล้ว แทนที่หน่วยกล้าตายคนหนึ่ง ประสานกับเสวียนจีจากด้านใน การเคลื่อนไหวของตระกูลยินล้วนอยู่ในการควบคุมของพวกเราหมดแล้ว”

หน้ากากเงินคนนี้เป็นหนึ่งในสาวกประกาศิตป้ายแดงของสำนักทิงเสวี่ย วรยุทธถูกจัดอยู่แค่อันดับที่สาม ยังสู้เฉียงเวยไม่ได้

แต่ว่า การวิชาการปลอมตัวของเขากลับไม่มีใครเทียบได้ ไม่เพียงแต่สามารถปลอมใบหน้า ยังมีทักษะการพูด สามารถเลียนแบบการพูดของคนอื่นได้เหมือนจริง

อวิ๋นหลิงรู้สึกชื่นชมหน้ากากเงินขึ้นมาทันที “ดูไม่ออกเลย ปกติเขาก็เห็นเขาทำหน้าทึ่มทื่อ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นยอดฝีมือในการแสดงเป็นสายลับ”

หลงเย่เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “เธอคิดมากไปแล้ว คำว่าการแสดงไม่ใกล้เคียงกับเขาเลยสักนิด ความถนัดเพียงอย่างเดียวที่เขามีคือการเสแสร้งสร้างภาพลักษณ์ที่เย็นชาสูงส่ง ถ้าหากพูดจาไร้สาระมากเกินไป โอกาสที่จะถูกเปิดโปงก็มีมากขึ้นสองเท่า”

เขาสามารถแสดงเป็นแค่นักฆ่าที่เย็นชาใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์เท่านั้น ถ้าไปอยู่ในยุคปัจจุบัน ต้องถูกคนนำไปตัดต่อและวิพากษ์วิจารณ์ถึงทักษะการแสดงไม่ต่ำกว่าสิบตอนแปดตอนแน่ๆ

แน่นอนว่า ดาราหนุ่มหล่อในปัจจุบันเหล่านั้นที่แสดงได้ไม่ดีส่วนใหญ่เป็นเพราะปัญหาด้านทัศนคติ แต่หน้ากากเงินนั้นถูกจำกัดด้วยสติปัญญาของเขา

อวิ๋นหลิงกลั้นยิ้มพลางพูดว่า “พี่อย่ารังเกียจเขาเลย อย่างน้อยเขาก็แทรกซึมเข้าไปได้ มีข่าวคราวอะไรใหม่ๆหรือไม่”

หลงเย่พยักหน้า พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “วันนี้ที่ฉันเข้าวังเป็นการเฉพาะ ก็เพื่อต้องการจะมาบอกเรื่องนี้กับพวกเธอสองสามีภรรยา”

อวิ๋นหลิงได้ยินเช่นนั้น ก็เข้าใจทันทีว่ามีข่าวสำคัญมากจะมาบอกกล่าว รีบสั่งให้ตงชิงไปเรียกเซียวปี้เฉิงมา

ตระกูลยินมีหน่วยกล้าตายร้อยกว่านาย ถูกแบ่งออกเป็นสิบหน่วย สี่ในสิบหน่วยนั้นจะทำการคุ้มกันคนของตระกูลยินให้หลบหนีออกนอกเมืองหลวงไปยังทิศทางทั้งสี่จากเส้นทางลับ

“คนที่ถูกคุ้มกันและส่งออกไปอย่างลับๆ แทบจะเป็นสายเลือดโดยตรงของตระกูลยินทั้งสิ้น ส่วนสมาชิกที่เป็นลูกหลานของอนุภรรยา ไม่มีใครรู้แผนการนี้เลย พวกเขาจะถูกทิ้งไว้ในจวน เพื่อปกปิดทหารรักษาพระองค์ที่คอยสอดส่องดูแลอยู่”

อวิ๋นหลิงพูดขึ้นว่า “แล้วหน่วยกล้าตายที่เหลือเล่า”

“ที่เหลืออีกหกหน่วย สองหน่วยในนั้นรับผิดชอบช่วยเหลือในการแหกคุก ส่วนอีกสี่หน่วย ในคืนเดียวกันจะจู่โจมให้เกิดความโกลาหลไปทั่วเมืองหลวง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนทั้งหมด”

หลงเย่ขมวดคิ้วเมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงช้าลง เอ่ยเน้นย้ำว่า “จากข่าวที่หน้ากากเงินได้มา พวกเขาไม่เพียงแต่จะก่อความไม่สงบในเมือง ยังจะฉวยโอกาสจับตัวบุคคลสำคัญเป็นตัวประกัน เพื่อป้องกันแผนการล้มเหลว ยังสามารถใช้เป็นเบี้ยต่อรองกับราชสำนักได้”

“และเวลาที่พวกเขากำหนดจะลงมือก็คือ สามวันหลังจากนี้ ตอนนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเรา คือแทบจะไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีจากจุดไหน แล้วจับจ้องไปที่ใคร”

“เพราะว่า......พวกเรายังสืบเบาะแสของตระกูลยินทั้งหมดไม่ชัดเจน คนที่คอยประสานงานกับพวกเขาในแผนการนี้ บางทีอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองหลวง”

หลังจากนี้สามวัน นั่นก็คือก่อนถึงวันขึ้นปีใหม่ห้าวัน

ตามขนบธรรมเนียมของแคว้นต้าโจว เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ ในช่วงเวลานี้ในเมืองหลวงจะมีการแสดงพลุดอกไม้ไฟทุกค่ำคืน รวมไปถึงคณะเชิดสิงโตที่ตระเวนไปทั่ว เป็นโอกาสที่ดีที่คนกลุ่มนั้นจะก่อความวุ่นวายจริงๆ

นอกหน้าต่างหิมะโปรยปราย แสงอาทิตย์สดใสในฤดูหนาว กลับทำให้ได้กลิ่นตุๆของบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

เซียวปี้เฉิงดวงตาไหววูบ เห็นได้ชัดว่าสีหน้าเคร่งขรึมลง “ตระกูลยินตัวดี ช่างมีจิตใจทะเยอทะยานจริงๆ จะประมาทไม่ได้”

ซ่อนกองกำลังเช่นนี้เอาไว้ แม้แต่เขายังอดรู้สึกตกตะลึงในใจไม่ได้

สามารถมั่นใจได้ว่า ถ้าหากไม่ล่อพวกเขาแหกคุก แต่เลือกที่จะลงมือในระหว่างทางที่เนรเทศ พวกเขาต้องหนีไปได้แน่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ