เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 979

ท้องฟ้ามีหิมะตกปรอย ๆ ทั่วทั้งเมืองหลวงมีการประดับโคมไฟ ตกแต่งอย่างสวยงาม

ภายในลานบ้านตระกูลเสิ่นคึกคักอย่างที่ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก

“แม่นางเวิ่น เจ้ากับหรูเฟยเป็นแขก นั่งพักผ่อนเฉย ๆ เถิด ให้ข้าทำเรื่องพวกนี้เองจะดีกว่า”

เสิ่นชิ่นพูดพร้อมกับเอื้อมมือ หมายจะเอาไม้กวาดมาจากมือเวินฮุ่ยเจิน

เวินฮุ่ยเจินกลับเอียงกายหลบ ยิ้มกล่าวว่า “ท่านพูดแบบนี้ไม่ถูก ผู้ดูแลอู๋เป็นแขกก็ยังช่วยติดกลอนอวยพรเลย? ทุกคนล่วงมีเรื่องให้ทำ แต่จะให้ข้าอยู่เฉย ๆ ก็ได้อย่างไร”

อู๋อิ่งที่กำลังทาสีประตูก็เห็นด้วย “ใช่แล้วแม่นางเสิ่น ทุกคนช่วยกันคนละไม้ละมือจะคึกคักกว่าและเสร็จเร็วกว่านะ”

ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว เขามาฉลองตระกูลตรุษจีนที่จวนเสิ่นชิ่นตามคำเชิญ ส่วนเสียนอ๋องอยู่บ้านคนเดียว โดยอ้างว่าออกจากเมืองหลวงแล้ว

เวินฮุ่ยเจินก็มาอาศัยที่ที่ตามคำชักชวนของเสิ่นชิ่น

เพราะโรงยาก็คือโรงยา ไม่สะดวกเหมือนอยู่บ้านหรอก

เสิ่นชิ่นเห็นนางปรับตัวเก่งก็วางใจ ไม่ปฏิเสธ “งั้นก็ได้ พวกเจ้าทำไปก่อน ข้าจะไปทำกับข้าว”

“ข้ากวาดหิมะที่ลานบ้านเสร็จแล้วจะไปช่วยท่านนะ”

เวินฮุ่ยเจินตอบ มองลานเล็ก ๆ ที่ไม่กว้างใหญ่ ท่ากลับอบอุ่นหัวใจ

เป็นตรุษจีนครั้งแรกในเมืองหลวงของพวกนางสองแม่ลูก หลังจากที่คนในครอบครัวโดนทำร้ายติดต่อกัน เป็นครั้งแรกที่นางร่วมฉลองเทศกาลกับญาติ ๆ

ตอนนี้ถืออีกฝ่ายเป็นญาติได้กระมัง?

มองเด็กชายดวงตาสุกใสที่อยู่แถวนั้น เวินฮุ่ยเจินพลันถามตัวเองในใจเช่นนี้

ถึงแม้นางกับเสิ่นทัวไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน ทว่าถ้าพูดถึงสายเลือดแล้ว เขาก็คือพ่อของลูกนาง

ส่วนเรื่องการแต่งงาน...หลังจากเสิ่นชิ่นเสนอ ช่วงนี้เวินฮุ่ยเจินก็คิดอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกที่จะพยักหน้าตอบตกลง

ทั้งสองฝ่ายเห็นแก่ความสุขของเวินหรูเฟยเป็นหลัก

ส่วนเรื่องภารกิจสามีภรรยา เวินฮุ่ยเจินไม่ต้องทำ นางย้ายเข้าจวนหลังนี้แล้ว แต่ก็ยังคงนอนร่วมกับลูกชายเท่านั้น

เสิ่นทัวรู้ว่ามีลูกเมียด้วยความมึนงง ช่วงนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ แต่เขายังไม่รู้คำว่าการแต่งงานที่แท้จริงเป็นเช่นไร

เวินฮุ่ยเจินไม่รู้สึกรังเกียจรังงอนต่อสามีโง่ในนามแต่อย่างใด

หากเสิ่นทัวไม่เป็นเช่นนี้ ลำพังสถานะลูกสาวจำศาลที่แสนจะธรรมดา ชาตินี้คงไม่มีวาสนากับเขา

ระหว่างที่ครุ่นคิดก็ได้ยินเวินหรูเฟยพูดด้วยความร้อนใจว่า “ปัดโธ่ ผิดแล้ว ผิดแล้ว ท่านพ่อเขียนผิดแล้ว”

เวินฮุ่ยเจินเงยหน้าขึ้นก็จับได้ว่าเสิ่นทัวกำลังแอบมองนางอยู่

อีกฝ่ายรีบละสายตา พูดซื่อ ๆ ว่า “ออ แล้วตัวนี้เขียนเช่นไร ข้าลืมแล้ว”

สองพ่อลูกกำลังเขียนคำอวยพรตรุษจีน กำลังเขียนส่วนที่ใช้แปะหัวประตู คำว่า ลาเก่ารับใหม่

เสิ่นทัวจับพู่กันสัมผัสได้ว่ามีสายตาฉายมาก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก

เสิ่นชิ่นไม่ให้เขาเอาแต่จ้องหน้าเวินฮุ่ยเจิน เพราะถือว่าเสียมารยาทต่ออีกฝ่าย แต่เขาก็อดที่จะมองอีกฝ่ายไม่ได้

ไม่รู้เพราะเหตุใด ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอนาง เสิ่นทัวก็เกิดความคิดอันแข็งกร้าวว่าอยากปกป้องนาง

เป็นความอยากปกป้องที่ไม่รู้เกิดขึ้นเพราะสิ่งใด เขามักอยากมองทุกอิริยาบถของเวินฮุ่ยเจินตลอดเวลา

เวินฮุ่ยเจินคลี่ยิ้ม ละสายตาแล้วกวาดหิมะต่อไป

ภายในใจรู้สึกเสียดายแทนตระกูลเสิ่น หากเสิ่นทัวไม่เจออุบัติเหตุเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นวีรบุรุษผู้เกรียงไกรเช่นไร

ไม่นานก็มาถึงทะเลสาบจันทร์จรัสแสง ส่งเสียงร้องเล่นเต้นรำจากเรือกลางทะเลสาบ ตรงริมทะเลสาบหรือบนสะพานล้วนมีคนชื่นชมดอกไม้ไฟ

เสิ่นชิ่นเดินกลางฝูงชนคนเดียว สายตาหยุดอยู่กับโคมลอยน้ำ

เมื่อก่อนพวกเขาสามคนจะมาปล่อยโคมลอยน้ำที่ทะเลสาบจันทร์จรัสแสงทุกปี

ปีที่แล้วนางไม่มา ปีนี้...เดินผ่าน จึงถือโอกาสปล่อยหนึ่งอันแล้วกัน

ก่อนไปซื้อดอกไม้ไฟ เสิ่นชิ่นซื้อโคมลอยน้ำลายกระต่ายแล้วเดินใต้สะพานหิน ไปปล่อยใต้ต้นไม้เหี่ยวเฉา มุมที่ปลอดคน

ปล่อยโคมลอยน้ำที่นี่จะลอยไปได้ไกล แต่มีคนรู้น้อย เขาคนนั้นเป็นคนบอกนางเอง

เสิ่นชิ่นถือโคมลอยน้ำเดินไป แต่กลับต้องอึ้ง

เพราะใกล้ต้นไม้มีคนคุ้นเคยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

“เถ้าแก่...?”

เสิ่นชิ่นเรียกอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ อีกฝ่ายชะงักงัน ตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม

“ผู้ดูแลอู๋บอกว่าท่านออกจากเมืองหลวงแล้วไม่ใช่รึ?”

เสียนอ๋องกระตุกมุมปาก แต่ไม่ได้พูดสิ่งใด ทันใดนั้นรู้สึกเสียใจยิ่ง ตอนออกจากบ้านช่วงพลบค่ำ เพื่อไม่ให้คนรู้จักเห็น จึงใช้หน้ากากหนังคนสวมใส่

เสิ่นชิ่นไม่เห็นเขาตอบก็เดินเข้าไปหา มองสิ่งที่อยู่ในมือเขาด้วยความแปลกใจ

เขายังคงมีใบหน้าดั่งคนทั่วไป แต่ในมือมีโคมลอยน้ำลายกระต่าย รูปแบบไม่เหมือนที่ขายตามร้านค้า

นั่วเอ๋อร์มีตุ๊กตากระต่ายตัวโปรด ชื่อว่าเสี่ยวเสี่ยวนั่ว เสียนอ๋องเป็นคนเย็บให้เองกับมือ

โคมลอยน้ำกระต่ายนี้เหมือนเสี่ยวเสี่ยวนั่วอย่างกับแกะ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ