“นายฆ่าฉันซะเถอะ” เจ้าของร้านเบือนหน้าออก
“แน่ใจหรือ?” เฉินเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะฆ่ากลุ่มคนตรงหน้าแน่ๆ แต่เขาก็ยังต้องการรู้เบาะแสจากปากของคนๆนี้
ถ้าเป็นตระกูลหลินและตระกูลโถ้ป๋า แบบนั้นก็ง่ายขึ้นมาหน่อย ยังไงเสียในไม่ช้าก็เร็ว ทั้งสองตระกูลนี้ก็จะต้องหายไปจากประเทศหนานเยว่อย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นหลี่กั๋วจุนส่งมา อย่างนั้นเขาก็จะต้องคิดดูให้ดีอีกหน่อย
ถึงยังไง หลี่กั๋วจุนก็เป็นถึงหัวหน้าของหน่วยรบ เป็นผู้นำที่ใหญ่โตของประเทศหนานเยว่ หากฆ่าไปง่าย ๆ ล่ะก็ ก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาให้กับตัวเองอย่างแน่นอน
“แน่ใจ นายลงมือซะเถอะ!” เจ้าของร้านกัดฟันแน่น
เมื่อสิ้นเสียงลง มือของเขาก็เริ่มสั่นเทา ไม่มีใครที่เผชิญหน้ากับความตายแล้วจะไม่หวาดกลัว แต่เขาก็ยังคงยืนกรานที่จะไม่บอกชื่อหลี่กั๋วจุนออกไป ความจงรักภักดีนี้ถือเป็นส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือภรรยาและลูกๆ ของเขาล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยรบประเทศหนานเยว่
ตั้งแต่วินาทีที่เขากลายเป็นลูกน้องของหลี่กั๋วจุน ทุกครั้งที่เขาจะติดต่อกับภรรยาและลูก ๆ หากภารกิจสำเร็จก็แล้วไป แต่ถ้าภารกิจล้มเหลวและเปิดเผยตัวตนออกไป หากหลี่กั๋วจุนรู้เข้า ตระกูลของเขาจะต้องไม่มีจุดจบที่ดีอย่างแน่นอน
“ในเมื่อนายซื่อสัตย์ต่อคนที่อยู่เบื้องหลังขนาดนี้ อย่างนั้นฉันก็จะช่วยให้นายสมปรารถนาแล้วกัน” เฉินเกอจับมีดผลไม้บนเคาน์เตอร์กดลงไปที่คอของเจ้าของร้านและออกแรงเล็กน้อย
ไม่นาน คมมีดก็ตัดลงบนผิวหนังของเขา และมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อยลงบนใบมีด
“ให้ฉันได้ไปอย่างรวดเร็วเถอะ” ความเย็นชาและรู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อยที่ลำคอทำให้เขารู้สึกถึงเส้นทางชีวิตของตนอย่างชัดเจน เขาไม่กลัวที่จะถูกฆ่า แต่เขากลัวที่จะถูกทรมานให้เหมือนอยู่ไม่สู้ตาย
“ตามกำลังของฉันตอนนี้ น่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีในการตัดคอของนายให้ขาดลง ในช่วงเวลานี้ นายยังมีโอกาสพูดอยู่ มิฉะนั้น นายก็น่าจะเข้าใจ” เฉินเกอพยายามอีกครั้ง
แต่เจ้าของร้านก็ยังคงกัดฟันไม่ยอมพูด
“พวกนายไปทำให้ใครขุ่นเคืองเข้า?” ในที่สุดเหลียงลู่ที่อยู่ด้านหลังก็ค่อยๆผ่อนคลายขึ้นมาได้ แต่เมื่อเธอเห็นศพและเลือดที่นองอยู่ทุกหนทุกแห่ง เธอก็ลูบแขนของตนอย่างแรง
“ทำให้คุณหนูเหลียงตกใจแล้ว ผมและพี่เฉินจะจัดการสถานที่นี้ให้เรียบร้อย ไม่มีทางให้ใครทำร้ายคุณได้แน่ " ไป๋เสี่ยวเฟยยังคงยืนอยู่ข้างหน้าเหลียงลู่
“อืม” เหลียงลู่พยักหน้าเบา ๆ
มือขวาของเฉินเกอยังคงออกแรงอย่างต่อเนื่อง มีดผลไม้บาดลงบนผิวหนังจนหมดแล้ว ขอแค่เขาออกแรงอีกเล็กน้อย เขาก็จะสามารถตัดหลอดเลือดได้โดยตรง และเมื่อหลอดเลือดและลำคอถูกตัดขาด ถึงตอนนั้นแม้ว่าจะมีเซียนบินลงมาก็ไม่อาจช่วยคนผู้นี้ได้อีก
สายตาของเขาจับจ้องดู ขณะที่เฉินเกอกำลังจะออกแรงต่อไป จู่ๆเจ้าของร้านก็เปิดปากออกมา
“นายรอก่อน รอก่อน!”
เจ้าของร้านรับแรงกดดันนี้ไม่ไหวแล้ว ความเจ็บปวดที่มากขึ้นและความรู้สึกใกล้ตายที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาไม่สามารถสงบลงได้เลย
เมื่อรู้สึกได้ชัดถึงหนทางแห่งความตายของตนเอง ไม่มีคนไหนในโลกนี้ที่สามารถทนรับเอาไว้ได้
“พูดมา” ทันทีที่เสียงของเขาจบลง เฉินเกอก็ดึงมือกลับทันที
เจ้าของร้านหอบหายใจหนักๆสองที ก่อนจะรีบดึงกระดาษเช็ดมือหลายแผ่นออกมาจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้มือขวาปิดคอของตนเพื่อไม่ให้เลือดไหล ขณะเดียวกันก็มองเฉินเกออย่างหวาดกลัว เขาไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยว่าหากเมื่อครู่เขาไม่เปิดปากออกมา คนตรงหน้าจะต้องฆ่าเขาจริงๆแน่
“ฉันบอกนายได้ว่าฉันฟังคำสั่งใคร แต่นายได้โปรดช่วยฉันด้วย” หนึ่งนาทีต่อมา เจ้าของร้านก็ค่อยๆ สงบลง เขากลืนน้ำลายของตนแล้วเอ่ยขึ้น
“พูดคนที่อยู่เบื้องหลังของนายมาก่อน”
เฉินเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน
เรื่องนี้มีอัพต่อไหมครับ...
เอาข้อศอกแปลเหรอครับมั่วไปหมดแทนนามหญิงเป็นคำว่าผมเฉย...
กูงงกับการเขียนบทให้พระเอก,รวยมีเงิน,มีรถมีทุกอย่างแล้วก่อยังเขียนให้ดูโง่โดนดูถูกตลอดเวลา,คนเขียนบทมีปมปะเนี่ย...
555เขียนบทให้ตัวเอกโง่ดีครับ...
แล้วจะเขียนบทให้ตัวเอกโง่ไปถึงไหนละครับ...
เขียนแบบทำให้ตัวพระเอกโดนดูถูกมากไปหน่อยอ่านแล้วรำคาญ...
รออัพเดท เรื่องนี้จะมีการอัพเดทอีกไหมค่ะ...