ซูซานหลางรู้ดีว่าเถ้าแก่หนิวกำลังทดสอบเขา นั่นแสดงว่าเถ้าแก่หนิวนั้นพึงพอใจกับอาหารเหล่านี้มาก ซูซานหลางจึงมิได้หวั่นไหวแต่อย่างใด ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ข้าสามารถมอบสูตรการทำผักดองเปรี้ยวและผักดองเผ็ดให้กับโรงเตี๊ยม รวมทั้งตำรับอาหารบางอย่าง โรงเตี๊ยมเพียงจ่ายค่าซื้อสูตรตำรับเท่านั้น อีกทั้งต้องรับปากว่าจะไม่เปิดร้านจำหน่ายผักดองเปรี้ยวและผักดองเผ็ดแบบเดียวกันในเมืองนี้ หากจะนำไปทำการค้าขายในเมืองอื่น ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้สูตรให้แก่ครอบครัวของข้า พร้อมทั้งทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร”
ซูซานหลางมิใช่คนพูดอ้อมค้อม เขาจึงกล่าวความจริงอย่างตรงไปตรงมา
หากเถ้าแก่หนิวยอม ก็จะเจรจากันต่อไป แต่หากไม่ยอม เขาก็พร้อมจะไปทันที
“ข้อเรียกร้องของเจ้ามิใช่เรื่องง่ายเลยหนา”
เถ้าแก่หนิวมิได้ตอบตกลงทันที แต่กลับกล่าวอย่างมีนัยแฝงอยู่ในคำพูด
พ่อค้าย่อมเห็นแก่ผลกำไรเป็นสำคัญ เถ้าแก่หนิวมองสำรวจซูซานหลาง เขาก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ทว่าคำพูดของเขากลับมีเหตุผลชัดเจน ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากคนเช่นเขา
เถ้าแก่หนิวครุ่นคิดว่า ซูซานหลางอาจดูซื่อสัตย์เพียงเปลือกนอก หรือไม่เบื้องหลังของเขาก็อาจมีผู้มีปัญญาสูงคอยชี้แนะอยู่
ขณะที่เถ้าแก่หนิวกำลังคำนวณอยู่นั้น ซูซานหลางก็กำลังครุ่นคิดอยู่ในใจเช่นกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำการค้า เขายังไม่เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมหรือหนทางวงการนี้ อีกทั้งยังไม่อาจหยั่งรู้ความคิดของเถ้าแก่หนิวได้ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยขึ้นอีกว่า
“เถ้าแก่หนิว ข้ามิได้รีบร้อนรอคำตอบ ข้าสามารถฝากบางส่วนไว้ที่โรงเตี๊ยมของท่าน เพื่อใช้เป็นเครื่องเคียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แจกให้ผู้ซื้อได้ลองชิม ดูว่าพวกเขาชอบหรือไม่ แล้วจึงค่อยตัดสินใจ หากผลออกมาดี เราค่อยมาร่วมมือกันก็ยังไม่สาย”
ซูซานหลางกล่าวจบ เขาก็เตรียมใช้กระดาษห่อแบ่งของออกเป็นส่วน ๆ
ในตะกร้าที่เขาถือมานั้น ยังมีถังไม้เล็ก ๆ สามใบ ซึ่งบรรจุผักดองเปรี้ยวและผักดองเผ็ดไว้อย่างเต็มเปี่ยม ทุกอย่างนี้เขาได้เตรียมการไว้ตั้งแต่เช้าตรู่
เถ้าแก่หนิวมิได้คาดคิดว่าซูซานหลางจะมีความคิดพลิกแพลงเช่นนี้ เขายิ้มอย่างอ่อนโยนและพยักหน้ากล่าวว่า “เช่นนี้ก็ดี ข้าจะรับของเหล่านี้ไว้”
รสชาติแม้จะอร่อย แต่ลิ้นของผู้ซื้อแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน บางคนอาจชอบ บางคนอาจไม่ชอบ
ซูซานหลางที่ทั้งต้องการขายสูตรและตำรับอาหาร ทำให้การตัดสินใจทันทีทันใดเป็นเรื่องที่ยากนัก
แต่อย่างไรเสีย หากสามารถดูความคิดเห็นของผู้ซื้อได้ก่อน ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เห็นว่าเถ้าแก่หนิวยอมรับของไว้ หลังจากจัดแบ่งเสร็จ ซูซานหลางจึงกล่าวกับเถ้าแก่หนิวว่า “เช่นนั้นข้าจะขอไม่รบกวนแล้ว ขอบคุณเถ้าแก่หนิวที่ยอมมอบโอกาสนี้ให้ และหวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมมือกันในภายภาคหน้า”
เถ้าแก่หนิวเห็นว่าซูซานหลางพูดจาน่าฟัง จึงยิ้มพร้อมกับเดินไปส่งซูซานหลางออกไปด้วยความเป็นกันเอง
หลังจากซูซานหลางจากไปแล้ว เถ้าแก่หนิวก็สั่งการให้เสี่ยวเอ้อร์นำผักดองเปรี้ยวและผักดองเผ็ดลงมาหั่นเตรียมไว้ เพื่อใช้เป็นเครื่องเคียงเพื่อเชิญชวนผู้คนภายหลัง
ซูซานหลางออกเดินทางต่อไปยังโรงเตี๊ยมแห่งถัดไป
แต่เมื่อใกล้ถึงยามเที่ยง โรงเตี๊ยมก็เริ่มมีแขกมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ผ่านไปหลายชั่วยาม ก็มีเพียงโรงเตี๊ยม ‘ฝูหมั่นไหล’ เท่านั้นที่ยินยอมฟังซูซานหลางพูดจบและรับของไว้
ซูซานหลางกินเสร็จและพักผ่อนสักครู่ ซูฉงและซูหวาก็กลับมาจากการเล่าเรียน จากนั้นทุกคนจึงพากันกลับบ้านพร้อมกัน
——
ยามค่ำ ซูเสี่ยวลู่ได้นั่งกินปลาต้มผักดองร่วมกับตาเฒ่าอู๋
เมื่อมีรสเปรี้ยวเผ็ดเพิ่มเข้ามา ทั้งสองก็กินข้าวได้เจริญอาหารยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตาเฒ่าอู๋ดื่มเหล้าไปบ้าง พลางเอ่ยขึ้นอย่างฉับพลันว่า “พ่อแม่ของเจ้าทำการค้านี้ต้องสำเร็จแน่”
เพียงกินเช่นนี้ก็อร่อยมากแล้ว หากพ่อครัวในโรงเตี๊ยมปรุงแต่งให้เรียบง่ายขึ้น ครั้นถึงเวลานั้นก็จะทั้งอร่อยและราคาไม่แพง
ทั้งที่มีทรัพย์ก้อนโตอยู่ในมือแล้วแท้ ๆ แต่ยังคงมุมานะทำมาหากินโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ดูท่าทางแล้วก็หาได้มีความคิดจะใช้เงินก้อนนั้นเลยแม้แต่น้อย
ตาเฒ่าอู๋คิดว่าซูซานหลางเป็นคนที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แม้บางครั้งจะน่ารำคาญ แต่ก็เป็นคนที่มีนิสัยใจคอที่ดีจริง ๆ
เงินก้อนใหญ่ถึงเพียงนี้ จะมีสักกี่คนกันที่สามารถรักษาความนิ่งเฉยไม่แตะต้องได้?
ซูเสี่ยวลู่คีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งจากส่วนท้องส่งให้ตาเฒ่าอู๋ พลางยิ้มตาหยีและกล่าวว่า “ข้าก็คิดว่าน่าจะสำเร็จ ท่านพ่อท่านแม่ของข้าน่ะเก่งจริง ๆ ฮิฮิ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา