เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮองเฮาก็อดมิได้ที่จะทอดถอนใจ ต้องยอมรับว่า นี่คือกลอุบายชั้นเลิศจริง ๆ
หากจงเฟยมิใช่โลภไม่รู้จักพอ คิดทำร้ายนาง และมอบอีกสิ่งให้แก่นางกำนัลที่หน้าตางดงามนางหนึ่ง เช่นนั้นแล้วบัดนี้นางคง...โดดเด่นเป็นที่กล่าวขานอย่างแน่แท้!
ซ่งรั่วเจินย่อมคิดถึงเรื่องนี้ ทว่าทางเลือกของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป อีกอย่าง แม้จะเลือกวิธีอื่น ก็ใช่ว่าเรื่องร้ายจะไม่แดงขึ้น
ฮองเฮาอารมณ์ดีอย่างยิ่ง เมื่อเอ่ยจบแล้วก็เรียกคนให้นำของขวัญที่นางจัดเตรียมไว้ตั้งนานแล้วเข้ามาทันที
“เมื่อวานนี้ในยามที่พวกเจ้าแต่งงานกัน ข้ามิได้เห็นกับตาตนเอง ทว่าข่าวที่ส่งกลับมาต่างเล่ากันว่าดียิ่งนัก”
“นี่คือเครื่องประดับที่ข้าตั้งใจเลือกสรรเอง เหมาะสมกับวัยอายุของเจ้า สวมใส่แล้วงดงามยิ่งนัก”
ซ่งรั่วเจินเห็นฮองเฮาทรงวางหีบเครื่องประดับใบใหญ่ใบหนึ่งลงตรงหน้านาง นางประคองไว้ด้วยสองมือ แม้ยังมิได้เห็นด้านใน แต่เพียงแค่หีบเครื่องประดับก็แลดูสูงค่ายิ่งนักแล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนที่เปิดหีบเครื่องประดับเลย พรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องประดับงามตาทั้งสิ้น
“เสด็จแม่ นี่มันมากเกินไปแล้ว” นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น
สีหน้าของฮองเฮาเต็มไปด้วยความไม่แยแส “ไม่มากดอก สตรีจะรังเกียจเครื่องประดับว่ามากเกินไปได้อย่างไรเล่า บัดนี้เจ้าคือพระชายาฉู่อ๋อง การแต่งกายหาใช่เพื่อความงามส่วนตนเท่านั้น หากแต่ยังเป็นหน้าตาให้ฉู่อ๋องและเชื้อพระวงศ์ด้วย”
“ไม่ว่าจะเป็นปิ่นปักผม สายไข่มุก หรือสร้อยคอ ล้วนขาดไม่ได้ หากแต่ละคราที่จะออกตำหนัก สวมเพียงสองสามชิ้นสลับกันไปมา เช่นนั้นจะได้อย่างไรเล่า?”
ซ่งรั่วเจินพลันนึกถึง ครั้งก่อนตอนที่ได้เจอท่านย่าของฉู่อ๋อง นางก็พูดเช่นนี้เหมือนกัน อีกทั้งยังให้นางสามารถมาเลือกชิ้นที่ชอบจากตำหนักฮองเฮาได้อีกด้วย เดิมทีก็คิดเพียงว่าเป็นเพียงการเอื้อนเอ่ยไปตามมารยาท แต่สุดท้ายกลับใจกว้างจริง ๆ ...
“เสด็จแม่โปรดปรานเจ้าจึงได้ตั้งใจมอบให้ เจ้าก็จงรับไว้ทั้งหมดเถิด” ฉู่จวินถิงพูดพลางยิ้มแย้ม
เขารู้นิสัยใจคอของเสด็จแม่ดี แม้นนิสัยจะค่อนข้างเคร่งครัด แต่ตอนที่โปรดปรานผู้ใดจริง ๆ แล้ว ก็ย่อมทรงมีเมตตาเป็นอย่างยิ่ง
“...”
ฉู่จวินถิงเห็นนางคล้ายจะตระหนักถึงบางสิ่ง จึงยิ้มพลางเอื้อนเอ่ย “ก็เพราะนางมีความมักใหญ่ใฝ่สูง นางจึงยังต้องการสกุลหลิง”
“หากนางกล่าวถึงสกุลหลิงออกมาตรง ๆ สภาพการณ์ของนางก็มิอาจดีขึ้นได้ สู้เก็บไว้ยังจะดีกว่า ยังพอใช้เป็นกำลังหนุนได้อีก”
“อีกทั้งเมื่อนางได้ตระหนักถึงความน่าสะพรึงของเล่ห์เหลี่ยมสกุลหลิง บัดนี้นางก็ได้ตกอยู่ในวงล้อมเสียแล้ว หากยังจะหาศัตรูให้อ๋องเช่ออีก ก็เท่ากับหมดความหวังอย่างสิ้นเชิง” ซ่งรั่วเจินกล่าวพลางทอดถอนใจ
ฉู่จวินถิงพยักหน้า “ใช่ นางจึงไม่มีทางเอ่ยออกมา”
ซ่งรั่วเจินแอบทอดถอนใจ เป็นดั่งที่ว่า หากจะเล่นเกมเล่ห์เหลี่ยม ก็ต้องเป็นคนในวังเท่านั้น
ทั้ง ๆ ที่เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลันขนาดนี้ พวกเขาก็ยังสามารถประเมินเหตุการณ์ได้อย่างฉับไว และหาวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...