เซียวอี้เจ๋อยิ้มระรื่นมองไปยังซ่งรั่วเจิน ดวงตาของเขาสะท้อนฉายแววต้องการเอาชนะ
ก่อนนี้เขาไม่รู้เลยว่าคุณหนูสกุลซ่งผู้นี้จะเป็นหญิงงามเลิศถึงเพียงนี้!
ทั้งผิวพรรณ ทั้งรูปร่าง รสชาติย่อมต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่! หลินจือเยว่ก็ช่างตาบอดเสียนี่กระไร ถึงได้ทิ้งขว้างของชั้นดีแบบนี้ไปได้?
“ไม่ว่าง”
ซ่งรั่วเจินปรากฏความรังเกียจฉายวาบในดวงตา เจ้าหมอนี่ช่างไม่เข้าใจภาษาคนเสียจริง ก่อนนี้ปฏิเสธไปแล้วแท้ๆ ยังกล้าเข้ามาตอแยอยู่อีก
“แม่นางซ่งจะรีบปฏิเสธไปไย? ข้าเป็นถึงเซียวอี้เจ๋อแห่งสกุลเซียว เรื่องที่เจ้าถอนหมั้นข้าก็ได้ยินมานานแล้ว และก็รู้ว่าเจ้ากำลังกลุ้มใจเรื่องแต่งงาน”
“ในความเห็นข้า ในเมืองหลวงนี้คนที่คู่ควรกับเจ้ามีน้อยนัก ไยไม่มาเป็นอนุภรรยาของข้าเล่า ทุกสิ่งที่สกุลซ่งต้องการ ข้าจะช่วยเหลือเต็มที่ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เซียวอี้เจ๋อมั่นใจเต็มเปี่ยม สกุลซ่งเมื่อไม่มีซ่งหลิน ก็เริ่มเสื่อมถอยด้อยอำนาจลงเรื่อย ๆ
ลูกชายสี่คน คนหนึ่งพิการ คนหนึ่งตาบอด อีกคนมุทะลุชอบใช้กำลัง ไหนจะยังมีพ่อค้าที่ไม่รู้ความอะไรนอกจากการค้าขายอยู่อีกคน หากไม่รีบหาที่พึ่ง สกุลซ่งย่อมรักษาสถานภาพเอาไว้ไม่ได้เป็นแน่
แต่ถ้าหากมีสกุลเซียวเป็นที่พึ่งแล้วล่ะก็ ผลก็ย่อมต่างออกไปโดยสิ้นเชิง!
“คุณชายเซียว ยามท่านว่างก็ส่องกระจกเสียบ้าง ค่าของคนเราอยู่ที่การตระหนักรู้ในตน”
ซ่งรั่วเจินหันหลังเดินจากมา นางรู้จักสกุลเซียวดี และรู้ดีว่าเซียวไท่เฟยก็มาจากสกุลนี้ และก็รู้ว่าสกุลเซียวโดดเด่นเพียงใด ยิ่งกว่านั้นยังรู้ว่าเซียวไท่เฟยเป็นคนสกุลเซียว
นางไม่มีเจตนาจะเป็นศัตรูกับสกุลเซียว แต่ถ้าหากอีกฝ่ายจงใจหาเรื่อง นางก็ไม่คิดเกรงใจเช่นกัน
เซียวอี้เจ๋อหมดความอดทน เขาคว้าตัวซ่งรั่วเจินเอาไว้ “ข้าขอเตือนว่าอย่าเล่นตัวนักจะดีกว่า!”
“ข้าพึงใจเจ้าก็นับเป็นบุญของเจ้า ถ้าเจ้าไม่หัดสำนึกเสียบ้าง ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”
แม้ซ่งรั่วเจินจะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ด้วยคาถาชำระจิตใจไปแล้วหลายรอบ แต่วินาทีนั้นก็อดรนทนไม่ไหว นางใช้แรงสะบัดมือของเซียวอี้เจ๋อออก ดวงตาฉายแววคมกริบ
วันนี้นางจะสั่งสอนคนสารเลวพรรค์นี้ให้รู้สำนึกเสียบ้าง!
แต่พอนางสะบัดมือออกจากเซียวอี้เจ๋อได้ ก็พบว่าตัวเขาพลันกระเด็นออกไปแล้ว


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...