“จะเป็นไปได้อย่างไร?”
ไป๋จื่อมู่ยืนตะลึงงันอยู่ที่เดิม ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“แม่นางซ่งเอ่ยเช่นนี้ คงไม่ใช่เรื่องเท็จแน่ ลองคิดให้ดีเถิด ตลอดหลายปีที่เจ้าพำนักอยู่ร่วมกับไป๋ฮูหยิน เจ้าไม่เคยรู้สึกถึงความผิดแปลกแม้สักนิดเลยหรือ?” ฉู่จวินถิงเอ่ยถามด้วยเสียงหนักแน่น
ซ่งรั่วเจินหันไปมองชายหนุ่มข้างกายด้วยความประหลาดใจ เรื่องที่น่าตกตะลึงถึงเพียงนี้ เขากลับเชื่อโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเลยหรือ?
ไป๋จื่อมู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ “แม่นางซ่ง ที่เจ้ากล่าวมาทั้งหมดเป็นความจริงหรือ?”
“เรื่องเช่นนี้ข้าไม่กล่าวความเท็จกับท่านหรอก” ซ่งรั่วเจินพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ข้าเข้าใจแล้ว” ไป๋จื่อมู่ยิ้มเยาะตนเอง รอยยิ้มที่ปรากฏนั้นแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย “แท้จริงแล้ว ข้ารู้ตั้งแต่ยังเยาว์ว่าท่านแม่รักน้องชายทั้งสองมากกว่า ข้าไม่เคยได้รับความใส่ใจเท่าพวกเขา”
“ทุกคนล้วนบอกว่าเป็นเพราะข้าเป็นบุตรชายคนโต จำต้องแบกรับหน้าที่ในการสร้างความรุ่งเรืองให้แก่ตระกูล จึงต้องเข้มงวดกับข้าเป็นพิเศษ...”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยสงสัย แต่ทุกคนรอบตัวต่างยืนกรานว่าความคิดของเขานั้นผิดไป
พวกเขาล้วนกล่าวว่าเขาเป็นบุตรที่หลี่ว์เหวินซิ่วตั้งครรภ์มาอย่างยากลำบาก ย่อมทะนุถนอมเขาเสมือนแก้วตาดวงใจ แต่เพราะตำแหน่งบุตรชายคนโต จึงต้องถูกฝึกฝนกล่อมเกลาอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ
จนกระทั่งวันนี้ จึงมีคนบอกเขาว่า ที่แท้เขามไม่ใช่บุตรที่ท่านแม่ให้กำเนิด
“เจ้าบอกว่าอี๋เหนียงที่พำนักอยู่ในเรือนนี้คือมารดาของข้า แล้วเหตุใดผู้คนในจวนถึงไม่รู้เรื่องนี้เล่า?” ไป๋จื่อมู่ถามด้วยสีหน้างุนงง “แล้วตอนนี้นาง...”
ซ่งรั่วเจินพยักหน้า “นางจากไปแล้ว...”
ใบหน้าของไป๋จื่อมู่ซีดขาวทันที “เป็นไปได้อย่างไร?”
“นางได้ทิ้งสิ่งของบางอย่างไว้ที่นี่ หวังว่าวันหนึ่งท่านจะได้เห็นมัน”
ซ่งรั่วเจินมองสตรีในอาภรณ์สีชาดที่อยู่ตรงหน้า สายตาของนางที่มองไป๋จื่อมู่ช่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางอันเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตที่เคยเห็นโดยสิ้นเชิง
นางมีความแค้น
เพราะความแค้นที่รุนแรงเกินไป เมื่อตายไปจิตวิญญาณของนางจึงถูกจองจำอยู่ ณ ที่แห่งนี้


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...