“ท่านอ๋องไม่สงสัยหรือว่าเรื่องนี้เป็นมาอย่างไร?”
ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่อ๋องยังคงมีสีหน้าปกติราวกับไม่แปลกใจในเรื่องนี้เลย นางจึงรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยพบไป๋ฮูหยิน ท่าทีของนางที่มีต่อไป๋จื่อมู่ไม่เหมือนกับมารดาที่รักและเอ็นดูบุตร วันนี้ได้ฟังคำของเจ้า ข้ากลับคิดว่ามันสมเหตุสมผลยิ่งนัก”
“ในวังหลวง หากมีสนมคนใดต้องโทษ บุตรของนางจะถูกยกให้ฮองเฮาหรือสนมตำแหน่งสูงเลี้ยงดู”
“ครานั้นไป๋ฮูหยินแต่งงานมาได้สามปียังไม่ตั้งครรภ์ ฮูหยินผู้เฒ่าเคยมีความคิดจะให้ใต้เท้าไป๋หย่าขาดเพื่อแต่งภรรยาใหม่ ข้าจึงคิดว่าไป๋จื่อมู่คงเป็นบุตรของอนุภรรยา เพียงแต่เลี้ยงดูในนามไป๋ฮูหยิน”
“หลังจากที่ไป๋ฮูหยินตั้งครรภ์เอง นางก็ยิ่งห่างเหินจากไป๋จื่อมู่ไปตามธรรมชาติ”
ฉู่จวินถิงดูเหมือนจะเข้าใจทุกสิ่ง เขาเติบโตในวังหลวง เรื่องเช่นนี้เห็นมามากมาย จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจนัก
เพียงแต่ที่ตระกูลไป๋ปิดบังเรื่องนี้ก็ยังพอเข้าใจได้ ทว่าการที่ไม่เปิดโอกาสให้ไป๋จื่อมู่ได้พบเจอมารดาแท้ๆ เลยนั้น นับว่าเกินไปแล้ว
ซ่งรั่วเจินถอนหายใจเบาๆ “หากเป็นเพียงอนุภรรยาทั่วไป คงไม่ทิ้งร่องรอยความอาฆาตรุนแรงไว้ที่นี่ จนไม่อาจไปเกิดใหม่ได้เสียที”
ฉู่จวินถิงขมวดคิ้ว “มิใช่อนุภรรยาทั่วไป? หมายความว่าอะไร?”
“อวี้เยว่หลิงไม่เคยปรารถนาจะเป็นอนุภรรยาเลย แต่นางถูกใต้เท้าไป๋หลอกลวง เขาวางแผนอย่างแยบยล ทำให้นางถูกจองจำอยู่ในเรือนหลังนี้ตลอดชีวิต”
เมื่อซ่งรั่วเจินเล่าความเป็นมาทั้งหมดให้ฟัง แววตาของฉู่จวินถิงค่อยๆ เย็นเยียบ “การกระทำเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก!”
ไป๋จื่อมู่เปิดอ่านเนื้อความในจดหมาย มือของเขาสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่
จดหมายทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มารดาทิ้งไว้ให้เขา
ทุกคำอวยพรและความรักที่มารดามีต่อเขาล้วนถ่ายทอดออกมาผ่านจดหมายเหล่านี้ แต่ท่ามกลางถ้อยคำเหล่านั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังและความอับจนหนทางที่หยั่งลึกในจิตใจ
ในฐานะมารดา นางไม่มีแม้แต่โอกาสได้พบหน้าบุตรของตน
ในใจของไป๋จวิ้นอวี่เต็มไปด้วยความยินดี เขารู้ดีว่าความสามารถของตนเองไม่อาจเทียบกับไป๋จื่อมู่ได้ แต่แล้วอย่างไรเล่า?
เขาและน้องสามต่างหากที่เป็นบุตรสายตรงของตระกูลไป๋ แม้ว่าไป๋จื่อมู่จะเก่งกาจเพียงใด สุดท้ายเขาก็เป็นเพียงบุตรของอนุภรรยาเท่านั้น!
“ฉู่อ๋อง วันนี้ทำให้ท่านต้องมาดูเรื่องน่าขันแล้ว” หลี่ว์เหวินซิ่วค้อมกายทำความเคารพ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง “เรื่องเพียงเล็กน้อย กลับต้องรบกวนท่านอ๋องให้มาด้วยตัวเองเช่นนี้”
“แต่ก่อน จื่อมู่เป็นเด็กกตัญญูและนอบน้อมต่อผู้ใหญ่เสมอมา แต่ไม่รู้เหตุใดทุกวันนี้กลับไม่ฟังสิ่งที่หม่อมฉันพูดอีกแล้ว”
ซ่งรั่วเจินมองหลี่ว์เหวินซิ่วที่กำลังแสดงละครฉากใหญ่ ดวงตาของนางฉายแววเย้ยหยัน
นี่นางตั้งใจจะกล่าวหาไป๋จื่อมู่ต่อหน้าฉู่อ๋องว่าไม่กตัญญูหรือ?
“ไม่รู้ว่าเพราะได้ตำแหน่งขุนนางมาแล้ว จึงคิดว่าตนเองสูงส่ง ถึงไม่ฟังคำพูดของแม่คนนี้อีกต่อไปหรือไม่…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...