หลี่ว์เหวินซิ่วแสร้งทำหน้าเศร้าสลด “หลายวันก่อนหม่อมฉันไม่สบาย เรียกให้เขากลับมา แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะสนใจ!”
“หม่อมฉันเฝ้าเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ กล่อมเกลาเขาให้เป็นคนเก่ง บัดนี้พอมีตำแหน่งขุนนางเขากลับไม่เห็นหัวมารดาคนนี้อีกแล้ว ชะตาชีวิตของข้าช่างน่าเวทนาเสียจริง!”
“พี่ใหญ่ ท่านไม่คิดถึงจิตใจท่านแม่บ้างเลยหรือ? ยังไม่รีบยอมรับผิดอีก!”
ไป๋จวิ้นอวี่ทำหน้าเคร่งขรึม รีบฉวยโอกาสกล่าวตำหนิ “ข้าอาจจะไม่เก่งเท่าท่าน แต่ข้าเข้าใจดีว่าการเป็นคนนั้นความกตัญญูสำคัญที่สุด!”
“กตัญญูหรือ? หากมารดาเมตตา บุตรย่อมกตัญญู ยิ่งไปกว่านั้น ข้าหาใช่บุตรที่ท่านให้กำเนิดไม่ ไยต้องเสแสร้งเช่นนี้ด้วย?”
ไป๋จื่อมู่กำจดหมายในมือแน่น ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งและอ่อนโยนของเขาในยามนี้กลับแฝงด้วยความโกรธเกรี้ยว
หลี่ว์เหวินซิ่วสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เจ้าพูดอะไรน่ะ? ข้าเพียงแค่ตำหนิเจ้าไม่กี่คำ เจ้าก็ถึงขั้นไม่ยอมรับข้าเป็นแม่แล้วหรือ?”
“มารดาแท้ๆ ของข้าคืออวี้เยว่หลิง เพราะความเห็นแก่ตัวของท่านนางถึงถูกขังอยู่ในเรือนนี้จนตาย ตอนนี้ท่านยังคิดจะรื้อเรือนที่นางเคยอยู่ทิ้งไปอีก!”
“ไป๋ฮูหยิน ข้าขอเตือนท่านสักคำ อย่าได้โหดร้ายไปมากกว่านี้เลย!”
เมื่อคำว่า ‘อวี้เยว่หลิง’ หลุดออกจากปากไป๋จื่อมู่ สีหน้าของหลี่ว์เหวินซิ่วก็ฉายแววตกใจวูบหนึ่ง “ใครกันที่พูดจาเหลวไหล บอกเรื่องพวกนี้กับเจ้า?”
“ถึงตอนนี้แล้ว ยังต้องปิดบังอีกหรือ?”
ไป๋จื่อมู่หัวเราะเย้ยหยัน “ข้ารู้มาตั้งแต่เล็กว่าท่านรักน้องรองและน้องสามมากกว่าข้าเสมอ ข้าเคยคิดมาตลอดว่าคงเป็นเพราะข้ายังดีไม่พอ ข้าจึงตั้งใจเล่าเรียนอย่างหนัก ไม่กล้าเกียจคร้านแม้แต่น้อย”
“แต่ทุกครั้งที่ข้านำผลการเรียนที่ดีกว่าเดิมไปให้ท่านดู ท่านไม่เพียงไม่ยินดี แต่กลับโกรธมากขึ้นเสียอีก”
“ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยเข้าใจเหตุผล แต่ตอนนี้ ในที่สุดข้าก็ได้เข้าใจเสียที”
เพราะเขาเก่งเกินไป จึงกลายเป็นหนามยอกใจ!
หลี่ว์เหวินซิ่วแม้จะให้กำเนิดบุตรสองคน แต่ไม่มีใครเทียบไป๋จื่อมู่ได้ นี่เองจึงเป็นดั่งหนามที่ทิ่มแทงในใจนาง


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...