บนรถม้า ฉู่จวินถิงมองสำรวจหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ แววตาดำขลับลึกล้ำแฝงความสงสัยอยู่หลายส่วน
“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าหากไป๋ฮูหยินไม่พูดความจริง ภายในสามวันนางจะต้องตาย นั่นเป็นเรื่องจริงหรือ?”
“ท่านอ๋องคิดว่าข้าจงใจพูดลวงหรือ?” ซ่งรั่วเจินยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับถามกลับ
“เวลาสอบสวนผู้ต้องหา บางครั้งก็ใช้วิธีการหลอกลวง หากใช้อย่างเหมาะสมก็อาจได้ผลดี แต่จากที่ข้ามองดูสิ่งที่เจ้าพูดมา ข้าไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องโกหก”
ฉู่จวินถิงที่ได้เห็นซ่งรั่วเจินคำนวณด้วยนิ้วมือและสามารถล่วงรู้ความลับในตระกูลไป๋มากมายเช่นนั้น ก็ยิ่งรู้สึกว่าสตรีผู้นี้เป็นผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง
ความสามารถเช่นนี้ หากนำไปใช้ในด้านอื่นก็คงมีประโยชน์มากทีเดียว
“ท่านอ๋องเคยได้ยินคำว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วหรือไม่เพคะ? ไม่ใช่ว่าจะไม่โดนกรรมตามสนอง เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น”
“ไป๋ฮูหยินเดิมทีก็ก่อกรรมไว้มากมาย นางทำลายชีวิตของอวี้เยว่หลิงเพื่อรักษาตำแหน่งของตนเอง และเพื่อให้บุตรชายของนางได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ นางจึงวางแผนจะฆ่าคุณชายไป๋”
“แม่นมสวีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอวี้เยว่หลิง นางได้รับคำฝากฝังให้มาที่จวนตระกูลไป๋เพื่อดูแลไป๋จื่อมู่โดยเฉพาะ”
“พอดีที่ไป๋ฮูหยินใส่ยาพิษในรังนกที่มอบให้ไป๋จื่อมู่ แต่เพราะไป๋จื่อมู่รู้ว่าแม่นมสวีปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี อีกทั้งเห็นว่านางมีอาการไออยู่ เขาจึงให้รังนกนั้นแก่นางแทน”
สายตาของฉู่จวินถิงเยือกเย็นขึ้น “เจ้าทำนายทั้งหมดนี้ได้หรือ?”
“หากหม่อมฉันมิอาจทำนายออกมาได้ จะไม่เป็นการทำให้ท่านอ๋องต้องผิดหวังที่เชิญหม่อมฉันมาที่นี่หรือเพคะ?”
ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว “นางก่อบาปกรรมไว้มาก และเพราะความสัมพันธ์ระหว่างแม่นมสวีกับอวี้เยว่หลิงไม่ธรรมดา นางจึงมีความโกรธแค้นอยู่มาก บัดนี้หลังจากที่ถูกวางยาตายเพราะปกป้องไป๋จื่อมู่ วิญญาณของนางก็กลายเป็นวิญญาณอาฆาตจากความแค้นนี้”
“ความอาฆาตของแม่นมสวีต่างจากอวี้เยว่หลิง อวี้เยว่หลิงเต็มไปด้วยความผิดหวังและความไม่ยินยอม เพราะยังมีความปรารถนาที่ยังไม่สำเร็จ จึงไม่ได้ไปเกิดใหม่และต้องติดอยู่ในเรือนนี้”
“ส่วนแม่นมสวีนั้นเป็นความเกลียดชังต่อไป๋ฮูหยินที่ลึกถึงกระดูก บัดนี้วิญญาณอาฆาตได้ตามติดนางแล้ว ภายในคืนนี้หากนางยังไม่สำนึกผิดและหาทางให้หม่อมฉันช่วยแก้ไข พรุ่งนี้แม้แต่เทพเซียนก็ยากที่จะช่วยได้”
“นอกจากนี้ ตระกูลไป๋ก็ไม่ได้ให้เงินเสียหน่อย เหตุใดหม่อมฉันจะต้องเสียเวลาด้วยเพคะ?”
ซ่งรั่วเจินตอบด้วยท่าทางที่ดูเป็นเรื่องปกติ รับเงินมาก็เพื่อปัดเป่าทุกข์ภัยให้คนผู้นั้น นางไม่ใช่คนที่จะช่วยใครแก้ไขอะไรโดยง่าย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชคชะตา
“ส่วนธูปดอกนั้น วันนี้หม่อมฉันถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณของท่านอ๋องถึงได้ให้ไป ไม่เช่นนั้นธูปดอกนั้นราคามิใช่ถูกนะเพคะ!”
ฉู่จวินถิงหลุดหัวเราะเบาๆ “เช่นนี้แล้ว ข้าก็ถือว่าเอาเปรียบเจ้าสินะ?”
“ถือว่าตอบแทนท่านอ๋องที่เคยช่วยหม่อมฉันไว้หลายครั้ง การให้ธูปดอกหนึ่งก็ไม่มากมายอะไรนัก แต่หากพวกเขามาหาหม่อมฉันให้ช่วยส่งอวี้เยว่หลิง หม่อมฉันต้องเก็บเงินนะเพคะ”
เมื่อรับเงินแล้ว ก็ไม่ข้องเกี่ยวกับเวรกรรมของตระกูลไป๋อีก หลักการนี้ไม่อาจละเลยไปได้
ฉู่จวินถิงพยักหน้าอย่างสนุกสนาน “อย่างไรเสียไป๋โหวก็เป็นคนจ่ายเงิน เรียกให้มากหน่อย ไม่ต้องเกรงใจ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...